BGC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BGC
บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
6.90
0.05 (0.72%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนรายได้ ประมาณ 85% มาจากสินค้ากลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน บริษัทฯมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและสินค้า คงเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ การปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงาน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 โครงการขยายกําลังการผลิต สําหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) เป็นไปตามแผนงาน โครงการลงทุนซ่อมแซมเตาหลอมแก้วที่ 1 ของโรงงานอยุธยาที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 โดยคาดว่าจะเริ่มดําเนินการซ่อมแซมประมาณไตรมาสที่ 1 ปี 2566 และคาดการณ์ผลิตเชิง พาณิชย์ประมาณไตรมาสที่ 2 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9174 out_tok=2424 at=2026-07-25T11:43:48 --> # BGC Q2/2565 กำไรสุทธิลดลง 11% YoY ต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงานพุ่งฉุด GPM ## ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานพุ่งกดดัน GPM ขณะรายได้โตตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายเติบโต 12% YoY แตะ 3,388 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 11% YoY เหลือ 108 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำใหกำไรสุทธิของ BGC ในไตรมาส 2 ปี 2565 ลดลง 11% YoY มาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงถึง 401 bps YoY จาก 16.1% เป็น 12.1% แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีถึง 12% YoY ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น เศษแก้ว โซดาแอช และเม็ดพลาสติก รวมถึงต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอย่างมาก (เพิ่มขึ้น 26% QoQ และ 70% YoY) เป็นปัจจัยกดดันหลัก โดยสาเหตุมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซีย การฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกที่ทำให้ความต้องการพลังงานสูงขึ้น ประกอบกับนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ต้นทุนการนำเข้าเชื้อเพลิงและวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ค่าขนส่งที่สูงขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าราคาพลังงานและอัตราเงินเฟ้อจะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กดดันการเติบโตของอุตสาหกรรมต่อไป แม้ว่าอุปสงค์ของผู้บริโภคจะฟื้นตัวจากความกังวลต่อสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายลง การที่ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูง และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจัยภายนอกที่ยังคงอยู่ จะส่งผลกดดันต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ ในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **รายได้เติบโต 12% YoY:** รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 3,388 ล้านบาท โดยธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วเติบโต 12% YoY จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น 124% YoY จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในหลายประเทศ * **กำไรสุทธิลดลง 11% YoY:** กำไรสุทธิที่ลดลงเหลือ 108 ล้านบาท เป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** GPM ลดลงจาก 16.1% เป็น 12.1% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น * **ต้นทุนพลังงานพุ่ง 70% YoY:** ต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์ความขัดแย้งและอุปสงค์ที่สูงขึ้น * **ต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับขึ้น:** โซดาแอชเพิ่มขึ้น 92% YoY, เศษแก้วเพิ่มขึ้น 3% YoY, กระดาษเพิ่มขึ้นตามราคาพลังงานและค่าเงินดอลลาร์, HDPE & PET เพิ่มขึ้นตามราคาพลังงาน * **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 2% YoY:** เกิดจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายของกิจการ * **หนี้สินรวมลดลง 24% YoY:** มาจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาว ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 3,388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วอยู่ที่ 2,924 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY และธุรกิจแพคเกจจิ้งอยู่ที่ 526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 16% YoY อยู่ที่ 410 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 16.1% เป็น 12.1% YoY สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 7,355 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% YoY แต่กำไรสุทธิที่ลดลง 8% YoY อยู่ที่ 341 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิที่ลดลงนี้เป็นผลมาจากการดำเนินงานต่อเนื่องที่เพิ่มขึ้น 15% YoY แต่ถูกหักล้างด้วยการดำเนินงานที่ยกเลิก ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการ:** การเปิดประเทศและการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติส่งผลดีต่อความต้องการสินค้าและบริการในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นตลาดหลักของบรรจุภัณฑ์แก้ว * **การขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging):** โครงการขยายกำลังการผลิตคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2 ปี 2566 ซึ่งจะสามารถเพิ่มยอดขายได้ราว 700 ล้านบาทต่อปี * **การส่งออกที่เติบโต:** รายได้จากการส่งออกในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 124% YoY ในไตรมาส 2 ปี 2565 สะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการในต่างประเทศ ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานผันผวนสูง:** ราคาพลังงานและวัตถุดิบที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มผันผวน เป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันอัตรากำไรของบริษัทฯ * **อัตราเงินเฟ้อและกำลังซื้อผู้บริโภค:** อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากค่าไฟฟ้าและราคาพลังงานขายปลีก อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะยาว * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าบางส่วน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาพลังงานและวัตถุดิบในไตรมาสถัดไป * ผลกระทบของอัตราเงินเฟ้อต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค * ความคืบหน้าของโครงการขยายกำลังการผลิต Flexible Packaging * การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร * แนวโน้มการส่งออกและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในตลาดหลัก ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ 12% YoY ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว และ 13% YoY ในกลุ่มแพคเกจจิ้ง บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากการส่งออกและการคาดการณ์ยอดขายจากโครงการใหม่บ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง * **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุรายละเอียดการเพิ่มขึ้นของต้นทุน Soda Ash, เศษแก้ว, กระดาษ, HDPE & PET อย่างชัดเจน * **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.1% เป็น 12.1% YoY * **การส่งออก:** มีการเติบโตที่โดดเด่นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว (124% YoY) * **ค่าเงิน:** ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นถูกระบุว่าเป็นปัจจัยเพิ่มต้นทุนการนำเข้า * **สินค้าคงคลัง:** ระยะเวลาถือครองสินค้าคงเหลือลดลง 4.6 วัน สะท้อนการบริหารจัดการที่ดีขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 14,824 ล้านบาท ลดลง 21% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการบันทึกรายการสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขายของกลุ่มธุรกิจพลังงาน ณ สิ้นปี 2564 หนี้สินรวมลดลง 24% YoY อยู่ที่ 10,041 ล้านบาท จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาว และส่วนของเจ้าของลดลง 13% YoY อยู่ที่ 4,783 ล้านบาท กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,699 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียนและการเพิ่มขึ้นของรายการที่ไม่ใช่เงินสด กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 32 ล้านบาท และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 1,683 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจ่ายคืนเงินกู้ยืม อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 2.1 เท่า ลดลงจาก 2.4 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้เงื่อนไขของวงเงินกู้หลัก ## สรุปท้าย BGC ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการส่งออกที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การขยายธุรกิจ Flexible Packaging และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานและอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงเป็นประเด็นหลัก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
-6,179.55 ล้านบาท
↓ 19635.1% YoY
กำไรขั้นต้น
488.02 ล้านบาท
↓ 8.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.90 %
กำไรสุทธิ
-84.34 ล้านบาท
↓ 362.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.36 %
D/E Ratio
2.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-6,180
↓ -19635.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
488
↓ -8.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-84
↓ -362.2% YoY
D/E Ratio
2.17

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
-6,179.55
-19,635.14%
31.63
-99.27%
4,308.16
+13.44%
3,797.79
+11.23%
3,414.39
+10.87%
3,079.59
-1.20%
กำไรขั้นต้น
488.02
-8.92%
535.83
-17.70%
651.07
+95.83%
332.46
-27.46%
458.29
-10.93%
514.52
+2.61%
ค่าใช้จ่ายรวม
407.90
+147.87%
164.56
-66.35%
489.09
+118.08%
224.27
-38.48%
364.53
-3.09%
376.14
+53.34%
กำไรสุทธิ
-84.34
-362.21%
32.17
-68.26%
101.36
+17.69%
86.12
+102.13%
42.61
-64.47%
119.92
-35.73%
กำไรต่อหุ้น
-0.12
-363.04%
0.05
-68.49%
0.15
+17.74%
0.12
+103.28%
0.06
-64.74%
0.17
-35.69%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
-7.90
-100.47%
1,693.90
+11,110.46%
15.11
+72.69%
8.75
-34.80%
13.42
-19.69%
16.71
+3.85%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
-6.60
-101.27%
520.22
+4,483.44%
11.35
+92.05%
5.91
-44.66%
10.68
-12.53%
12.21
+55.15%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
1.36
-98.66%
101.68
+4,226.81%
2.35
+3.52%
2.27
+81.60%
1.25
-67.87%
3.89
-35.06%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
+100.00%
-17.88
+38.45%
-29.05
-152.64%
55.19
+109.05%
ROE(%)
1.72
-67.91%
5.36
-22.88%
6.95
-38.93%
11.38
+3.17%
11.03
+7.19%
10.29
+52.22%
ROA(%)
1.69
-52.39%
3.55
-10.13%
3.95
-2.71%
4.06
-8.97%
4.46
-4.90%
4.69
+18.14%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.17
-18.73%
2.67
2.67
+16.59%
2.29
-4.98%
2.41
+26.18%
1.91
-28.46%
P/E
13.20
-20.10%
16.52
-5.38%
17.46
+27.82%
13.66
+3.25%
13.23
+7.82%
12.27
-37.65%
P/BV
0.50
-55.36%
1.12
+1.82%
1.10
-29.03%
1.55
-7.19%
1.67
+19.29%
1.40
-28.21%
BV
7.82
+12.84%
6.93
-1.70%
7.05
+9.30%
6.45
+1.57%
6.35
-13.84%
7.37
+5.44%
YIELD(%)
5.52
+53.76%
3.59
-37.46%
5.74
+19.58%
4.80
+10.60%
4.34
+1.17%
4.29
+225.00%
ราคาหุ้น
3.90
-50.00%
7.80
+0.65%
7.75
-22.50%
10.00
-5.66%
10.60
+2.91%
10.30
-24.26%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.17
ROE (%)
1.72
ROA (%)
1.69
Book Value/หุ้น
7.92

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
5,368.40
-3.44%
5,559.62
+6.61%
4,684.56
-46.06%
8,684.65
+68.78%
4,270.69
+14.66%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
13,050.73
-3.87%
13,575.66
-2.33%
11,370.85
+13.45%
10,023.05
-29.48%
13,678.23
-3.72%
รวมสินทรัพย์
18,419.13
-3.74%
19,135.28
+0.11%
16,055.40
-14.18%
18,707.70
-3.36%
17,948.91
+0.10%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
9,081.98
-15.13%
10,700.68
+2.60%
8,543.29
-16.86%
10,275.83
+21.63%
7,700.68
+15.80%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
3,532.56
+9.87%
3,215.14
-7.53%
2,639.02
-10.33%
2,943.14
-28.68%
4,089.77
-23.42%
รวมหนี้สิน
12,614.54
-9.35%
13,915.82
+0.07%
11,182.31
-15.41%
13,218.97
+5.12%
11,790.45
-1.66%
รวมส่วนของเจ้าของ
5,804.59
+11.21%
5,219.47
+0.21%
4,873.09
-11.22%
5,488.73
-19.09%
6,158.46
+3.65%
D/E
2.17
2.67
2.29
2.41
1.91
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
1.72
5.36
11.38
11.03
10.29
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
1.69
3.55
4.06
4.46
4.69
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.59
0.52
0.55
0.85
0.55
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.26
0.17
0.20
0.15
0.21
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
43.11
46.76
0.00
40.55
46.16
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
100.23
93.48
0.00
88.42
82.28
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
45.69
50.07
0.00
42.12
47.47
วงจรเงินสด
97.65
90.18
0.00
86.86
80.97
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-622
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+412
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-621.98
-73.11%
-2,312.77
-920.48%
281.88
-111.90%
-2,369.55
+70.82%
-1,387.13
-344.48%
567.39
-1.35%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
412.39
-76.00%
1,718.21
-34.78%
2,634.66
-357.15%
-1,024.55
-179.72%
1,285.24
-432.67%
-386.34
-61.47%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
509.66
-23.66%
667.65
-123.43%
-2,849.52
-194.09%
3,028.55
+2,239.01%
129.48
-140.33%
-321.08
-162.43%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
300.08
+310.56%
73.09
+493.74%
12.31
-88.96%
111.54
+304.57%
27.57
-117.15%
-160.77
-285.45%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
122.31
-3.90%
127.28
-33.06%
190.14
+34.80%
141.05
-42.96%
247.29
-5.79%
262.48
+81.12%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
808.70
+561.19%
122.31
-3.90%
127.28
-33.06%
190.14
+34.80%
141.05
-33.39%
211.77
-19.32%