บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
6.90
0.05 (0.72%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนรายได้ ประมาณ 85% มาจากสินค้ากลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน
บริษัทฯมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและสินค้า คงเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ
การปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงาน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565
โครงการขยายกําลังการผลิต สําหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) เป็นไปตามแผนงาน
โครงการลงทุนซ่อมแซมเตาหลอมแก้วที่ 1 ของโรงงานอยุธยาที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 โดยคาดว่าจะเริ่มดําเนินการซ่อมแซมประมาณไตรมาสที่ 1 ปี 2566 และคาดการณ์ผลิตเชิง พาณิชย์ประมาณไตรมาสที่ 2 ปี 2566
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7406 out_tok=3181 at=2026-07-25T12:28:04 -->
# BGC Q3/2564 กำไรสุทธิหด 25% YoY รับผลกระทบโควิด-19-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้รวมลดลง 8% YoY แต่ 9 เดือนแรกโต 5% ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากโควิด-19 และต้นทุนวัตถุดิบ
บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 151 ล้านบาท ลดลง 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายอยู่ที่ 2,774 ล้านบาท ลดลง 8% YoY อย่างไรก็ตาม สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 9,305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY และมีกำไรสุทธิ 520 ล้านบาท ลดลง 3% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบของการล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ BGC ในไตรมาส 3 ปี 2564 ลดลง 25% YoY มาจาก **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** ประกอบกับ **รายได้จากการขายที่ลดลง 8% YoY** แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะทรงตัวในไตรมาส 3 แต่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 กำไรสุทธิลดลง 3% YoY โดยมีปัจจัยกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบจากโควิด-19
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 13% YoY ในไตรมาส 3** เกิดจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการขายที่สูงขึ้นจากสถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์สำหรับการส่งออก และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สำหรับงวด 9 เดือน ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพิ่มขึ้น 9% YoY โดยมีสาเหตุเพิ่มเติมคือค่าขนส่งภายในประเทศที่สูงขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของ **รายได้จากการขายที่ลดลง 8% YoY ในไตรมาส 3** มาจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วที่ลดลง 9% YoY เป็นหลัก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ที่ส่งผลต่อธุรกิจร้านอาหารและการขายเครื่องดื่ม ทำให้ความต้องการบรรจุภัณฑ์แก้วชะลอตัวลง แม้ว่ากลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 12% YoY แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วได้
สำหรับ **กำไรขั้นต้น** ในไตรมาส 3 แม้จะลดลง 7% YoY แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 18 bps YoY เป็น 19.1% ซึ่งเป็นผลดีจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 0.4% YoY และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 200 bps YoY จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานโดยการเพิ่มสัดส่วนการใช้เศษแก้ว อย่างไรก็ตาม กลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นมีกำไรขั้นต้นลดลง 49% YoY เนื่องจากราคาต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับสูงขึ้นมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะถัดไป ฝ่ายจัดการระบุว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ชะลอตัวลงเนื่องจากการล็อกดาวน์ แต่บริษัทฯ มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและสต็อกสินค้า ทำให้งวด 9 เดือนแรก รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 5% YoY และกำไรสุทธิของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 10% YoY โดยมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 85% มาจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว และ 15% จากธุรกิจอื่น ซึ่งสะท้อนถึงการปรับโมเดลธุรกิจสู่ Total Packaging Solutions อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและสถานการณ์การขนส่งยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 151 ล้านบาท ลดลง 25% YoY** และ **งวด 9 เดือนแรกอยู่ที่ 520 ล้านบาท ลดลง 3% YoY**
* **รายได้จากการขายไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 2,774 ล้านบาท ลดลง 8% YoY** แต่ **งวด 9 เดือนแรกอยู่ที่ 9,305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY**
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 13% YoY ในไตรมาส 3** จากสถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19
* **กลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์** ทำให้รายได้ลดลง 9% YoY ในไตรมาส 3 แต่ประสิทธิภาพการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น
* **กลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นมีรายได้เพิ่มขึ้น 12% YoY ในไตรมาส 3** แต่กำไรขั้นต้นลดลง 49% YoY จากราคาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **อัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) เพิ่มขึ้นเป็น 2.4 เท่า** จากการกู้ยืมเพื่อเข้าซื้อธุรกิจอื่น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC มีรายได้จากการขายรวม 2,774 ล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ ทำให้รายได้ภายในประเทศลดลง 9% YoY อย่างไรก็ตาม สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 9,305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากรายได้ภายในประเทศในกลุ่มบรรจุภัณฑ์เบียร์ เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ และอาหาร ขณะที่กลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นมีรายได้เพิ่มขึ้น 17% YoY จากปริมาณและราคาขายที่เพิ่มขึ้น
ในด้านกำไรขั้นต้น ไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 531 ล้านบาท ลดลง 7% YoY แต่อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 19.1% จาก 19.0% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วที่ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้นและมีการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานที่ดีขึ้น สำหรับงวด 9 เดือนแรก กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,663 ล้านบาท ลดลง 1% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.9% ลดลง 107 bps YoY
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 360 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิด-19 สำหรับงวด 9 เดือนแรก ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพิ่มขึ้น 9% YoY
ส่งผลให้กำไรสุทธิหลังหักภาษีในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 151 ล้านบาท ลดลง 25% YoY และสำหรับงวด 9 เดือนแรก กำไรสุทธิอยู่ที่ 520 ล้านบาท ลดลง 3% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายทางภาษีที่สูงขึ้นจากการหมดสิทธิประโยชน์ทาง BOI ในบางส่วน
## โอกาส
* **การปรับโมเดลธุรกิจสู่ Total Packaging Solutions:** บริษัทฯ มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสในการเติบโต
* **การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต:** การเพิ่มสัดส่วนการใช้เศษแก้วและการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตของกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วปรับตัวดีขึ้น
* **การเติบโตของกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่น:** รายได้จากการขายในกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19:** การล็อกดาวน์และมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าในบางกลุ่ม เช่น บรรจุภัณฑ์แก้วสำหรับธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น:** ราคาต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่น
* **สถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศ:** การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออกและค่าใช้จ่ายในการขาย
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาส 3 จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่น
* สถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
* ความคืบหน้าในการดำเนินธุรกิจ Total Packaging Solutions และผลตอบรับจากตลาด
* ผลกระทบจากราคาพลังงานต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**กลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว:** รายได้ในไตรมาส 3 ลดลง 9% YoY จากผลกระทบโควิด-19 แต่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 0.4% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น 200 bps YoY จากประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้นและการบริหารต้นทุนพลังงานที่ดีขึ้น สำหรับงวด 9 เดือน รายได้เพิ่มขึ้น 5% YoY และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 9% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 70 bps YoY
**กลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่น:** รายได้เพิ่มขึ้น 12% YoY ในไตรมาส 3 และ 17% YoY ในงวด 9 เดือน จากปริมาณและราคาขายที่เพิ่มขึ้น แต่กำไรขั้นต้นลดลง 49% YoY ในไตรมาส 3 และ 39% YoY ในงวด 9 เดือน เนื่องจากราคาต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับเพิ่มขึ้นสูง
**กลุ่มธุรกิจพลังงาน:** รายได้ลดลง 9% YoY ในไตรมาส 3 และ 13% YoY ในงวด 9 เดือน เนื่องจากความเข้มของแสงลดลงตามฤดูกาลและการจำกัดปริมาณการซื้อไฟฟ้า (Curtailment) ของประเทศเวียดนาม ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 20% YoY ในไตรมาส 3 และ 24% YoY ในงวด 9 เดือน
**การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทฯ มีการปรับเพิ่มสัดส่วนการใช้เศษแก้วมากขึ้น และใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตของกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วปรับตัวดีขึ้น
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3 YoY โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19
**อัตราแลกเปลี่ยน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 22 ล้านบาทในไตรมาส 3 และ 35 ล้านบาทในงวด 9 เดือน จากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 กลุ่มบริษัทฯ มีวงจรเงินสด 46 วัน เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 จำนวน 13.9 วัน โดยมีสาเหตุหลักจากระยะเวลาสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น เนื่องมาจากปริมาณสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจากยอดขายที่ลดลง
อัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) เพิ่มขึ้นเป็น 2.4 เท่า จากสิ้นปี 2563 ที่ 1.9 เท่า เนื่องมาจากการกู้ยืมเงินลงทุนเพื่อเข้าซื้อธุรกิจบรรจุภัณฑ์อื่นในไตรมาส 2 ปี 2564 และส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากการบันทึกบัญชีภายใต้การควบคุมเดียวกัน
ความสามารถในการชำระหนี้ (DSCR) อยู่ที่ 1.3 เท่า ลดลงจาก 2.0 เท่า
## สรุปท้าย
BGC ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้กำไรสุทธิลดลง 25% YoY แม้ว่ารายได้รวม 9 เดือนแรกจะเติบโต 5% YoY และกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วจะมีการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและสถานการณ์การขนส่งยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา การปรับโมเดลธุรกิจสู่ Total Packaging Solutions และการบริหารจัดการสต็อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
-6,179.55
ล้านบาท
↓ 19635.1% YoY
กำไรขั้นต้น
488.02
ล้านบาท
↓ 8.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.90
%
กำไรสุทธิ
-84.34
ล้านบาท
↓ 362.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.36
%
D/E Ratio
2.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-6,180
↓ -19635.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
488
↓ -8.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-84
↓ -362.2%
YoY
D/E Ratio
2.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.17
ROE (%)
1.72
ROA (%)
1.69
Book Value/หุ้น
7.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-622
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+412
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-621.98
-73.11%
|
-2,312.77
-920.48%
|
281.88
-111.90%
|
-2,369.55
+70.82%
|
-1,387.13
-344.48%
|
567.39
-1.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
412.39
-76.00%
|
1,718.21
-34.78%
|
2,634.66
-357.15%
|
-1,024.55
-179.72%
|
1,285.24
-432.67%
|
-386.34
-61.47%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
509.66
-23.66%
|
667.65
-123.43%
|
-2,849.52
-194.09%
|
3,028.55
+2,239.01%
|
129.48
-140.33%
|
-321.08
-162.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
300.08
+310.56%
|
73.09
+493.74%
|
12.31
-88.96%
|
111.54
+304.57%
|
27.57
-117.15%
|
-160.77
-285.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
122.31
-3.90%
|
127.28
-33.06%
|
190.14
+34.80%
|
141.05
-42.96%
|
247.29
-5.79%
|
262.48
+81.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
808.70
+561.19%
|
122.31
-3.90%
|
127.28
-33.06%
|
190.14
+34.80%
|
141.05
-33.39%
|
211.77
-19.32%
|