บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
8.15
+0.05 (+0.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9058 out_tok=2685 at=2026-07-25T10:04:06 -->
# BEYOND Q4/2565 พลิกขาดทุนสุทธิเป็นกำไร รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น-รายได้โรงแรมโตแรง
## รายได้โรงแรมพุ่ง 353% YoY หนุนผลงานปี 65 พลิกบวก ฝ่ายบริหารมั่นใจปี 66 เติบโตต่อเนื่อง
บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEYOND รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 341.95 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1,219.68 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการดำเนินงานของโรงแรมทั้งสองแห่งที่กลับมาสร้างรายได้ได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ภาพรวมทั้งปี 2565 บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ 341.95 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน 1,219.68 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BEYOND ในปี 2565 พลิกกลับมาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม** ซึ่งเห็นได้ชัดจากการที่รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมในปี 2565 เติบโตถึง 932.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวม 2,135.26 ล้านบาท ซึ่งเกินเป้าหมายที่วางไว้ 19% และส่งผลให้ภาพรวมทั้งปีบริษัทสามารถพลิกจากขาดทุนสุทธิ 1,219.68 ล้านบาทในปี 2564 มาเป็นขาดทุนสุทธิ 341.95 ล้านบาทในปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมมาจากปัจจัยสนับสนุนหลัก 2 ประการ คือ
1. **การกลับมาของภาคการท่องเที่ยว:** ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 11 ล้านคนในปี 2565 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเดือนธันวาคม 2565 ที่มีนักท่องเที่ยวแตะระดับสูงสุดของปีที่ 2.2 ล้านคนต่อเดือน ประกอบกับตลาดไทยเที่ยวไทยที่ยังคงเป็นกลุ่มหลัก ทำให้โรงแรมทั้ง 2 แห่ง คือ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ
2. **ศักยภาพของโรงแรมและการบริหารจัดการ:** โรงแรมทั้งสองแห่งได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยได้รับรางวัลอันทรงเกียรติหลายรายการ ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพการบริการและมาตรฐานที่สูง ฝ่ายบริหารได้วางกลยุทธ์การตลาดและยกระดับการบริการอย่างเต็มศักยภาพ ทำให้โรงแรมเป็นที่รู้จักและดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ปี 2565 ซึ่งเป็นไตรมาสที่บริษัทมีรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมสูงที่สุดของปีที่ 836 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้ห้องพักเติบโตสูงสุดถึง 63% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 353% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ยที่ปรับตัวดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าปี 2566 รายได้จากการประกอบธุรกิจโรงแรมจะเติบโตต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือการที่โรงแรมทั้ง 2 แห่งพร้อมให้บริการเต็มรูปแบบ การเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่สำคัญของประเทศไทย และประเทศไทยยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของโลก
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรใน Q4/2565:** บริษัทมีกำไรสุทธิ 341.95 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2565 เทียบกับขาดทุน 1,219.68 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **รายได้โรงแรมโตแรง:** รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมปี 2565 อยู่ที่ 2,135.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 932.1% YoY และไตรมาส 4/2565 ทำรายได้สูงสุดของปีที่ 836 ล้านบาท
* **การลงทุนในโรงแรมหลักสมบูรณ์:** เข้าลงทุน 100% ใน URH และ WFH ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์กรุงเทพฯ และคาเพลลา กรุงเทพฯ แล้ว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้รายได้รวมเพิ่มขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายรวมก็เพิ่มขึ้นสูงเช่นกัน โดยเฉพาะต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรมและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* **ภาระดอกเบี้ยสูง:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 420.7% YoY จากการกู้ยืมสำหรับกิจการโรงแรมและการออกหุ้นกู้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 2,284.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.7% จากปีก่อนหน้า โดยมีรายได้หลักมาจากการประกอบกิจการโรงแรมที่ 2,135.26 ล้านบาท ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 414.5% เป็น 2,322.81 ล้านบาท ส่งผลให้ปี 2565 บริษัทบันทึกขาดทุนสุทธิ 341.95 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ขาดทุน 1,219.68 ล้านบาท EBITDA อยู่ที่ 269.99 ล้านบาท
สำหรับไตรมาส 4 ปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม 836 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% จากไตรมาสก่อนหน้า และเติบโต 353% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ห้องพักเติบโตสูงสุด 63% QoQ และ 353% YoY ขณะที่รายได้อาหารและเครื่องดื่มเติบโต 58% QoQ และ 119% YoY ส่งผลให้บริษัทพลิกมีกำไรสุทธิ 341.95 ล้านบาทในไตรมาสนี้
## โอกาส
* **การท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง:** การคาดการณ์ของ ททท. ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะแตะ 25-30 ล้านคนในปี 2566 และการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรม
* **ศักยภาพโรงแรมระดับโลก:** โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์กรุงเทพฯ และคาเพลลา กรุงเทพฯ ได้รับการยอมรับในระดับสากลและได้รับรางวัลมากมาย ซึ่งช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และดึงดูดลูกค้า
* **การดำเนินงานเต็มรูปแบบ:** โรงแรมทั้งสองแห่งพร้อมให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2566 ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินสูง:** บริษัทมีภาระต้นทุนทางการเงินจำนวนมากจากการกู้ยืมเพื่อลงทุนในธุรกิจโรงแรมและการออกหุ้นกู้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลกำไร
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้ภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัว แต่การแข่งขันในธุรกิจโรงแรมระดับหรูยังคงสูง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว หรือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **อัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR):** การเติบโตของตัวชี้วัดสำคัญเหล่านี้จะเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของรายได้โรงแรม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการประกอบกิจการและค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
* **แนวโน้มการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน:** การฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวจีนจะมีนัยสำคัญต่อรายได้ของโรงแรม
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การติดตามภาระดอกเบี้ยและแผนการจัดการหนี้สินของบริษัท
* **การเติบโตของรายได้อาหารและเครื่องดื่ม:** การเพิ่มขึ้นของงานจัดเลี้ยงและกิจกรรมต่างๆ จะช่วยเสริมรายได้โดยรวม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม:** ในปี 2565 เติบโต 932.1% YoY เป็น 2,135.26 ล้านบาท โดยไตรมาส 4/2565 มีรายได้ 836 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% QoQ และ 353% YoY สัดส่วนรายได้ประกอบด้วย รายได้ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 52%, รายได้ห้องพัก 43%, และรายได้อื่นๆ 5% โดยรายได้ห้องพักเติบโตสูงสุด 63% QoQ และ 353% YoY จากอัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ยที่ดีขึ้น
* **ต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรม:** เพิ่มขึ้น 707.1% YoY เป็น 1,597.44 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการรับรู้รายได้เต็มปี
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 420.7% YoY เป็น 404.27 ล้านบาท จากการกู้ยืมสำหรับกิจการโรงแรม 5,000 ล้านบาท และการออกหุ้นกู้ 894.7 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 13,345.63 ล้านบาท ลดลง 5.4% จากปีก่อน ส่วนใหญ่จากการจำหน่ายอาคารสำนักงานใหญ่และที่ดินอาคารและอุปกรณ์ รวมถึงการตัดค่าเสื่อมราคา โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 701.00 ล้านบาท ลดลง 9.8%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,242.93 ล้านบาท ลดลง 5.9% จากปีก่อน โดยมีการชำระค่าหุ้นเพิ่มเติมใน URH และ WFH 1,320 ล้านบาท หักลบกับการออกหุ้นกู้ 886.35 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 6,102.70 ล้านบาท ลดลง 4.8% จากขาดทุนสุทธิระหว่างปี
บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 5,845.62 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.96 เท่า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิ 184.97 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 686.52 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จากการลงทุนใน URH/WFH และซื้อสินทรัพย์) และได้เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน 425.67 ล้านบาท (จากการออกหุ้นกู้)
## สรุปท้าย
BEYOND พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2565 และลดการขาดทุนทั้งปีได้อย่างมีนัยสำคัญ จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก และศักยภาพของโรงแรมระดับโลก อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่สูงและต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว โดยมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในปี 2566 จากแนวโน้มการท่องเที่ยวที่สดใส โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEYOND ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
1,087.77
ล้านบาท
↑ 3.4% YoY
กำไรขั้นต้น
488.33
ล้านบาท
↑ 8.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.89
%
กำไรสุทธิ
116.94
ล้านบาท
↑ 199.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.75
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,088
↑ + 3.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
488
↑ + 8.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
117
↑ + 199.5%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEYOND
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
0.04
ROA (%)
2.84
Book Value/หุ้น
23.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEYOND
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEYOND
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
54.28
-58.98%
|
132.31
-40.29%
|
221.59
-38.80%
|
362.08
+1,548.07%
|
21.97
-96.24%
|
584.57
-337.88%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
33.60
-323.26%
|
-15.05
-131.06%
|
48.45
-109.95%
|
-486.77
-59.39%
|
-1,198.64
+163.47%
|
-454.94
-57.72%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
646.33
-68.27%
|
2,036.92
-1,136.76%
|
-196.47
-87.23%
|
-1,538.29
+111.62%
|
-726.91
+88.10%
|
-386.45
+940.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-522.91
-53.77%
|
-1,131.20
|
0.00
-100.00%
|
-257.05
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
971.17
-30.01%
|
1,387.65
+97.95%
|
701.00
-9.79%
|
777.10
+12.20%
|
692.62
-27.07%
|
949.67
+33.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,049.99
+8.12%
|
971.17
-30.01%
|
1,387.65
+97.95%
|
701.00
-9.79%
|
777.10
+12.20%
|
0.00
|