BGC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BGC
บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
6.90
0.05 (0.72%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนรายได้ ประมาณ 85% มาจากสินค้ากลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน บริษัทฯมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและสินค้า คงเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ การปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงาน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 โครงการขยายกําลังการผลิต สําหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) เป็นไปตามแผนงาน โครงการลงทุนซ่อมแซมเตาหลอมแก้วที่ 1 ของโรงงานอยุธยาที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 โดยคาดว่าจะเริ่มดําเนินการซ่อมแซมประมาณไตรมาสที่ 1 ปี 2566 และคาดการณ์ผลิตเชิง พาณิชย์ประมาณไตรมาสที่ 2 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7907 out_tok=3057 at=2026-07-25T02:32:36 --> # BGC กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 34% YoY รับต้นทุนพุ่ง-การเงินสูงขึ้น ## รายได้รวมโต 4% แต่ GPM หด 1.99% กดดันกำไรสุทธิ ขณะที่ธุรกิจแพคเกจจิ้งโตเด่น บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 71 ล้านบาท ลดลง 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายรวมจะเติบโต 4% เป็น 3,511 ล้านบาท แต่ถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ BGC ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 34% YoY มาอยู่ที่ 71 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 4% เป็น 3,511 ล้านบาท มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการเงิน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักคือ **การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการเงิน** โดย GPM ในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 13.0% ลดลง 1.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 11.6% ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 15% เป็น 850 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 72% YoY ในไตรมาส 2 และ 51% ในงวด 6 เดือนแรก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **การหดตัวของ GPM** เกิดจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนเศษแก้ว ก๊าซธรรมชาติ และค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้บริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการต้นทุนด้วยการเจรจาต่อรองราคา ปรับสูตรการผลิต ลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย ใช้พลังงานทางเลือก และนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการเงิน** เกิดจากการที่บริษัทฯ มีการกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการลงทุนและการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะการควบรวมกิจการ Prime Packaging ซึ่งเป็นธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนและม้วนฟิล์ม ทำให้หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 17% YoY และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2,081 ล้านบาท ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** สำหรับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นในอดีตนั้น มีแนวโน้มที่จะลดลง เนื่องจากเอกสารระบุว่า "ภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ได้รับปัจจัยบวกจากราคา น้ำมันอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นพลังงานหลักในกระบวนการผลิตมีแนวโน้มลดลง" อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจและการควบรวมกิจการ คาดว่าจะยังคงอยู่และเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 34% YoY:** อยู่ที่ 71 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2566 จาก 108 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการขายเติบโต 4% YoY:** อยู่ที่ 3,511 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วในกลุ่มโซดาและน้ำดื่ม และการรับรู้รายได้จาก Prime Packaging * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** อยู่ที่ 13.0% ลดลง 1.99% YoY จาก 11.6% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 72% YoY:** อยู่ที่ 67 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2566 จาก 39 ล้านบาทในปีก่อน * **ธุรกิจแพคเกจจิ้งเติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่มขึ้น 22% YoY ในไตรมาส 2 และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 228% YoY จากการควบรวม Prime Packaging และต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ลดลง ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 BGC มีรายได้จากการขายรวม 3,511 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY โดยกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วมีรายได้ 2,948 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY จากการบริโภคภายในประเทศในกลุ่มโซดาและน้ำดื่ม ขณะที่กลุ่มแพคเกจจิ้งมีรายได้ 641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY จากการควบรวมกิจการ Prime Packaging และการเติบโตของบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนและม้วนฟิล์ม อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 457 ล้านบาท ลดลง 11% YoY แม้ GPM จะปรับดีขึ้น 91 bps เป็น 13.0% โดยกลุ่มแพคเกจจิ้งมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 228% YoY จากการควบรวม Prime และต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง แต่กลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วมีกำไรขั้นต้นลดลง 0.5% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 6% YoY มาอยู่ที่ 304 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 72% YoY เป็น 67 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 34% YoY มาอยู่ที่ 71 ล้านบาท สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 7,325 ล้านบาท ลดลง 0.4% YoY กำไรขั้นต้นรวมลดลง 15% YoY มาอยู่ที่ 850 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 55% YoY มาอยู่ที่ 146 ล้านบาท ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจแพคเกจจิ้ง:** การควบรวมกิจการ Prime Packaging ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจแพคเกจจิ้ง ทั้งบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน ม้วนฟิล์ม และบรรจุภัณฑ์กระดาษ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเจรจาต่อรองราคาวัตถุดิบ การปรับสูตรการผลิต การใช้พลังงานทางเลือก และการนำเทคโนโลยีมาใช้ * **การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต:** การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เช่น ระบบอัจฉริยะในการควบคุมการใช้พลังงานเตาหลอมแก้ว (ESIII) และโครงการประหยัดพลังงานกับ ESCO ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ * **การขยายธุรกิจ Supply Chain:** การจัดตั้งบริษัทย่อย BGCSC เพื่อทำธุรกิจบริหารจัดการด้านซัพพลายเชนและให้เช่าพื้นที่คลังสินค้า เป็นการสร้างรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนธุรกิจหลัก ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานผันผวน:** แม้แนวโน้มราคาพลังงานจะลดลง แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เศษแก้ว ก๊าซธรรมชาติ และค่าไฟฟ้า * **อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อภาระหนี้สินของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ กดดันการบริโภคภาคเอกชนและการส่งออก * **การส่งออกชะลอตัว:** อุปสงค์โลกที่ได้รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อและการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออก * **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น:** การกู้ยืมเพื่อขยายธุรกิจส่งผลให้หนี้สินรวมและค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักและต้นทุนพลังงานจะส่งผลโดยตรงต่อ GPM ของกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว * **การเติบโตของกลุ่มแพคเกจจิ้ง:** ประสิทธิภาพการดำเนินงานและการสร้างรายได้จากการควบรวมกิจการ Prime Packaging * **การบริหารจัดการหนี้สินและค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** ความสามารถในการควบคุมภาระดอกเบี้ยจากการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น * **การฟื้นตัวของการบริโภคและการส่งออก:** ปัจจัยภายนอกที่จะส่งผลต่อปริมาณการขายของทั้งสองกลุ่มธุรกิจ * **การดำเนินงานของโรงงานอยุธยาหลังอุ่นเตา:** การเพิ่มกำลังการผลิตและประสิทธิภาพหลังจากการซ่อมบำรุง ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการอุ่นเตาหลอมแก้วที่โรงงานอยุธยาเพื่อเตรียมดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ ซึ่งบ่งชี้ถึงการเพิ่มกำลังการผลิต * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง * **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนที่เพิ่มขึ้น เช่น เศษแก้ว ก๊าซธรรมชาติ และเม็ดพลาสติกฟิล์ม แต่ก็มีส่วนที่ปรับตัวลดลง เช่น เม็ดพลาสติกฟิล์มและกระดาษคราฟท์ในกลุ่มแพคเกจจิ้ง * **GPM:** มีการหดตัวในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มแพคเกจจิ้ง ส่งผลให้ GPM รวมปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในไตรมาส แต่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน * **ส่งออก:** รายได้ส่งออกในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วลดลงจากกลุ่มเบียร์และ Food jar จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า * **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน * **สินค้าคงคลัง:** ระยะเวลาสินค้าคงเหลือลดลง 5.1 วัน ซึ่งส่งผลดีต่อวงจรเงินสด ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 18,343 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY โดยมีที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 1,930 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการควบรวม Prime Packaging สินทรัพย์สิทธิการใช้เพิ่มขึ้น 168 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 13,071 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% YoY โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2,081 ล้านบาท และหนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น 108 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 5,272 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY จากส่วนเกินทุนจากการตีราคาที่ดิน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 2.5 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.3 เท่า ณ สิ้นปี 2565 และหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 4.9 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 4.5 เท่า กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 548 ล้านบาท จากรายการที่ไม่ใช่เงินสดที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุนลดลง 2,356 ล้านบาท จากการจ่ายเพื่อซื้อที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และการลงทุนในบริษัทย่อย กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 1,814 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่กดดันผลประกอบการของ BGC ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือการหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้นจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว ประกอบกับค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ แม้รายได้รวมจะเติบโตจากการควบรวมกิจการ Prime Packaging และการเติบโตของกลุ่มโซดาและน้ำดื่ม แต่ก็ไม่สามารถชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มราคาพลังงานที่ลดลง และการเติบโตที่แข็งแกร่งของกลุ่มแพคเกจจิ้ง เป็นโอกาสที่ต้องจับตา ขณะที่ความเสี่ยงจากต้นทุนผันผวนและภาระดอกเบี้ยยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
-6,179.55 ล้านบาท
↓ 19635.1% YoY
กำไรขั้นต้น
488.02 ล้านบาท
↓ 8.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.90 %
กำไรสุทธิ
-84.34 ล้านบาท
↓ 362.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.36 %
D/E Ratio
2.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-6,180
↓ -19635.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
488
↓ -8.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-84
↓ -362.2% YoY
D/E Ratio
2.17

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
-6,179.55
-19,635.14%
31.63
-99.27%
4,308.16
+13.44%
3,797.79
+11.23%
3,414.39
+10.87%
3,079.59
-1.20%
กำไรขั้นต้น
488.02
-8.92%
535.83
-17.70%
651.07
+95.83%
332.46
-27.46%
458.29
-10.93%
514.52
+2.61%
ค่าใช้จ่ายรวม
407.90
+147.87%
164.56
-66.35%
489.09
+118.08%
224.27
-38.48%
364.53
-3.09%
376.14
+53.34%
กำไรสุทธิ
-84.34
-362.21%
32.17
-68.26%
101.36
+17.69%
86.12
+102.13%
42.61
-64.47%
119.92
-35.73%
กำไรต่อหุ้น
-0.12
-363.04%
0.05
-68.49%
0.15
+17.74%
0.12
+103.28%
0.06
-64.74%
0.17
-35.69%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
-7.90
-100.47%
1,693.90
+11,110.46%
15.11
+72.69%
8.75
-34.80%
13.42
-19.69%
16.71
+3.85%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
-6.60
-101.27%
520.22
+4,483.44%
11.35
+92.05%
5.91
-44.66%
10.68
-12.53%
12.21
+55.15%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
1.36
-98.66%
101.68
+4,226.81%
2.35
+3.52%
2.27
+81.60%
1.25
-67.87%
3.89
-35.06%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
+100.00%
-17.88
+38.45%
-29.05
-152.64%
55.19
+109.05%
ROE(%)
1.72
-67.91%
5.36
-22.88%
6.95
-38.93%
11.38
+3.17%
11.03
+7.19%
10.29
+52.22%
ROA(%)
1.69
-52.39%
3.55
-10.13%
3.95
-2.71%
4.06
-8.97%
4.46
-4.90%
4.69
+18.14%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.17
-18.73%
2.67
2.67
+16.59%
2.29
-4.98%
2.41
+26.18%
1.91
-28.46%
P/E
13.20
-20.10%
16.52
-5.38%
17.46
+27.82%
13.66
+3.25%
13.23
+7.82%
12.27
-37.65%
P/BV
0.50
-55.36%
1.12
+1.82%
1.10
-29.03%
1.55
-7.19%
1.67
+19.29%
1.40
-28.21%
BV
7.82
+12.84%
6.93
-1.70%
7.05
+9.30%
6.45
+1.57%
6.35
-13.84%
7.37
+5.44%
YIELD(%)
5.52
+53.76%
3.59
-37.46%
5.74
+19.58%
4.80
+10.60%
4.34
+1.17%
4.29
+225.00%
ราคาหุ้น
3.90
-50.00%
7.80
+0.65%
7.75
-22.50%
10.00
-5.66%
10.60
+2.91%
10.30
-24.26%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.17
ROE (%)
1.72
ROA (%)
1.69
Book Value/หุ้น
7.92

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
5,368.40
-3.44%
5,559.62
+6.61%
4,684.56
-46.06%
8,684.65
+68.78%
4,270.69
+14.66%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
13,050.73
-3.87%
13,575.66
-2.33%
11,370.85
+13.45%
10,023.05
-29.48%
13,678.23
-3.72%
รวมสินทรัพย์
18,419.13
-3.74%
19,135.28
+0.11%
16,055.40
-14.18%
18,707.70
-3.36%
17,948.91
+0.10%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
9,081.98
-15.13%
10,700.68
+2.60%
8,543.29
-16.86%
10,275.83
+21.63%
7,700.68
+15.80%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
3,532.56
+9.87%
3,215.14
-7.53%
2,639.02
-10.33%
2,943.14
-28.68%
4,089.77
-23.42%
รวมหนี้สิน
12,614.54
-9.35%
13,915.82
+0.07%
11,182.31
-15.41%
13,218.97
+5.12%
11,790.45
-1.66%
รวมส่วนของเจ้าของ
5,804.59
+11.21%
5,219.47
+0.21%
4,873.09
-11.22%
5,488.73
-19.09%
6,158.46
+3.65%
D/E
2.17
2.67
2.29
2.41
1.91
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
1.72
5.36
11.38
11.03
10.29
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
1.69
3.55
4.06
4.46
4.69
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.59
0.52
0.55
0.85
0.55
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.26
0.17
0.20
0.15
0.21
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
43.11
46.76
0.00
40.55
46.16
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
100.23
93.48
0.00
88.42
82.28
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
45.69
50.07
0.00
42.12
47.47
วงจรเงินสด
97.65
90.18
0.00
86.86
80.97
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-622
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+412
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-621.98
-73.11%
-2,312.77
-920.48%
281.88
-111.90%
-2,369.55
+70.82%
-1,387.13
-344.48%
567.39
-1.35%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
412.39
-76.00%
1,718.21
-34.78%
2,634.66
-357.15%
-1,024.55
-179.72%
1,285.24
-432.67%
-386.34
-61.47%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
509.66
-23.66%
667.65
-123.43%
-2,849.52
-194.09%
3,028.55
+2,239.01%
129.48
-140.33%
-321.08
-162.43%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
300.08
+310.56%
73.09
+493.74%
12.31
-88.96%
111.54
+304.57%
27.57
-117.15%
-160.77
-285.45%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
122.31
-3.90%
127.28
-33.06%
190.14
+34.80%
141.05
-42.96%
247.29
-5.79%
262.48
+81.12%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
808.70
+561.19%
122.31
-3.90%
127.28
-33.06%
190.14
+34.80%
141.05
-33.39%
211.77
-19.32%