บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
6.90
0.05 (0.72%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนรายได้ ประมาณ 85% มาจากสินค้ากลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน
บริษัทฯมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและสินค้า คงเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ
การปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงาน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565
โครงการขยายกําลังการผลิต สําหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) เป็นไปตามแผนงาน
โครงการลงทุนซ่อมแซมเตาหลอมแก้วที่ 1 ของโรงงานอยุธยาที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 โดยคาดว่าจะเริ่มดําเนินการซ่อมแซมประมาณไตรมาสที่ 1 ปี 2566 และคาดการณ์ผลิตเชิง พาณิชย์ประมาณไตรมาสที่ 2 ปี 2566
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6255 out_tok=2690 at=2026-07-27T08:36:20 -->
# BGC กำไรสุทธิ Q2/64 โต 9% รับแรงหนุนรายได้บรรจุภัณฑ์แก้วฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 28% YoY หลังเศรษฐกิจในประเทศเริ่มฟื้นตัว ขณะที่ต้นทุนพลังงานกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายรวม 3,150 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 28% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วและบรรจุภัณฑ์อื่นๆ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BGC ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วและบรรจุภัณฑ์อื่นๆ** ซึ่งสามารถชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโต 9% YoY แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับลดลงก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การฟื้นตัวของรายได้:**
* **กลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว:** มีรายได้เพิ่มขึ้น 41% YoY ในไตรมาส 2/64 และ 17% YoY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2563 ที่เข้มงวดกว่า ส่งผลให้เศรษฐกิจภายในประเทศชะลอตัวกว่าในปัจจุบัน
* **กลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นๆ:** มีรายได้เพิ่มขึ้น 46% YoY ในไตรมาส 2/64 และ 20% YoY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาด
* **แรงกดดันด้านต้นทุน:**
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้น 10% YoY ในไตรมาส 2/64 แต่เมื่อเทียบเป็นอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) กลับลดลงจาก 20.2% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 17.4% ในไตรมาสนี้ และลดลง 159 bps YoY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 มาอยู่ที่ 17.3% สาเหตุหลักมาจาก **ราคาต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น 53% YoY ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว** และ **ราคาต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นๆ**
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 15% YoY ในไตรมาส 2/64 และ 7% YoY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่สูงขึ้นเนื่องจากปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าเสื่อมราคาของโรงงานขอนแก่นที่เพิ่มขึ้นจากการปรับสต็อกในปีที่ผ่านมา
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการฟื้นตัวของรายได้ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วและอื่นๆ จะเป็นสัญญาณที่ดี แต่ปัจจัยด้านต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้นยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ ฝ่ายจัดการได้พยายามบริหารจัดการต้นทุนโดยการเพิ่มสัดส่วนการใช้เศษแก้วและพลังงานทดแทน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงสถานการณ์การขนส่งทั่วโลก ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวม 3,150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YoY** ในไตรมาส 2/64 และ 12% YoY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564
* **กำไรสุทธิ 158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY** ในไตรมาส 2/64 และ 10% YoY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 20.2% เป็น 17.4% ในไตรมาส 2/64 และจาก 18.9% เป็น 17.3% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564
* **ต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น 53% YoY** ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว และต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นๆ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 15% YoY** ในไตรมาส 2/64 จากค่าใช้จ่ายในการส่งออกและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 BGC มีรายได้จากการขายรวม 3,150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วที่รายได้เพิ่มขึ้น 41% YoY และกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นๆ ที่รายได้เพิ่มขึ้น 46% YoY สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 6,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY
ด้านกำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 549 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY แต่เมื่อคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) กลับลดลง 275 bps YoY มาอยู่ที่ 17.4% เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น 53% YoY และต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นๆ สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2564 กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2% YoY แต่ GPM ลดลง 159 bps YoY มาอยู่ที่ 17.3%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมเพิ่มขึ้น 15% YoY ในไตรมาส 2/64 จากค่าใช้จ่ายในการส่งออกและค่าขนส่งที่สูงขึ้น รวมถึงค่าเสื่อมราคาของโรงงานขอนแก่น ส่งผลให้กำไรสุทธิหลังหักภาษีอยู่ที่ 158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY และสำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2564 กำไรสุทธิอยู่ที่ 369 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว โดยเฉพาะเครื่องดื่มประเภทเบียร์และโซดา
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความพยายามในการปรับเพิ่มสัดส่วนการใช้เศษแก้ว พลังงานทดแทน และเทคโนโลยีการผลิต อาจช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นได้
* **การรวมธุรกิจ:** การเข้าซื้อกิจการบางกอกบรรจุภัณฑ์และบีจีแพคเกจจิ้ง อาจสร้างโอกาสในการเพิ่มขนาดธุรกิจและประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยกดดันหลักต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ
* **ปัญหาการขนส่งทั่วโลก:** การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าขนส่งที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการส่งออก
* **ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19:** แม้เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว แต่การระบาดของโรคยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการซื้อไฟฟ้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาพลังงานและวัตถุดิบในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
* สถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศ และผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการส่งออก
* การเติบโตของรายได้ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วและบรรจุภัณฑ์อื่นๆ
* ผลกระทบจากการรวมธุรกิจบางกอกบรรจุภัณฑ์และบีจีแพคเกจจิ้ง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข utilization โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วและอื่นๆ บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล order book โดยตรง แต่การฟื้นตัวของรายได้ภายในประเทศและกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นๆ บ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุชัดเจนว่าราคาต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น 53% YoY และต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อ GPM
* **GPM:** ลดลงจาก 20.2% เป็น 17.4% ใน Q2/64 YoY และจาก 18.9% เป็น 17.3% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 YoY
* **การส่งออก:** ค่าใช้จ่ายในการส่งออกเพิ่มขึ้นจากปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าขนส่งที่สูงขึ้น
* **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง (Unrealized Exchange rate gain) เล็กน้อยในกลุ่มธุรกิจพลังงาน
* **สินค้าคงคลัง:** ระยะเวลาสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 7.1 วัน มาอยู่ที่ 42.2 วัน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้วงจรเงินสดเพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 กลุ่มบริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 2.5 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.9 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมเพื่อใช้ในการเข้าซื้อกิจการบางกอกบรรจุภัณฑ์และบีจีแพคเกจจิ้ง
วงจรเงินสดอยู่ที่ 38.6 วัน เพิ่มขึ้น 6.5 วัน จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากระยะเวลาสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น
ความสามารถในการชำระหนี้ (DSCR) ลดลงจาก 2.0 เท่า มาอยู่ที่ 1.3 เท่า
## สรุปท้าย
BGC ในไตรมาส 2 ปี 2564 สามารถพลิกฟื้นรายได้จากการขายให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 28% YoY โดยมีกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วและบรรจุภัณฑ์อื่นๆ เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบได้กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลง แม้ฝ่ายจัดการจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนอย่างเต็มที่ แต่ความไม่แน่นอนของราคาวัตถุดิบและสถานการณ์การขนส่งทั่วโลกยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การรวมธุรกิจใหม่จะสร้างโอกาสในการเติบโตในอนาคต แต่ก็มาพร้อมกับภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งต้องติดตามความสามารถในการบริหารจัดการทางการเงินของบริษัทฯ ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
-6,179.55
ล้านบาท
↓ 19635.1% YoY
กำไรขั้นต้น
488.02
ล้านบาท
↓ 8.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.90
%
กำไรสุทธิ
-84.34
ล้านบาท
↓ 362.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.36
%
D/E Ratio
2.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-6,180
↓ -19635.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
488
↓ -8.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-84
↓ -362.2%
YoY
D/E Ratio
2.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.17
ROE (%)
1.72
ROA (%)
1.69
Book Value/หุ้น
7.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-622
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+412
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-621.98
-73.11%
|
-2,312.77
-920.48%
|
281.88
-111.90%
|
-2,369.55
+70.82%
|
-1,387.13
-344.48%
|
567.39
-1.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
412.39
-76.00%
|
1,718.21
-34.78%
|
2,634.66
-357.15%
|
-1,024.55
-179.72%
|
1,285.24
-432.67%
|
-386.34
-61.47%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
509.66
-23.66%
|
667.65
-123.43%
|
-2,849.52
-194.09%
|
3,028.55
+2,239.01%
|
129.48
-140.33%
|
-321.08
-162.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
300.08
+310.56%
|
73.09
+493.74%
|
12.31
-88.96%
|
111.54
+304.57%
|
27.57
-117.15%
|
-160.77
-285.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
122.31
-3.90%
|
127.28
-33.06%
|
190.14
+34.80%
|
141.05
-42.96%
|
247.29
-5.79%
|
262.48
+81.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
808.70
+561.19%
|
122.31
-3.90%
|
127.28
-33.06%
|
190.14
+34.80%
|
141.05
-33.39%
|
211.77
-19.32%
|