บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
6.90
0.05 (0.72%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนรายได้ ประมาณ 85% มาจากสินค้ากลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน
บริษัทฯมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและสินค้า คงเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ
การปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงาน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565
โครงการขยายกําลังการผลิต สําหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) เป็นไปตามแผนงาน
โครงการลงทุนซ่อมแซมเตาหลอมแก้วที่ 1 ของโรงงานอยุธยาที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 โดยคาดว่าจะเริ่มดําเนินการซ่อมแซมประมาณไตรมาสที่ 1 ปี 2566 และคาดการณ์ผลิตเชิง พาณิชย์ประมาณไตรมาสที่ 2 ปี 2566
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8085 out_tok=2634 at=2026-07-25T11:34:19 -->
# BGC กำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่องทรงตัว Q3/65 รับรายได้โตสู้ต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวมโต 14% YoY แต่ GPM หด 4.81% กดดันกำไรสุทธิใกล้เคียงปีก่อน
บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 3,039 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่องของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ที่ 97 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 98 ล้านบาท แม้รายได้จะเติบโต แต่ได้รับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการ BGC ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากอุปสงค์ที่ฟื้นตัว** โดยเฉพาะในกลุ่มโซดา น้ำดื่ม เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจาก **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงถึง 4.81% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่องทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเติบโตของรายได้** เกิดจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย การเปิดประเทศ และการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุปสงค์ในกลุ่มเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์เติบโตดี โดยเฉพาะในตลาดในประเทศที่เพิ่มขึ้น 12% YoY และตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น 16% YoY ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว ขณะที่กลุ่มแพคเกจจิ้งก็เติบโต 26% YoY จากทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์
อย่างไรก็ตาม **แรงกดดันด้านต้นทุน** มาจากราคาพลังงาน โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและประเทศในตะวันตก รวมถึงค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 23% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วลดลง 19% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัทลดลงจาก 18.1% ในปีก่อน เหลือ 13.3% ในไตรมาสนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในแง่รายได้ แต่ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน** ฝ่ายจัดการได้พยายามบริหารจัดการต้นทุนด้วยการปรับสูตรการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ และหาพลังงานทางเลือก ควบคู่ไปกับการเจรจาปรับราคาสินค้ากับลูกค้า เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 14% YoY:** อยู่ที่ 3,039 ล้านบาท หนุนโดยอุปสงค์ในกลุ่มเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ที่ฟื้นตัว
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่องทรงตัว:** อยู่ที่ 97 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อนที่ 98 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว 4.81%:** อยู่ที่ 13.3% จากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 23% YoY:** เป็นผลจากราคาพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 14% YoY:** อยู่ที่ 301 ล้านบาท จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและค่าเช่าคลังที่ลดลง
* **ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตที่ “A-“ แนวโน้ม “Stable”:** สะท้อนสถานะที่แข็งแกร่งของบริษัท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 3,039 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วที่เพิ่มขึ้น 12% YoY และธุรกิจแพคเกจจิ้งที่เพิ่มขึ้น 26% YoY อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นรวมลดลง 16% YoY มาอยู่ที่ 405 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.1% ในปีก่อน เหลือ 13.3% ในไตรมาสนี้ โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบ ราคาพลังงาน และไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 14% YoY มาอยู่ที่ 301 ล้านบาท จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและค่าเช่าคลังที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางภาษีลดลง 80% YoY จากการได้รับเครดิตทางภาษีของโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จากการดำเนินงานต่อเนื่องอยู่ที่ 97 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 98 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนปี 2565 รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 16% YoY อยู่ที่ 10,394 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่องลดลง 3% YoY อยู่ที่ 421 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์:** การเปิดประเทศและการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้น หนุนการเติบโตของรายได้ในกลุ่มโซดา น้ำดื่ม เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
* **การเติบโตของธุรกิจแพคเกจจิ้ง:** ทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ในธุรกิจแพคเกจจิ้งมีการเติบโตที่ดี ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์กระดาษ Rigid Plastics และ Label
* **การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต:** บริษัทฯ มีการปรับสูตรการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย
* **การเจรจาปรับราคาสินค้ากับลูกค้า:** เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โลก
* **ภาวะเงินเฟ้อและกำลังซื้อผู้บริโภค:** อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการสั่งซื้อในระยะยาว
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาพลังงานและวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิต
* **ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย:** การเจรจาปรับราคาสินค้ากับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
* **การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต:** การนำเทคโนโลยีและพลังงานทางเลือกมาใช้
* **การเติบโตของอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในกลุ่ม Soft Drink และเบียร์
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** เพื่อลดต้นทุนการจัดเก็บ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่รายได้เพิ่มขึ้น 14% YoY บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองอุปสงค์
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ในกลุ่มเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์บ่งชี้ถึงคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนก๊าซธรรมชาติและวัตถุดิบอื่นๆ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยกดดัน GPM
* **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 4.81% YoY อยู่ที่ 13.3% เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ส่งออก:** รายได้จากการขายในต่างประเทศของกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วเพิ่มขึ้น 16% YoY และกลุ่ม Soft Drink และเบียร์ในงวด 9 เดือนเพิ่มขึ้น 64% YoY
* **ค่าเงิน:** ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบ
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังลดลง ส่งผลให้ค่าเช่าคลังลดลง และวงจรเงินสดดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 15,598 ล้านบาท ลดลง 17% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในธุรกิจพลังงาน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 10,770 ล้านบาท ลดลง 19% YoY จากการปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงานและการลดลงของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย แม้จะมีการออกหุ้นกู้ 1,000 ล้านบาทในไตรมาสนี้
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4,828 ล้านบาท ลดลง 12% YoY จากการปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงาน
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 2.2 เท่า ลดลงจาก 2.4 เท่า ณ สิ้นปี 2564
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 1,673 ล้านบาท จากกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น รายการที่ไม่ใช่เงินสด และการเปลี่ยนแปลงเงินทุนหมุนเวียน
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุนลดลง 477 ล้านบาท จากการจ่ายเพื่อซื้อที่ดิน อาคาร อุปกรณ์
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินลดลง 1,223 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและเงินปันผล แม้จะมีการรับเงินจากการออกหุ้นกู้
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ BGC ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่องทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะหดตัวลงอย่างมาก บริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากสถาบันจัดอันดับเครดิต อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
-6,179.55
ล้านบาท
↓ 19635.1% YoY
กำไรขั้นต้น
488.02
ล้านบาท
↓ 8.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.90
%
กำไรสุทธิ
-84.34
ล้านบาท
↓ 362.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.36
%
D/E Ratio
2.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-6,180
↓ -19635.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
488
↓ -8.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-84
↓ -362.2%
YoY
D/E Ratio
2.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.17
ROE (%)
1.72
ROA (%)
1.69
Book Value/หุ้น
7.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-622
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+412
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-621.98
-73.11%
|
-2,312.77
-920.48%
|
281.88
-111.90%
|
-2,369.55
+70.82%
|
-1,387.13
-344.48%
|
567.39
-1.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
412.39
-76.00%
|
1,718.21
-34.78%
|
2,634.66
-357.15%
|
-1,024.55
-179.72%
|
1,285.24
-432.67%
|
-386.34
-61.47%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
509.66
-23.66%
|
667.65
-123.43%
|
-2,849.52
-194.09%
|
3,028.55
+2,239.01%
|
129.48
-140.33%
|
-321.08
-162.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
300.08
+310.56%
|
73.09
+493.74%
|
12.31
-88.96%
|
111.54
+304.57%
|
27.57
-117.15%
|
-160.77
-285.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
122.31
-3.90%
|
127.28
-33.06%
|
190.14
+34.80%
|
141.05
-42.96%
|
247.29
-5.79%
|
262.48
+81.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
808.70
+561.19%
|
122.31
-3.90%
|
127.28
-33.06%
|
190.14
+34.80%
|
141.05
-33.39%
|
211.77
-19.32%
|