บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
8.15
+0.05 (+0.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9541 out_tok=3009 at=2026-07-25T12:18:32 -->
# BEYOND Q1/2565 พลิกขาดทุนสุทธิ รับรายได้โรงแรมพุ่งแรง แต่ต้นทุนการเงินพุ่งสูง
## รายได้โรงแรมฟื้นตัวชัดเจนจากอาหารและเครื่องดื่มหนุน แต่ต้นทุนการเงินกดดันผลประกอบการรวม
บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEYOND รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 102.67 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 96.51 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 2,224.91% มาอยู่ที่ 436.85 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้รายได้ธุรกิจโรงแรมเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรกหลังการควบรวมกิจการ แต่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมยังคงขาดทุน
## Hero: หัวใจกำไร — รายได้โรงแรมฟื้นตัวจากการบริโภคในประเทศ แต่ต้นทุนทางการเงินกดดัน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการ BEYOND ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม** ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 327.89 ล้านบาท (เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีรายได้จากการโรงแรมเนื่องจากยังไม่ได้ควบรวมกิจการ) โดยเฉพาะรายได้จากอาหารและเครื่องดื่มที่คิดเป็นกว่า 70% ของรายได้โรงแรม อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 457.58%** เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 102.67 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 96.51 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้โรงแรมมาจากปัจจัยบวกจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้การบริโภคในประเทศและการจัดเลี้ยงกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะรายได้จากห้องอาหาร บาร์ และการจัดเลี้ยงที่สามารถเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ส่งผลให้รายได้จากอาหารและเครื่องดื่มเติบโตได้ดี แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะยังอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ บริษัทยังมีกำไรจากการขายอาคารและอุปกรณ์ 74.43 ล้านบาทจากการขายอาคารสำนักงานใหญ่ ซึ่งช่วยเสริมรายได้รวม
ในทางกลับกัน ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 68.50 ล้านบาท เป็นผลมาจากการกู้ยืมเงินเพิ่มสำหรับการดำเนินงานโรงแรมจำนวน 5,000 ล้านบาท และการออกหุ้นกู้ใหม่ 894.7 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจโรงแรม นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารก็เพิ่มขึ้น 56.59 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโรงแรมเต็มรูปแบบ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของรายได้โรงแรม แต่ต้องจับตาต้นทุนทางการเงิน** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการยกเลิกโครงการ Test & Go ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนต่อการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งปีหลัง และจะส่งผลให้ผลประกอบการปี 2565 เติบโตแบบก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของหนี้สินจากการลงทุนและการออกหุ้นกู้ จะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป ซึ่งต้องติดตามว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นจะสามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้มากน้อยเพียงใด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมพุ่ง 2,224.91% YoY** แตะ 436.85 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ธุรกิจโรงแรมเต็มไตรมาส และกำไรจากการขายอาคารสำนักงานใหญ่ 74.43 ล้านบาท
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 102.67 ล้านบาท** จากปีก่อนที่มีกำไร 96.51 ล้านบาท โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 457.58% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น
* **รายได้โรงแรม 327.89 ล้านบาท** ฟื้นตัวชัดเจน โดยเฉพาะรายได้อาหารและเครื่องดื่ม (กว่า 70%) จากการบริโภคในประเทศและการผ่อนคลายมาตรการ
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่ง 457.58%** เป็น 83.47 ล้านบาท จากการกู้ยืมเพิ่มและการออกหุ้นกู้เพื่อลงทุนในธุรกิจโรงแรม
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 119.29%** เป็น 1,704.07 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้และการจำหน่ายสินทรัพย์
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 9.61%** เป็น 8,432.11 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ 882.19 ล้านบาท เพื่อลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจโรงแรม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 436.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 418.06 ล้านบาท หรือ 2,224.91% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 ซึ่งมีรายได้รวมเพียง 18.79 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมจำนวน 327.89 ล้านบาท หลังจากการควบรวมงบการเงินของโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์กรุงเทพฯ และโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ รวมถึงมีกำไรจากการขายอาคารและอุปกรณ์ 74.43 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นถึง 417.03 ล้านบาท หรือ 885.41% มาอยู่ที่ 464.13 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการรับรู้ต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรม 319.12 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการขาย 44.81 ล้านบาท รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 56.59 ล้านบาท
เมื่อพิจารณาถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 68.50 ล้านบาท หรือ 457.58% มาอยู่ที่ 83.47 ล้านบาท จากการกู้ยืมเงินที่เพิ่มขึ้นสำหรับการดำเนินงานโรงแรมและการออกหุ้นกู้ใหม่ ส่งผลให้บริษัทบันทึกขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 102.67 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนสุทธิต่อหุ้น 0.36 บาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เคยมีกำไรสุทธิ 96.51 ล้านบาท
แม้จะขาดทุนสุทธิ แต่ EBITDA ในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 49.12 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทย:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการยกเลิก Test & Go จะช่วยกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง
* **การบริโภคในประเทศที่แข็งแกร่ง:** รายได้จากอาหารและเครื่องดื่มซึ่งเป็นสัดส่วนหลักของธุรกิจโรงแรม ยังคงได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภายในประเทศ
* **การเปิดตัวบริการใหม่:** การเปิดให้บริการ Café Madeleine ช่วยเพิ่มความหลากหลายของบริการและตอบสนองไลฟ์สไตล์ลูกค้า
* **การยอมรับในระดับสากล:** รางวัลที่ BKK Social Club ได้รับ เป็นการตอกย้ำคุณภาพและการบริการ ซึ่งจะช่วยเสริมภาพลักษณ์และดึงดูดลูกค้า
* **การลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจโรงแรม:** การเข้าลงทุนเพิ่มเติมใน URH และ WFH สะท้อนความมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจโรงแรมให้เติบโต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของการระบาดโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่:** การกลับมาระบาดรุนแรงอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศและการท่องเที่ยว
* **การพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ:** แม้จะมีการฟื้นตัว แต่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด-19 และการกลับมาของนักท่องเที่ยวจากจีนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูง:** การมีภาระดอกเบี้ยจ่ายจำนวนมากจากการกู้ยืมและการออกหุ้นกู้ อาจกดดันผลกำไรในระยะสั้นถึงปานกลาง
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรม:** ธุรกิจโรงแรมมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค:** ภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่อาจชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการใช้จ่าย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากตลาดหลัก เช่น จีน และยุโรป
* **อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) และ ADR:** การปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR)
* **รายได้จากอาหารและเครื่องดื่ม:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากห้องอาหาร บาร์ และการจัดเลี้ยง
* **ต้นทุนทางการเงิน:** แนวโน้มการลดลงของต้นทุนทางการเงิน หรือความสามารถในการบริหารจัดการภาระหนี้สิน
* **การดำเนินงานของโรงแรม:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานของโรงแรม
* **แผนการลงทุนเพิ่มเติม:** ความคืบหน้าในการเข้าลงทุนในสัดส่วนที่เหลือของ URH และ WFH
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้โรงแรม:** รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมอยู่ที่ 327.89 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทในไตรมาสนี้ โดยฝ่ายบริหารระบุว่ากว่า 70% ของรายได้โรงแรมมาจากส่วนของอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหารและการจัดเลี้ยง ทำให้สามารถเปิดให้บริการได้อย่างเต็มที่ แม้ว่ารายได้จากห้องพักจะยังฟื้นตัวไม่เต็มที่เนื่องจากการพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก
**อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และ ADR:** อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 16% ซึ่งยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพของโรงแรม แต่ ADR (Average Daily Rate) ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 14,060 บาท สะท้อนถึงการบริหารจัดการราคาห้องพักให้มีประสิทธิภาพเพื่อรักษาระดับรายได้
**ต้นทุน:** ต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรมอยู่ที่ 319.12 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการขาย 44.81 ล้านบาท ซึ่งเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานของโรงแรมเต็มรูปแบบ ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 56.59 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 14,765.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.67% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 926.97 ล้านบาท เป็น 1,704.07 ล้านบาท ซึ่งมาจากการออกหุ้นกู้ระยะยาว 882.09 ล้านบาท และการจำหน่ายอาคารสำนักงานใหญ่
หนี้สินรวมอยู่ที่ 8,432.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.61% จากสิ้นปี 2564 โดยมีรายการสำคัญคือการออกหุ้นกู้ระยะยาว 882.19 ล้านบาท เพื่อลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจโรงแรม ทำให้หนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.33 เท่า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ 82.26 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนเป็นบวก 235.10 ล้านบาท จากการจำหน่ายสินทรัพย์ ส่วนกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินเป็นบวก 774.41 ล้านบาท จากการรับเงินสุทธิจากการออกหุ้นกู้ระยะยาว
## สรุปท้าย
BEYOND ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะรายได้จากอาหารและเครื่องดื่มที่ได้รับแรงหนุนจากการบริโภคในประเทศ อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพื่อขยายธุรกิจส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จนทำให้ภาพรวมยังคงขาดทุนสุทธิ นักลงทุนควรจับตาการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต และความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น เพื่อพลิกกลับมามีกำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEYOND ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,087.77
ล้านบาท
↑ 3.4% YoY
กำไรขั้นต้น
488.33
ล้านบาท
↑ 8.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.89
%
กำไรสุทธิ
116.94
ล้านบาท
↑ 199.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.75
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,088
↑ + 3.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
488
↑ + 8.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
117
↑ + 199.5%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEYOND
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
0.04
ROA (%)
2.84
Book Value/หุ้น
23.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEYOND
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEYOND
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
54.28
-58.98%
|
132.31
-40.29%
|
221.59
-38.80%
|
362.08
+1,548.07%
|
21.97
-96.24%
|
584.57
-337.88%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
33.60
-323.26%
|
-15.05
-131.06%
|
48.45
-109.95%
|
-486.77
-59.39%
|
-1,198.64
+163.47%
|
-454.94
-57.72%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
646.33
-68.27%
|
2,036.92
-1,136.76%
|
-196.47
-87.23%
|
-1,538.29
+111.62%
|
-726.91
+88.10%
|
-386.45
+940.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-522.91
-53.77%
|
-1,131.20
|
0.00
-100.00%
|
-257.05
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
971.17
-30.01%
|
1,387.65
+97.95%
|
701.00
-9.79%
|
777.10
+12.20%
|
692.62
-27.07%
|
949.67
+33.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,049.99
+8.12%
|
971.17
-30.01%
|
1,387.65
+97.95%
|
701.00
-9.79%
|
777.10
+12.20%
|
0.00
|