บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
8.15
+0.05 (+0.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5721 out_tok=2802 at=2026-07-25T02:32:23 -->
BEYOND พลิกกำไร Q2/2566 รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น-ขายที่ดินระยอง
รายได้โรงแรมโตแรงตามนักท่องเที่ยวจีน-เอเชีย ขณะที่กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวกหลังขาดทุนปีก่อน จากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์
บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEYOND รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 152.79 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 10.09 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการรับรู้กำไรจากการขายที่ดินในจังหวัดระยอง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ BEYOND พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2566 มาจากสองปัจจัยหลัก คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม และการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์
ประการแรก รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมอยู่ที่ 752.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 480.23 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 177% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 การเติบโตนี้เป็นผลโดยตรงจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากเอเชีย เช่น จีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง รวมถึงนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกาและไทยเอง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของโรงแรมทั้ง 2 แห่งของบริษัทฯ ส่งผลให้อัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ประการที่สอง บริษัทฯ ได้รับรู้กำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและอุปกรณ์ จำนวน 317.47 ล้านบาท จากการจำหน่ายที่ดินในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การปรับโครงสร้างธุรกิจ การรับรู้กำไรพิเศษนี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ พลิกกลับมาเป็นบวกได้อย่างโดดเด่น
สำหรับโอกาสในการต่อเนื่องของปัจจัยเหล่านี้ ฝ่ายจัดการประเมินว่าการเติบโตของการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก โดยคาดการณ์ว่าปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยประมาณ 28 ล้านคน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ ททท. การที่โรงแรมของบริษัทฯ ได้รับการยอมรับในระดับสากลจากรางวัลต่างๆ มากมาย สะท้อนถึงคุณภาพและการบริการที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับบนได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การรับรู้กำไรจากการขายที่ดินนั้นเป็นรายการพิเศษครั้งเดียว (one-time) ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** BEYOND รายงานกำไรสุทธิ 152.79 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากขาดทุน 10.09 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้โรงแรมโตแรง:** รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมอยู่ที่ 752.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 177% YoY จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว
* **กำไรพิเศษจากการขายที่ดิน:** รับรู้กำไร 317.47 ล้านบาทจากการขายที่ดินในจังหวัดระยอง
* **อัตราเข้าพักและค่าห้องพักสูงขึ้น:** โรงแรมทั้ง 2 แห่งมีอัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **เป้ารายได้ปี 66 ที่ 2,800 ล้านบาท:** คาดการณ์การเติบโต 31% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการท่องเที่ยวและการพัฒนาคุณภาพโรงแรม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 1,070.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 480.23 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 81.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 การเพิ่มขึ้นนี้มาจากรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมที่เติบโตขึ้นอย่างมากจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการรับรู้กำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและอุปกรณ์จำนวน 317.47 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 895.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175.30 ล้านบาท หรือ 24.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ โดยประกอบด้วยต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรม ค่าใช้จ่ายในการขาย และค่าใช้จ่ายในการบริหาร
ส่งผลให้บริษัทบันทึกกำไรสุทธิ 152.79 ล้านบาท พลิกกลับมาเป็นกำไรจากที่เคยขาดทุน 10.09 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.02 บาท
สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้จากธุรกิจโรงแรมรวม 1,460.50 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทย:** การที่ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะจากกลุ่มเอเชีย จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ของธุรกิจโรงแรมอย่างต่อเนื่อง
* **ศักยภาพของโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่:** โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ ได้รับการยอมรับในระดับสากลจากรางวัลต่างๆ ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์และดึงดูดลูกค้ากลุ่มบน
* **การพัฒนาคุณภาพและจุดแข็ง:** บริษัทฯ มีการพัฒนาคุณภาพและยกระดับจุดแข็งของโรงแรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในกลุ่มโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่
* **การขยายฐานลูกค้า:** การมีกลุ่มลูกค้าหลักที่หลากหลาย เช่น จีน เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง และไทย ช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ที่มั่นคง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของจำนวนนักท่องเที่ยว:** แม้ภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัว แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยว เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรม:** ธุรกิจโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่มีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงแรมเดิมและผู้ประกอบการรายใหม่
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโรงแรม เช่น ค่าแรง ค่าสาธารณูปโภค อาจมีการปรับตัวสูงขึ้น
* **การพึ่งพิงกลุ่มลูกค้าหลัก:** แม้จะมีฐานลูกค้าหลากหลาย แต่การพึ่งพิงกลุ่มนักท่องเที่ยวจากบางประเทศมากเกินไป อาจเป็นความเสี่ยงหากเกิดปัญหาเฉพาะประเทศนั้นๆ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนและเอเชีย ว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่องตามเป้าหมายหรือไม่
* **อัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ย:** การรักษาอัตราการเข้าพักและค่าห้องพักให้อยู่ในระดับสูงจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้และกำไร
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **แผนการพัฒนาและยกระดับโรงแรม:** การลงทุนเพื่อรักษามาตรฐานและสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน
* **ผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค:** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อและการเดินทางของนักท่องเที่ยว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม:** ในไตรมาส 2 ปี 2566 รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมอยู่ที่ 752.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 480.23 ล้านบาท หรือ 177% เมื่อเทียบกับปีก่อน การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยและค่าห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมทั้ง 2 แห่งของบริษัทฯ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**อัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ย:** เอกสารระบุว่าโรงแรมทั้ง 2 แห่งมีอัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2565 อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รายได้ห้องพักเฉลี่ยเติบโตถึง 177% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความต้องการใช้บริการโรงแรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
**การรับรู้กำไรพิเศษ:** การขายที่ดินในจังหวัดระยองจำนวน 100 ไร่ ซึ่งเป็นทรัพย์สินจากธุรกิจเดิม และการส่งมอบเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคม 2566 ทำให้บริษัทรับรู้กำไรจากการขายจำนวน 317.47 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้
**รางวัลและการยอมรับ:** โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ และโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากมาย สะท้อนถึงคุณภาพการบริการที่เป็นเลิศ ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มลักซ์ชัวรี่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 12,610.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 529.03 ล้านบาท หรือ 4.4% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 514.22 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการรับเงินสดจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,771.86 ล้านบาท ลดลง 281.46 ล้านบาท หรือ 3.5% จากสิ้นปี 2565 โดยเป็นการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ซึ่งสอดคล้องกับต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรม
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 4,838.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 810.49 ล้านบาท หรือ 20.1% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกำไรสุทธิระหว่างงวด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,215.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 251.18 ล้านบาท เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน 437.65 ล้านบาท (ส่วนใหญ่มาจากการรับเงินจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนสุทธิ 483.46 ล้านบาท) และมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 174.61 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.42 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.61 เท่า
## สรุปท้าย
BEYOND พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้ธุรกิจโรงแรมที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวไทยที่กลับมาคึกคัก ประกอบกับการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายที่ดินในจังหวัดระยอง ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้โรงแรมมีแนวโน้มต่อเนื่องจากภาคการท่องเที่ยวที่ยังคงสดใส ขณะที่กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เป็นรายการครั้งเดียวที่ต้องจับตาผลประกอบการในไตรมาสถัดไปว่าจะสามารถรักษาการเติบโตได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางความเสี่ยงด้านการแข่งขันและต้นทุนที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEYOND ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
1,087.77
ล้านบาท
↑ 3.4% YoY
กำไรขั้นต้น
488.33
ล้านบาท
↑ 8.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.89
%
กำไรสุทธิ
116.94
ล้านบาท
↑ 199.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.75
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,088
↑ + 3.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
488
↑ + 8.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
117
↑ + 199.5%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEYOND
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
0.04
ROA (%)
2.84
Book Value/หุ้น
23.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEYOND
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEYOND
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
54.28
-58.98%
|
132.31
-40.29%
|
221.59
-38.80%
|
362.08
+1,548.07%
|
21.97
-96.24%
|
584.57
-337.88%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
33.60
-323.26%
|
-15.05
-131.06%
|
48.45
-109.95%
|
-486.77
-59.39%
|
-1,198.64
+163.47%
|
-454.94
-57.72%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
646.33
-68.27%
|
2,036.92
-1,136.76%
|
-196.47
-87.23%
|
-1,538.29
+111.62%
|
-726.91
+88.10%
|
-386.45
+940.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-522.91
-53.77%
|
-1,131.20
|
0.00
-100.00%
|
-257.05
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
971.17
-30.01%
|
1,387.65
+97.95%
|
701.00
-9.79%
|
777.10
+12.20%
|
692.62
-27.07%
|
949.67
+33.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,049.99
+8.12%
|
971.17
-30.01%
|
1,387.65
+97.95%
|
701.00
-9.79%
|
777.10
+12.20%
|
0.00
|