BGC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BGC
บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
6.90
0.05 (0.72%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนรายได้ ประมาณ 85% มาจากสินค้ากลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน บริษัทฯมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและสินค้า คงเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ การปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงาน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 โครงการขยายกําลังการผลิต สําหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) เป็นไปตามแผนงาน โครงการลงทุนซ่อมแซมเตาหลอมแก้วที่ 1 ของโรงงานอยุธยาที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 โดยคาดว่าจะเริ่มดําเนินการซ่อมแซมประมาณไตรมาสที่ 1 ปี 2566 และคาดการณ์ผลิตเชิง พาณิชย์ประมาณไตรมาสที่ 2 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7877 out_tok=3221 at=2026-07-25T09:58:25 --> # BGC Q3/2566 กำไรสุทธิหด 21% YoY รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายภาษีเพิ่ม ## รายได้รวมโต 12% แต่ GPM ลดลง กดดันกำไรสุทธิ แม้ต้นทุนพลังงานเริ่มคลายตัว บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 77 ล้านบาท ลดลง 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 12% เป็น 3,417 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายภาษีที่เพิ่มขึ้นจากการหมดอายุของสิทธิประโยชน์ทางภาษี และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ของ BGC ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 21% YoY มาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับค่าใช้จ่ายทางภาษีที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการหมดอายุของสิทธิประโยชน์ทางภาษี และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีถึง 12% YoY และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยรวมปรับตัวดีขึ้น 186 bps เป็น 15.2% ในไตรมาสนี้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **รายได้จากการขายเติบโต 12% YoY:** ได้รับแรงหนุนหลักจากการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วในกลุ่มเบียร์ โซดา และน้ำดื่ม รวมถึงการรับรู้รายได้จากบริษัท ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง จำกัด ที่เข้าซื้อกิจการ ซึ่งช่วยหนุนรายได้กลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นให้เติบโตต่อเนื่อง * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยรวมดีขึ้น:** GPM รวมเพิ่มขึ้น 186 bps เป็น 15.2% YoY โดยกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว GPM เพิ่มขึ้น 174 bps เป็น 16.3% จากการปรับราคาขายและ Product Mix ที่ดีขึ้น รวมถึงต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้าที่ลดลงในช่วงปลายไตรมาส ขณะที่กลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่น GPM เพิ่มขึ้นถึง 335 bps เป็น 9.5% จากอัตรากำไรของ Flexible Plastic ที่ดีขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบบางชนิด เช่น เม็ดพลาสติกและกระดาษคราฟท์ที่ลดลง * **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 10% YoY:** แม้ GPM โดยรวมจะดีขึ้น แต่ต้นทุนขายเงินสดเพิ่มขึ้น 10% YoY สะท้อนถึงต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนที่ยังคงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเศษแก้วสำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้ว * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 25% YoY:** สาเหตุหลักมาจากค่าเช่าคลังสินค้า และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เกิดขึ้นในช่วงการปิดซ่อมเตาหลอมแก้วที่บริษัท บีจีซี กล๊าส โซลูชั่น จำกัด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย * **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 88% YoY:** มาจากการกู้ยืมเพื่อการลงทุนและซ่อมแซมเตาหลอมแก้ว * **ค่าใช้จ่ายภาษีเพิ่มขึ้น 900% YoY:** เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรสุทธิ โดยมาจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่หมดอายุลง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว (สำหรับค่าใช้จ่ายภาษี) / มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับค่าใช้จ่ายทางการเงินและต้นทุนวัตถุดิบบางส่วน)** * **ค่าใช้จ่ายภาษี:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายภาษี 900% YoY เป็นผลจากการหมดอายุของสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI ซึ่งเป็นปัจจัยครั้งคราวสำหรับงวดนี้ แต่จะส่งผลกระทบต่อฐานภาษีในอนาคต * **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากมีการกู้ยืมเพื่อการลงทุนโครงการซ่อมแซมเตาหลอมแก้วที่สำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในระยะต่อไป * **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ฝ่ายจัดการจะมีการบริหารจัดการต้นทุนผ่านการเจรจาต่อรอง การปรับสูตร และการใช้พลังงานทางเลือก แต่แรงกดดันจากราคาวัตถุดิบบางส่วนยังคงมีอยู่ ซึ่งต้องติดตามการปรับราคาขายและประสิทธิภาพการผลิตอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ (บริษัทใหญ่) Q3/66: 77 ล้านบาท ลดลง 21% YoY** * **รายได้จากการขาย Q3/66: 3,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY** * **กำไรขั้นต้น Q3/66: 519 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YoY** * **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/66: 15.2% เพิ่มขึ้น 186 bps YoY** * **ค่าใช้จ่ายภาษี Q3/66: 20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 900% YoY** * **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน Q3/66: 75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% YoY** * **หนี้สินรวม ณ ก.ย. 66: 13,588 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY** ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 BGC มีรายได้จากการขายรวม 3,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วในกลุ่มเบียร์ โซดา และน้ำดื่ม รวมถึงการรับรู้รายได้จากบริษัท ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง จำกัด ที่เข้าซื้อกิจการ ส่งผลให้รายได้กลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 10% ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 28% เป็น 519 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น 186 bps เป็น 15.2% จากการปรับราคาขายและ Product Mix ที่ดีขึ้น รวมถึงต้นทุนพลังงานที่ลดลงในช่วงปลายไตรมาส แต่กำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่กลับลดลง 21% มาอยู่ที่ 77 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 25% จากค่าเช่าคลังและค่าใช้จ่ายในการบริหารช่วงปิดซ่อมเตาหลอมแก้ว ประกอบกับค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 88% จากการกู้ยืม และที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายภาษีที่พุ่งสูงขึ้น 900% จากการหมดอายุของสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้จากการขายรวม 10,742 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY แต่กำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลงถึง 47% มาอยู่ที่ 223 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ค่าใช้จ่ายทางภาษี และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น ## โอกาส * **การฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน:** การบริโภคในประเทศที่ค่อยๆ ฟื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้ว * **การรับรู้รายได้จาก M&A:** การเข้าซื้อกิจการบริษัท ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง จำกัด ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตให้กับกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นอย่างต่อเนื่อง * **การลงทุนในเทคโนโลยี:** การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในกระบวนการผลิต เช่น ระบบอัจฉริยะในการควบคุมการใช้พลังงานเตาหลอมแก้ว (ESIII) และการเข้าร่วมโครงการประหยัดพลังงาน จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว * **การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต:** การลงทุนโครงการซ่อมแซมเตาหลอมแก้วที่ 2 ของโรงงานบริษัท ปทุมธานี กล๊าส อินดัสทรี จำกัด เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและรองรับความต้องการที่สูงขึ้น ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบบางชนิด เช่น เศษแก้ว และต้นทุนพลังงาน ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร * **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ และกำลังซื้อของผู้บริโภค * **ค่าครองชีพสูง:** กดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการขายสินค้าบางประเภท * **การหมดอายุของสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** ส่งผลให้ภาระภาษีเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบต่อกำไรสุทธิ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจจำกัดความสามารถในการปรับขึ้นราคาสินค้า ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** การบริหารจัดการต้นทุนและการปรับราคาขายเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น * **ผลกระทบจากการลงทุนซ่อมแซมเตาหลอมแก้ว:** การเพิ่มประสิทธิภาพและกำลังการผลิตหลังการลงทุนแล้วเสร็จ * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง * **การปรับตัวของกำลังซื้อผู้บริโภค:** ผลกระทบต่อปริมาณการขายในระยะต่อไป * **การดำเนินงานของบริษัท ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง จำกัด:** การสร้าง Synergy และการเติบโตของรายได้ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการเติบโตของปริมาณการขายในกลุ่มเบียร์ โซดา และน้ำดื่ม รวมถึงการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการ Utilization ที่ดี * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้และการลงทุนเพื่อรองรับความต้องการที่สูงขึ้น สะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่เพียงพอ * **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงราคาวัตถุดิบบางส่วนที่เพิ่มขึ้น (เช่น เศษแก้ว) และบางส่วนที่ลดลง (เช่น เม็ดพลาสติก, กระดาษคราฟท์) ฝ่ายจัดการมีการบริหารจัดการผ่านการเจรจาต่อรอง ปรับสูตร และหาคู่ค้าใหม่ * **GPM:** โดยรวมดีขึ้น 186 bps ใน Q3/66 เป็น 15.2% โดยกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วเพิ่มขึ้น 174 bps เป็น 16.3% และกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นเพิ่มขึ้น 335 bps เป็น 9.5% * **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อการบริโภคภายในประเทศ * **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึง "กำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ" ในส่วนของรายได้อื่น แต่ไม่ได้ระบุตัวเลขหรือผลกระทบที่ชัดเจนในงวด Q3/66 * **สินค้าคงคลัง:** ระยะเวลาถือครองสินค้าคงเหลือลดลง 2.7 วัน เป็น 46.5 วัน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 18,902 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY โดยหลักมาจากที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนซ่อมแซมเตาหลอมแก้ว และสินทรัพย์สิทธิการใช้ หนี้สินรวมอยู่ที่ 13,588 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY จากการเงินกู้เพื่อการซ่อมแซมเตาหลอมแก้ว ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) เพิ่มขึ้นเป็น 2.6 เท่า จาก 2.3 เท่า ณ สิ้นปี 2565 และ Net Debt to EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 5.0 เท่า จาก 4.5 เท่า ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 9% YoY เป็น 5,314 ล้านบาท กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 439 ล้านบาท จากรายการที่ไม่ใช่เงินสดที่เพิ่มขึ้น แม้กำไรจากการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียนลดลง กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุนลดลง 2,506 ล้านบาท จากการจ่ายเพื่อซื้อที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และการลงทุนในบริษัทย่อย กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 2,126 ล้านบาท จากเงินสดรับจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ## สรุปท้าย BGC ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนที่ยังสูง ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน และที่สำคัญคือภาระภาษีที่สูงขึ้นจากการหมดอายุของสิทธิประโยชน์ทางภาษี ทำให้กำไรสุทธิของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 21% YoY แม้รายได้จากการขายจะเติบโตได้ดี 12% และ GPM โดยรวมปรับตัวดีขึ้นก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการควบคุมค่าใช้จ่ายทางการเงินจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป ขณะที่การฟื้นตัวของการบริโภคและการลงทุนในเทคโนโลยีเป็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
-6,179.55 ล้านบาท
↓ 19635.1% YoY
กำไรขั้นต้น
488.02 ล้านบาท
↓ 8.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.90 %
กำไรสุทธิ
-84.34 ล้านบาท
↓ 362.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.36 %
D/E Ratio
2.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-6,180
↓ -19635.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
488
↓ -8.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-84
↓ -362.2% YoY
D/E Ratio
2.17

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
-6,179.55
-19,635.14%
31.63
-99.27%
4,308.16
+13.44%
3,797.79
+11.23%
3,414.39
+10.87%
3,079.59
-1.20%
กำไรขั้นต้น
488.02
-8.92%
535.83
-17.70%
651.07
+95.83%
332.46
-27.46%
458.29
-10.93%
514.52
+2.61%
ค่าใช้จ่ายรวม
407.90
+147.87%
164.56
-66.35%
489.09
+118.08%
224.27
-38.48%
364.53
-3.09%
376.14
+53.34%
กำไรสุทธิ
-84.34
-362.21%
32.17
-68.26%
101.36
+17.69%
86.12
+102.13%
42.61
-64.47%
119.92
-35.73%
กำไรต่อหุ้น
-0.12
-363.04%
0.05
-68.49%
0.15
+17.74%
0.12
+103.28%
0.06
-64.74%
0.17
-35.69%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
-7.90
-100.47%
1,693.90
+11,110.46%
15.11
+72.69%
8.75
-34.80%
13.42
-19.69%
16.71
+3.85%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
-6.60
-101.27%
520.22
+4,483.44%
11.35
+92.05%
5.91
-44.66%
10.68
-12.53%
12.21
+55.15%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
1.36
-98.66%
101.68
+4,226.81%
2.35
+3.52%
2.27
+81.60%
1.25
-67.87%
3.89
-35.06%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
+100.00%
-17.88
+38.45%
-29.05
-152.64%
55.19
+109.05%
ROE(%)
1.72
-67.91%
5.36
-22.88%
6.95
-38.93%
11.38
+3.17%
11.03
+7.19%
10.29
+52.22%
ROA(%)
1.69
-52.39%
3.55
-10.13%
3.95
-2.71%
4.06
-8.97%
4.46
-4.90%
4.69
+18.14%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.17
-18.73%
2.67
2.67
+16.59%
2.29
-4.98%
2.41
+26.18%
1.91
-28.46%
P/E
13.20
-20.10%
16.52
-5.38%
17.46
+27.82%
13.66
+3.25%
13.23
+7.82%
12.27
-37.65%
P/BV
0.50
-55.36%
1.12
+1.82%
1.10
-29.03%
1.55
-7.19%
1.67
+19.29%
1.40
-28.21%
BV
7.82
+12.84%
6.93
-1.70%
7.05
+9.30%
6.45
+1.57%
6.35
-13.84%
7.37
+5.44%
YIELD(%)
5.52
+53.76%
3.59
-37.46%
5.74
+19.58%
4.80
+10.60%
4.34
+1.17%
4.29
+225.00%
ราคาหุ้น
3.90
-50.00%
7.80
+0.65%
7.75
-22.50%
10.00
-5.66%
10.60
+2.91%
10.30
-24.26%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.17
ROE (%)
1.72
ROA (%)
1.69
Book Value/หุ้น
7.92

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
5,368.40
-3.44%
5,559.62
+6.61%
4,684.56
-46.06%
8,684.65
+68.78%
4,270.69
+14.66%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
13,050.73
-3.87%
13,575.66
-2.33%
11,370.85
+13.45%
10,023.05
-29.48%
13,678.23
-3.72%
รวมสินทรัพย์
18,419.13
-3.74%
19,135.28
+0.11%
16,055.40
-14.18%
18,707.70
-3.36%
17,948.91
+0.10%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
9,081.98
-15.13%
10,700.68
+2.60%
8,543.29
-16.86%
10,275.83
+21.63%
7,700.68
+15.80%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
3,532.56
+9.87%
3,215.14
-7.53%
2,639.02
-10.33%
2,943.14
-28.68%
4,089.77
-23.42%
รวมหนี้สิน
12,614.54
-9.35%
13,915.82
+0.07%
11,182.31
-15.41%
13,218.97
+5.12%
11,790.45
-1.66%
รวมส่วนของเจ้าของ
5,804.59
+11.21%
5,219.47
+0.21%
4,873.09
-11.22%
5,488.73
-19.09%
6,158.46
+3.65%
D/E
2.17
2.67
2.29
2.41
1.91
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
1.72
5.36
11.38
11.03
10.29
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
1.69
3.55
4.06
4.46
4.69
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.59
0.52
0.55
0.85
0.55
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.26
0.17
0.20
0.15
0.21
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
43.11
46.76
0.00
40.55
46.16
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
100.23
93.48
0.00
88.42
82.28
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
45.69
50.07
0.00
42.12
47.47
วงจรเงินสด
97.65
90.18
0.00
86.86
80.97
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-622
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+412
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-621.98
-73.11%
-2,312.77
-920.48%
281.88
-111.90%
-2,369.55
+70.82%
-1,387.13
-344.48%
567.39
-1.35%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
412.39
-76.00%
1,718.21
-34.78%
2,634.66
-357.15%
-1,024.55
-179.72%
1,285.24
-432.67%
-386.34
-61.47%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
509.66
-23.66%
667.65
-123.43%
-2,849.52
-194.09%
3,028.55
+2,239.01%
129.48
-140.33%
-321.08
-162.43%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
300.08
+310.56%
73.09
+493.74%
12.31
-88.96%
111.54
+304.57%
27.57
-117.15%
-160.77
-285.45%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
122.31
-3.90%
127.28
-33.06%
190.14
+34.80%
141.05
-42.96%
247.29
-5.79%
262.48
+81.12%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
808.70
+561.19%
122.31
-3.90%
127.28
-33.06%
190.14
+34.80%
141.05
-33.39%
211.77
-19.32%