บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
6.90
0.05 (0.72%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนรายได้ ประมาณ 85% มาจากสินค้ากลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน
บริษัทฯมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและสินค้า คงเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ
การปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงาน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565
โครงการขยายกําลังการผลิต สําหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) เป็นไปตามแผนงาน
โครงการลงทุนซ่อมแซมเตาหลอมแก้วที่ 1 ของโรงงานอยุธยาที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 โดยคาดว่าจะเริ่มดําเนินการซ่อมแซมประมาณไตรมาสที่ 1 ปี 2566 และคาดการณ์ผลิตเชิง พาณิชย์ประมาณไตรมาสที่ 2 ปี 2566
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7877 out_tok=3221 at=2026-07-25T09:58:25 -->
# BGC Q3/2566 กำไรสุทธิหด 21% YoY รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายภาษีเพิ่ม
## รายได้รวมโต 12% แต่ GPM ลดลง กดดันกำไรสุทธิ แม้ต้นทุนพลังงานเริ่มคลายตัว
บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 77 ล้านบาท ลดลง 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 12% เป็น 3,417 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายภาษีที่เพิ่มขึ้นจากการหมดอายุของสิทธิประโยชน์ทางภาษี และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ของ BGC ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 21% YoY มาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับค่าใช้จ่ายทางภาษีที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการหมดอายุของสิทธิประโยชน์ทางภาษี และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีถึง 12% YoY และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยรวมปรับตัวดีขึ้น 186 bps เป็น 15.2% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายเติบโต 12% YoY:** ได้รับแรงหนุนหลักจากการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วในกลุ่มเบียร์ โซดา และน้ำดื่ม รวมถึงการรับรู้รายได้จากบริษัท ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง จำกัด ที่เข้าซื้อกิจการ ซึ่งช่วยหนุนรายได้กลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นให้เติบโตต่อเนื่อง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยรวมดีขึ้น:** GPM รวมเพิ่มขึ้น 186 bps เป็น 15.2% YoY โดยกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว GPM เพิ่มขึ้น 174 bps เป็น 16.3% จากการปรับราคาขายและ Product Mix ที่ดีขึ้น รวมถึงต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้าที่ลดลงในช่วงปลายไตรมาส ขณะที่กลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่น GPM เพิ่มขึ้นถึง 335 bps เป็น 9.5% จากอัตรากำไรของ Flexible Plastic ที่ดีขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบบางชนิด เช่น เม็ดพลาสติกและกระดาษคราฟท์ที่ลดลง
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 10% YoY:** แม้ GPM โดยรวมจะดีขึ้น แต่ต้นทุนขายเงินสดเพิ่มขึ้น 10% YoY สะท้อนถึงต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนที่ยังคงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเศษแก้วสำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้ว
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 25% YoY:** สาเหตุหลักมาจากค่าเช่าคลังสินค้า และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เกิดขึ้นในช่วงการปิดซ่อมเตาหลอมแก้วที่บริษัท บีจีซี กล๊าส โซลูชั่น จำกัด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 88% YoY:** มาจากการกู้ยืมเพื่อการลงทุนและซ่อมแซมเตาหลอมแก้ว
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเพิ่มขึ้น 900% YoY:** เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรสุทธิ โดยมาจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่หมดอายุลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว (สำหรับค่าใช้จ่ายภาษี) / มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับค่าใช้จ่ายทางการเงินและต้นทุนวัตถุดิบบางส่วน)**
* **ค่าใช้จ่ายภาษี:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายภาษี 900% YoY เป็นผลจากการหมดอายุของสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI ซึ่งเป็นปัจจัยครั้งคราวสำหรับงวดนี้ แต่จะส่งผลกระทบต่อฐานภาษีในอนาคต
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากมีการกู้ยืมเพื่อการลงทุนโครงการซ่อมแซมเตาหลอมแก้วที่สำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในระยะต่อไป
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ฝ่ายจัดการจะมีการบริหารจัดการต้นทุนผ่านการเจรจาต่อรอง การปรับสูตร และการใช้พลังงานทางเลือก แต่แรงกดดันจากราคาวัตถุดิบบางส่วนยังคงมีอยู่ ซึ่งต้องติดตามการปรับราคาขายและประสิทธิภาพการผลิตอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ (บริษัทใหญ่) Q3/66: 77 ล้านบาท ลดลง 21% YoY**
* **รายได้จากการขาย Q3/66: 3,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY**
* **กำไรขั้นต้น Q3/66: 519 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YoY**
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/66: 15.2% เพิ่มขึ้น 186 bps YoY**
* **ค่าใช้จ่ายภาษี Q3/66: 20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 900% YoY**
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน Q3/66: 75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% YoY**
* **หนี้สินรวม ณ ก.ย. 66: 13,588 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY**
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 BGC มีรายได้จากการขายรวม 3,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วในกลุ่มเบียร์ โซดา และน้ำดื่ม รวมถึงการรับรู้รายได้จากบริษัท ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง จำกัด ที่เข้าซื้อกิจการ ส่งผลให้รายได้กลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นเติบโตต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 10% ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 28% เป็น 519 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น 186 bps เป็น 15.2% จากการปรับราคาขายและ Product Mix ที่ดีขึ้น รวมถึงต้นทุนพลังงานที่ลดลงในช่วงปลายไตรมาส
แต่กำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่กลับลดลง 21% มาอยู่ที่ 77 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 25% จากค่าเช่าคลังและค่าใช้จ่ายในการบริหารช่วงปิดซ่อมเตาหลอมแก้ว ประกอบกับค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 88% จากการกู้ยืม และที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายภาษีที่พุ่งสูงขึ้น 900% จากการหมดอายุของสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้จากการขายรวม 10,742 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY แต่กำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลงถึง 47% มาอยู่ที่ 223 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ค่าใช้จ่ายทางภาษี และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน:** การบริโภคในประเทศที่ค่อยๆ ฟื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้ว
* **การรับรู้รายได้จาก M&A:** การเข้าซื้อกิจการบริษัท ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง จำกัด ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตให้กับกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นอย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนในเทคโนโลยี:** การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในกระบวนการผลิต เช่น ระบบอัจฉริยะในการควบคุมการใช้พลังงานเตาหลอมแก้ว (ESIII) และการเข้าร่วมโครงการประหยัดพลังงาน จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว
* **การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต:** การลงทุนโครงการซ่อมแซมเตาหลอมแก้วที่ 2 ของโรงงานบริษัท ปทุมธานี กล๊าส อินดัสทรี จำกัด เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและรองรับความต้องการที่สูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบบางชนิด เช่น เศษแก้ว และต้นทุนพลังงาน ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ และกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ค่าครองชีพสูง:** กดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการขายสินค้าบางประเภท
* **การหมดอายุของสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** ส่งผลให้ภาระภาษีเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจจำกัดความสามารถในการปรับขึ้นราคาสินค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** การบริหารจัดการต้นทุนและการปรับราคาขายเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลกระทบจากการลงทุนซ่อมแซมเตาหลอมแก้ว:** การเพิ่มประสิทธิภาพและกำลังการผลิตหลังการลงทุนแล้วเสร็จ
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง
* **การปรับตัวของกำลังซื้อผู้บริโภค:** ผลกระทบต่อปริมาณการขายในระยะต่อไป
* **การดำเนินงานของบริษัท ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง จำกัด:** การสร้าง Synergy และการเติบโตของรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการเติบโตของปริมาณการขายในกลุ่มเบียร์ โซดา และน้ำดื่ม รวมถึงการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการ Utilization ที่ดี
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้และการลงทุนเพื่อรองรับความต้องการที่สูงขึ้น สะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่เพียงพอ
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงราคาวัตถุดิบบางส่วนที่เพิ่มขึ้น (เช่น เศษแก้ว) และบางส่วนที่ลดลง (เช่น เม็ดพลาสติก, กระดาษคราฟท์) ฝ่ายจัดการมีการบริหารจัดการผ่านการเจรจาต่อรอง ปรับสูตร และหาคู่ค้าใหม่
* **GPM:** โดยรวมดีขึ้น 186 bps ใน Q3/66 เป็น 15.2% โดยกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วเพิ่มขึ้น 174 bps เป็น 16.3% และกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นเพิ่มขึ้น 335 bps เป็น 9.5%
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อการบริโภคภายในประเทศ
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึง "กำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ" ในส่วนของรายได้อื่น แต่ไม่ได้ระบุตัวเลขหรือผลกระทบที่ชัดเจนในงวด Q3/66
* **สินค้าคงคลัง:** ระยะเวลาถือครองสินค้าคงเหลือลดลง 2.7 วัน เป็น 46.5 วัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 18,902 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY โดยหลักมาจากที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนซ่อมแซมเตาหลอมแก้ว และสินทรัพย์สิทธิการใช้
หนี้สินรวมอยู่ที่ 13,588 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY จากการเงินกู้เพื่อการซ่อมแซมเตาหลอมแก้ว ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) เพิ่มขึ้นเป็น 2.6 เท่า จาก 2.3 เท่า ณ สิ้นปี 2565 และ Net Debt to EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 5.0 เท่า จาก 4.5 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 9% YoY เป็น 5,314 ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 439 ล้านบาท จากรายการที่ไม่ใช่เงินสดที่เพิ่มขึ้น แม้กำไรจากการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียนลดลง
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุนลดลง 2,506 ล้านบาท จากการจ่ายเพื่อซื้อที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และการลงทุนในบริษัทย่อย
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 2,126 ล้านบาท จากเงินสดรับจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
## สรุปท้าย
BGC ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนที่ยังสูง ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน และที่สำคัญคือภาระภาษีที่สูงขึ้นจากการหมดอายุของสิทธิประโยชน์ทางภาษี ทำให้กำไรสุทธิของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 21% YoY แม้รายได้จากการขายจะเติบโตได้ดี 12% และ GPM โดยรวมปรับตัวดีขึ้นก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการควบคุมค่าใช้จ่ายทางการเงินจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป ขณะที่การฟื้นตัวของการบริโภคและการลงทุนในเทคโนโลยีเป็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
-6,179.55
ล้านบาท
↓ 19635.1% YoY
กำไรขั้นต้น
488.02
ล้านบาท
↓ 8.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.90
%
กำไรสุทธิ
-84.34
ล้านบาท
↓ 362.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.36
%
D/E Ratio
2.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-6,180
↓ -19635.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
488
↓ -8.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-84
↓ -362.2%
YoY
D/E Ratio
2.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.17
ROE (%)
1.72
ROA (%)
1.69
Book Value/หุ้น
7.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-622
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+412
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-621.98
-73.11%
|
-2,312.77
-920.48%
|
281.88
-111.90%
|
-2,369.55
+70.82%
|
-1,387.13
-344.48%
|
567.39
-1.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
412.39
-76.00%
|
1,718.21
-34.78%
|
2,634.66
-357.15%
|
-1,024.55
-179.72%
|
1,285.24
-432.67%
|
-386.34
-61.47%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
509.66
-23.66%
|
667.65
-123.43%
|
-2,849.52
-194.09%
|
3,028.55
+2,239.01%
|
129.48
-140.33%
|
-321.08
-162.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
300.08
+310.56%
|
73.09
+493.74%
|
12.31
-88.96%
|
111.54
+304.57%
|
27.57
-117.15%
|
-160.77
-285.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
122.31
-3.90%
|
127.28
-33.06%
|
190.14
+34.80%
|
141.05
-42.96%
|
247.29
-5.79%
|
262.48
+81.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
808.70
+561.19%
|
122.31
-3.90%
|
127.28
-33.06%
|
190.14
+34.80%
|
141.05
-33.39%
|
211.77
-19.32%
|