บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
8.15
+0.05 (+0.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8446 out_tok=2971 at=2026-07-25T11:34:09 -->
BEYOND Q3/65 พลิกขาดทุนหนัก รับต้นทุนพุ่ง-ดอกเบี้ยจ่ายบาน
ฝ่ายบริหารชี้รายได้โรงแรมฟื้นตัวแรงตามท่องเที่ยว แต่ต้นทุน-ดอกเบี้ยกดดันหนัก ส่งผลขาดทุนสุทธิ 145 ล้านบาท
บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEYOND รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 145.31 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 234.37 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 90.7% เป็น 540.65 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมเต็มที่หลังการควบรวมกิจการ และมีกำไรจากการขายที่ดินเข้ามาเสริม แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงภาระต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการพลิกขาดทุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจกำไรของ BEYOND ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จากการดำเนินงานหลักจะเติบโตแรง** โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจาก **ต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรมและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** ประกอบกับ **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ**
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BEYOND ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากกำไร 234.37 ล้านบาท เป็นขาดทุน 145.31 ล้านบาท (เปลี่ยนแปลง -162.0% YoY) มาจากการที่ **ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นถึง 940.0%** เป็น 590.07 ล้านบาท และ **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 640.4%** เป็น 97.59 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ได้กลบการเติบโตของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 90.7% เป็น 540.65 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนรวมส่วนใหญ่มาจากการ **รับรู้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโรงแรม** ทั้งหมดภายหลังการควบรวมงบการเงินของบริษัท URH และ WFH ซึ่งรวมถึงต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรม 395.69 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการขาย 53.51 ล้านบาท นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารก็เพิ่มขึ้นถึง 156.4% เป็น 138.71 ล้านบาท ส่วนต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนั้น เกิดจาก **เงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นสำหรับการประกอบกิจการโรงแรมจำนวน 5,000 ล้านบาท** และการ **ออกหุ้นกู้จำนวน 894.70 ล้านบาท** เพื่อใช้ในการเข้าลงทุนเพิ่มเติมใน URH และ WFH
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ฝ่ายบริหารจะคาดการณ์ว่าไตรมาส 4 ปี 2565 จะเป็นไตรมาสที่บริษัทมีรายได้เติบโตมากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว (High Season) และมีช่วงวันหยุดเทศกาล แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมจำนวนมากเพื่อรองรับการขยายธุรกิจโรงแรม อาจยังคงเป็นภาระกดดันต่อผลกำไรในระยะต่อไป หากรายได้จากการดำเนินงานไม่สามารถเติบโตได้ทันกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ:** ไตรมาส 3 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 145.31 ล้านบาท เทียบกับกำไร 234.37 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 90.7%:** มาจากรายได้โรงแรม 526.40 ล้านบาท หลังควบรวมกิจการ URH และ WFH เต็มที่
* **ต้นทุนรวมพุ่ง 940.0%:** รับรู้ต้นทุนโรงแรมและค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่ม 640.4%:** จากเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ที่ออกเพื่อรองรับการลงทุนในธุรกิจโรงแรม
* **EBITDA ลดลง 88.3%:** เหลือ 27.39 ล้านบาท สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 540.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม 526.40 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการรับรู้รายได้เต็มที่หลังการควบรวมงบการเงินของ URH และ WFH นอกจากนี้ยังมีกำไรจากการขายที่ดินและอุปกรณ์ 10.81 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีค่าใช้จ่ายรวม 590.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 940.0% จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับรู้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโรงแรม รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ลดลง 88.3% มาอยู่ที่ 27.39 ล้านบาท เมื่อรวมกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 640.4% เป็น 97.59 ล้านบาท ทำให้บริษัทบันทึกขาดทุนสุทธิ 145.31 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำกำไรสุทธิ 234.37 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ปี 2565 ที่คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 1.5 ล้านคนต่อเดือน เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม
* **ฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season):** ไตรมาส 4 ของทุกปีเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวของไทย ประกอบกับช่วงวันหยุดเทศกาลต่างๆ จะช่วยหนุนการเข้าใช้บริการโรงแรมทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและในประเทศ
* **การรับรู้รายได้เต็มที่:** การควบรวมงบการเงินของ URH และ WFH เต็ม 100% ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2564 ทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้และต้นทุนของโรงแรมทั้งสองแห่งได้อย่างเต็มที่
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การกู้ยืมเงินจำนวนมากเพื่อรองรับการลงทุนในธุรกิจโรงแรม ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรในระยะยาว
* **ความผันผวนของต้นทุนการดำเนินงาน:** ต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรมและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร หากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงแรม:** ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอาจนำมาซึ่งการแข่งขันที่สูงขึ้น ทั้งในด้านราคาและการให้บริการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้โรงแรมในไตรมาส 4/2565:** การเติบโตของรายได้ห้องพัก อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ในช่วง High Season
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรมและค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ
* **ภาระต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบของดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นต่อผลกำไรสุทธิ และความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สิน
* **การดำเนินงานของโรงแรม URH และ WFH:** ประสิทธิภาพในการสร้างรายได้และควบคุมต้นทุนของโรงแรมที่บริษัทเข้าลงทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้โรงแรม:** ไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้โรงแรมรวม 526.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้ค่าอาหารและเครื่องดื่มคิดเป็น 52% รายได้ห้องพัก 42% และรายได้อื่นๆ 6% การเติบโตของรายได้ห้องพักมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นและการใช้บริการของลูกค้าในประเทศ บริษัทสามารถรักษาระดับราคาห้องพักได้ดี
* **RevPar:** เติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก 3,890 บาท ในไตรมาส 2 ปี 2565 เป็น 6,020 บาท ในไตรมาส 3 ปี 2565 (+54.8% QoQ) ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นจาก 26% เป็น 38% และ ADR ที่เพิ่มขึ้นจาก 14,866 บาท เป็น 15,742 บาท
* **จำนวนสาขา/Capacity:** บริษัทมีจำนวนห้องพัก 400 ห้อง ซึ่งคงที่
* **อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate):** เพิ่มขึ้นจาก 26% ในไตรมาส 2 เป็น 38% ในไตรมาส 3
* **ADR (Average Daily Rate):** เพิ่มขึ้นจาก 14,866 บาท ในไตรมาส 2 เป็น 15,742 บาท ในไตรมาส 3
* **ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดเฉพาะในเอกสาร แต่ต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรมที่เพิ่มขึ้น 395.69 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 84.62 ล้านบาท สะท้อนถึงต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น/สุทธิ:** ไม่ได้ระบุอัตรากำไรขั้นต้นโดยตรง แต่จากตัวเลขรายได้รวม 540.65 ล้านบาท และต้นทุนรวม 590.07 ล้านบาท ทำให้เห็นภาพว่าต้นทุนสูงกว่ารายได้ในไตรมาสนี้ อัตรากำไรสุทธิพลิกเป็นขาดทุน 145.31 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 13,052.40 ล้านบาท ลดลง 7.5% จากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่เกิดจากการจำหน่ายอาคารสำนักงานใหญ่ สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น และที่ดินอาคารและอุปกรณ์ โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 766.08 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.4%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,047.84 ล้านบาท ลดลง 8.4% จากสิ้นปี 2564 โดยมีหนี้สินหมุนเวียนรวม 1,548.28 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียนรวม 5,499.56 ล้านบาท การลดลงของหนี้สินหมุนเวียนส่วนใหญ่มาจากการชำระค่าหุ้นเพิ่มเติมใน URH และ WFH ซึ่งหักกลบกับการออกหุ้นกู้
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 6,004.56 ล้านบาท ลดลง 6.4% จากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากขาดทุนสุทธิระหว่างงวด
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.97 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.17 เท่า
สำหรับกระแสเงินสด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 34.49 ล้านบาท เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 466.22 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จากการลงทุนใน URH/WFH และซื้อสินทรัพย์) และเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน 489.86 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จากการออกหุ้นกู้)
## สรุปท้าย
BEYOND พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 แม้รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมจะเติบโตแรงตามการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว แต่ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และภาระต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมจำนวนมากเพื่อขยายธุรกิจโรงแรม ได้กดดันผลประกอบการอย่างหนัก แม้จะมีโอกาสจากการเข้าสู่ช่วง High Season ในไตรมาส 4 แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนที่สูงขึ้นและการแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEYOND ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,087.77
ล้านบาท
↑ 3.4% YoY
กำไรขั้นต้น
488.33
ล้านบาท
↑ 8.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.89
%
กำไรสุทธิ
116.94
ล้านบาท
↑ 199.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.75
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,088
↑ + 3.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
488
↑ + 8.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
117
↑ + 199.5%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEYOND
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
0.04
ROA (%)
2.84
Book Value/หุ้น
23.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEYOND
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEYOND
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
54.28
-58.98%
|
132.31
-40.29%
|
221.59
-38.80%
|
362.08
+1,548.07%
|
21.97
-96.24%
|
584.57
-337.88%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
33.60
-323.26%
|
-15.05
-131.06%
|
48.45
-109.95%
|
-486.77
-59.39%
|
-1,198.64
+163.47%
|
-454.94
-57.72%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
646.33
-68.27%
|
2,036.92
-1,136.76%
|
-196.47
-87.23%
|
-1,538.29
+111.62%
|
-726.91
+88.10%
|
-386.45
+940.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-522.91
-53.77%
|
-1,131.20
|
0.00
-100.00%
|
-257.05
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
971.17
-30.01%
|
1,387.65
+97.95%
|
701.00
-9.79%
|
777.10
+12.20%
|
692.62
-27.07%
|
949.67
+33.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,049.99
+8.12%
|
971.17
-30.01%
|
1,387.65
+97.95%
|
701.00
-9.79%
|
777.10
+12.20%
|
0.00
|