บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
8.15
+0.05 (+0.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9519 out_tok=2671 at=2026-07-25T11:13:34 -->
# BEYOND พลิกโฉมธุรกิจสู่โรงแรมหรู Q4/2564 กำไรพุ่ง 991% รับกำไรพิเศษ-เข้าซื้อกิจการ
## ปรับโครงสร้างธุรกิจเต็มสูบ! BEYOND โชว์ผลงานปี 64 กำไรสุทธิ 877.73 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน หลังขายธุรกิจเดิม-เข้าซื้อโรงแรม 5 ดาว
บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEYOND รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 877.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 991.16% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีผลขาดทุน 88.87 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 1,362.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,376.17% จากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่สู่ธุรกิจโรงแรมและบริการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ BEYOND พลิกกลับมามีกำไรสุทธิสูงถึง 877.73 ล้านบาทในปี 2564 มาจาก **รายการพิเศษที่เกิดจากการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่** โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน** และ **กำไรจากการต่อรองราคาซื้อ (Bargain Purchase Gain)** ที่เกิดขึ้นจากการเข้าลงทุนในธุรกิจโรงแรมระดับ 5 ดาว
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลมาจากการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกของฝ่ายบริหารในการปรับเปลี่ยนธุรกิจหลักจากพลังงานทดแทนไปสู่ธุรกิจโรงแรมและบริการ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
* **การจำหน่ายสินทรัพย์ธุรกิจเดิม:** บริษัทได้จำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยและญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลให้เกิด **กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยรวม 406.96 ล้านบาท** (แบ่งเป็น 130.60 ล้านบาทใน Q1/2564 และ 276.37 ล้านบาทใน Q3/2564)
* **การเข้าลงทุนในธุรกิจโรงแรม:** บริษัทได้เข้าลงทุนในสัดส่วน 76.0% ในบริษัท เออร์เบิร์นรีสอร์ท โฮเต็ล จำกัด (URH) และบริษัท วอเตอร์ฟร้อนท์ โฮเต็ล จำกัด (WFH) ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ การเข้าลงทุนครั้งนี้ส่งผลให้เกิด **กำไรจากการต่อรองราคาซื้อจำนวน 689.35 ล้านบาท** ในไตรมาส 4 ปี 2564
* **รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม:** แม้จะเริ่มรับรู้รายได้จากการดำเนินงานโรงแรมเพียงบางส่วนในปี 2564 แต่ก็มีส่วนช่วยสนับสนุนรายได้รวมที่ 206.89 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปี 2564 ส่วนใหญ่มาจากรายการพิเศษที่เกิดจากการปรับโครงสร้างธุรกิจและการขายสินทรัพย์เดิม ซึ่งเป็นรายการที่ **ไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำ** ในลักษณะเดียวกันอีกในปีถัดไป แม้ว่าการเข้าลงทุนในธุรกิจโรงแรมจะเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อการเติบโตในระยะยาว แต่กำไรจากการต่อรองราคาซื้อ (Bargain Purchase Gain) เป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเมื่อเข้าซื้อกิจการ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 พุ่ง 991.16%** แตะ 877.73 ล้านบาท จากขาดทุน 88.87 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมเติบโต 1,376.17%** สู่ 1,362.36 ล้านบาท จาก 92.29 ล้านบาทในปี 2563
* **บันทึกกำไรพิเศษจากการขายธุรกิจโรงไฟฟ้า 406.96 ล้านบาท** และ **กำไรจากการต่อรองราคาซื้อโรงแรม 689.35 ล้านบาท**
* **เริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงแรม 206.89 ล้านบาท** หลังเข้าลงทุนใน Four Seasons และ Capella Bangkok
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 93.55%** แตะ 14,105.64 ล้านบาท จากการเข้าซื้อกิจการโรงแรมและบันทึกสินทรัพย์สิทธิการใช้
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 206.98%** สู่ 7,693.16 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมเพื่อการลงทุนในธุรกิจโรงแรม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ปี 2564 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ BEYOND โดยบริษัทมีรายได้รวม 1,362.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,376.17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรายการพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในไทยและญี่ปุ่น มูลค่ารวม 2,415.73 ล้านบาท (รวมกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน 406.96 ล้านบาท) และการเข้าลงทุนในธุรกิจโรงแรม ส่งผลให้เกิดกำไรจากการต่อรองราคาซื้อ 689.35 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการรับรู้รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมจำนวน 206.89 ล้านบาท
ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 149.23% สู่ 451.50 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เกิดจากการรับรู้ต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรม 197.93 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการขาย 36.86 ล้านบาท รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 20.49% เพื่อรองรับการดำเนินงานที่ซับซ้อนขึ้น
อย่างไรก็ตาม การบันทึกกำไรพิเศษจำนวนมาก ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับปี 2564 สูงถึง 877.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 991.16% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิต่อหุ้นที่ 3.51 บาท เพิ่มขึ้น 902.86% จาก 0.35 บาทในปี 2563
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายข้อจำกัดจากสถานการณ์โควิด-19 และการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ คาดว่าจะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรม
* **ศักยภาพของสินทรัพย์โรงแรม:** โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ เป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูงด้านทำเล การออกแบบ และมาตรฐานการบริการ ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจสู่ธุรกิจโรงแรม:** การมุ่งเน้นธุรกิจโรงแรมและบริการที่มีศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดและโอกาสเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว:** ภาคการท่องเที่ยวและโรงแรมยังคงมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก เช่น การแพร่ระบาดของโรคระบาด หรือสถานการณ์เศรษฐกิจโลก
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่:** ธุรกิจโรงแรมระดับบนมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ภาระหนี้สิน:** การเพิ่มขึ้นของหนี้สินจากการเข้าลงทุนในธุรกิจโรงแรม อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและอัตราส่วนทางการเงินของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้และผลประกอบการจากธุรกิจโรงแรม:** ติดตามผลการดำเนินงานของโรงแรม Four Seasons และ Capella Bangkok หลังจากการเข้าลงทุนเต็มรูปแบบ
* **แผนการเข้าลงทุนในสัดส่วนที่เหลือ 24.0%:** ความคืบหน้าและแหล่งเงินทุนสำหรับการเข้าลงทุนเพิ่มเติมใน URH และ WFH ภายในไตรมาส 3 ปี 2565
* **การจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน:** ความคืบหน้าในการจำหน่ายที่ดินที่จังหวัดตากและระยอง เพื่อเสริมสภาพคล่อง
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** ปัจจัยภายนอกที่จะส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวและการเข้าพักของโรงแรม
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม:** เริ่มรับรู้รายได้ 206.89 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการเริ่มต้นธุรกิจใหม่
* **ต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรม:** มีการรับรู้ต้นทุน 197.93 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานธุรกิจโรงแรม
* **สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-Use Assets):** มีการบันทึกสินทรัพย์สิทธิการใช้จำนวนมหาศาลถึง 8,306.68 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการบันทึกสัญญาเช่าที่ดินและอาคารระยะยาวสำหรับธุรกิจโรงแรมตามมาตรฐาน TFRS 16 สะท้อนถึงการดำเนินงานภายใต้สัญญาเช่าระยะยาว
* **หนี้สินตามสัญญาเช่า:** มีหนี้สินตามสัญญาเช่าทั้งระยะสั้นและระยะยาวรวม 479.99 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการบันทึกสินทรัพย์สิทธิการใช้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 14,105.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.55% โดยมีสินทรัพย์หลักคือสินทรัพย์สิทธิการใช้ (8,306.68 ล้านบาท) และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (3,851.98 ล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเข้าลงทุนในธุรกิจโรงแรม
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 206.98% สู่ 7,693.16 ล้านบาท โดยมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 5,435.51 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.85 เท่า ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมเพื่อการลงทุนในธุรกิจโรงแรม
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ 195.70 ล้านบาท เนื่องจากมีการปรับกระทบรายการที่ไม่ใช่เงินสด แต่กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนเป็นบวก 948.98 ล้านบาท จากการรับเงินจากการขายสินทรัพย์เดิม ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินใช้ไป 670.28 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการชำระคืนหุ้นกู้และรับเงินจากการเพิ่มทุน
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีแห่งการพลิกโฉมครั้งสำคัญของ BEYOND โดยหัวใจหลักของผลประกอบการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดมาจากรายการพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ ทั้งการขายธุรกิจพลังงานทดแทนและการเข้าซื้อกิจการโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่ แม้ว่ากำไรสุทธิที่สูงจะเป็นผลจากรายการครั้งคราว แต่การเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมและบริการถือเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับโอกาสการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภาคการท่องเที่ยวของไทยมีแนวโน้มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากการแข่งขันในอุตสาหกรรมและภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนครั้งใหญ่.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEYOND ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,087.77
ล้านบาท
↑ 3.4% YoY
กำไรขั้นต้น
488.33
ล้านบาท
↑ 8.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.89
%
กำไรสุทธิ
116.94
ล้านบาท
↑ 199.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.75
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,088
↑ + 3.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
488
↑ + 8.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
117
↑ + 199.5%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEYOND
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
0.04
ROA (%)
2.84
Book Value/หุ้น
23.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEYOND
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEYOND
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
54.28
-58.98%
|
132.31
-40.29%
|
221.59
-38.80%
|
362.08
+1,548.07%
|
21.97
-96.24%
|
584.57
-337.88%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
33.60
-323.26%
|
-15.05
-131.06%
|
48.45
-109.95%
|
-486.77
-59.39%
|
-1,198.64
+163.47%
|
-454.94
-57.72%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
646.33
-68.27%
|
2,036.92
-1,136.76%
|
-196.47
-87.23%
|
-1,538.29
+111.62%
|
-726.91
+88.10%
|
-386.45
+940.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-522.91
-53.77%
|
-1,131.20
|
0.00
-100.00%
|
-257.05
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
971.17
-30.01%
|
1,387.65
+97.95%
|
701.00
-9.79%
|
777.10
+12.20%
|
692.62
-27.07%
|
949.67
+33.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,049.99
+8.12%
|
971.17
-30.01%
|
1,387.65
+97.95%
|
701.00
-9.79%
|
777.10
+12.20%
|
0.00
|