บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
8.15
+0.05 (+0.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7809 out_tok=2579 at=2026-07-25T12:27:51 -->
BEYOND พลิกเกม Q3/2564 รับกำไรพิเศษจากการขายโรงไฟฟ้า – เตรียมพร้อมสู่ธุรกิจโรงแรมเต็มตัว
ฝ่ายจัดการ BEYOND ชี้รายได้รวมพุ่งกว่า 3,700% รับผลบวกจากรายการขายเงินลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้า ขณะที่การดำเนินงานปกติยังคงได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่บริษัทฯ ได้เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่ธุรกิจโรงแรมและบริการอย่างเต็มที่ พร้อมรับโอกาสการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักของผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ของ BEYOND คือ **กำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมและกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
บริษัทฯ ได้ดำเนินการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่น มูลค่า 277.07 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ประกอบกับการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศไทยที่แล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2564 อีก 130.59 ล้านบาท ทำให้ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 มีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนรวมกว่า 407.66 ล้านบาท รายการเหล่านี้เป็นรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติของธุรกิจหลักในปัจจุบัน
ในขณะเดียวกัน รายได้จากการขายและบริการจากการดำเนินงานปกติมีจำนวนเพียง 3.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.16% YoY และกำไรจากเงินลงทุนลดลง 23.93% YoY สะท้อนว่าธุรกิจหลักในปัจจุบันยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจของบริษัทฯ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** การรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อมุ่งสู่ธุรกิจโรงแรมและบริการเป็นหลัก โดยบริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในธุรกิจโรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River และ Capella Bangkok แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งจะเริ่มสร้างรายได้และผลกำไรในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมพุ่ง 3,711.02% YoY:** อยู่ที่ 283.54 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น 277.07 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิโต 416.69% YoY:** อยู่ที่ 234.37 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 โดยได้รับผลบวกจากกำไรพิเศษดังกล่าว
* **การดำเนินงานปกติยังคงอ่อนแอ:** รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 3.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.16% YoY แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนผลกระทบจากโควิด-19
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 27.21% YoY:** อยู่ที่ 54.09 ล้านบาท เนื่องจากการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการขายสินทรัพย์โรงไฟฟ้าและการเข้าลงทุนในธุรกิจโรงแรม
* **เงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 2,680.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 287.06% จากสิ้นปี 2563 หลังจากการจำหน่ายสินทรัพย์และรับเงินเพิ่มทุน
* **การเข้าลงทุนธุรกิจโรงแรมเสร็จสมบูรณ์:** บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนใน URH และ WFH ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจโรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River และ Capella Bangkok แล้วเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEYOND มีรายได้รวม 283.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 3,711.02% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีรายได้รวมเพียง 7.44 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นจำนวน 277.07 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 27.21% YoY เป็น 54.09 ล้านบาท เนื่องจากการว่าจ้างที่ปรึกษาทางการเงินและกฎหมายเพื่อดำเนินการขายสินทรัพย์โรงไฟฟ้าและการเข้าลงทุนในธุรกิจโรงแรม ส่งผลให้กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 226.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 702.71% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 234.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 416.69% YoY
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 458.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 524.91% YoY โดยมีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าทั้งในไทยและญี่ปุ่นรวมกว่า 407.66 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 10.83% YoY เป็น 136.88 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 312.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 635.50% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 308.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 213.58% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายข้อจำกัดการเดินทางและการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจาก 63 ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นสัญญาณบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรม
* **ศักยภาพของสินทรัพย์โรงแรมใหม่:** โรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River และ Capella Bangkok เป็นสินทรัพย์ที่มีทำเล การออกแบบ และมาตรฐานบริการระดับโลก ซึ่งได้รับการยอมรับจากรางวัลระดับนานาชาติ
* **การขยายธุรกิจโรงแรมในอนาคต:** บริษัทฯ อยู่ระหว่างการวางแผนพัฒนาโครงการโรงแรมในย่านสาทร และมีแผนจะเข้าลงทุนเพิ่มเติมใน URH และ WFH เพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของการระบาดของโรคโควิด-19:** แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรม
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรม:** ธุรกิจโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** หากบริษัทฯ มีรายได้หรือต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศ อาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการของโรงแรม Four Seasons และ Capella:** การรับรู้รายได้และอัตรากำไรจากการดำเนินงานของโรงแรมทั้งสองแห่งหลังจากการเข้าลงทุนอย่างเต็มตัว
* **ความคืบหน้าการพัฒนาโครงการโรงแรมในย่านสาทร:** แผนการลงทุนและระยะเวลาในการพัฒนาโครงการใหม่
* **การเข้าลงทุนเพิ่มเติมใน URH และ WFH:** การทยอยเข้าลงทุนให้แล้วเสร็จภายในปี 2565
* **แนวโน้มการท่องเที่ยวไทย:** การปรับตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวและการใช้จ่ายหลังการเปิดประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
แม้ว่าในไตรมาส 3 ปี 2564 ผลประกอบการของ BEYOND จะได้รับแรงหนุนหลักจากรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์ธุรกิจโรงไฟฟ้า แต่ฝ่ายจัดการได้แสดงความมุ่งมั่นในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจสู่ธุรกิจโรงแรมและบริการอย่างชัดเจน โดยได้เข้าลงทุนในสินทรัพย์โรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่ 2 แห่ง คือ Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River (299 ห้อง) และ Capella Bangkok (101 ห้อง) ซึ่งการลงทุนนี้ได้ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564
การเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย ซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจากการดำเนินงานปกติจะยังคงอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19 แต่การเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมที่มีศักยภาพสูงนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 6,568.62 ล้านบาท ลดลง 9.94% จากสิ้นปี 2563 โดยส่วนใหญ่มาจากการลดลงของสินทรัพย์ทางการเงินและที่ดินอาคารและอุปกรณ์จากการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 287.06% เป็น 2,680.87 ล้านบาท จากการรับเงินสดจากการจำหน่ายสินทรัพย์และเงินเพิ่มทุน
หนี้สินรวมลดลงอย่างมาก 67.06% เป็น 827.35 ล้านบาท จากการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ส่งผลให้เงินกู้ยืมระยะยาวลดลง และการไถ่ถอนหุ้นกู้บางส่วน ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 20.07% เป็น 5,741.27 ล้านบาท จากกำไรสุทธิและเงินเพิ่มทุน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ 217.67 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการปรับรายการที่ไม่ใช่เงินสด ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนเป็นบวก 2,147.62 ล้านบาท จากการรับเงินจากการขายสินทรัพย์และหน่วยลงทุน แต่มีการจ่ายเงินล่วงหน้าค่าหุ้นสำหรับการลงทุนในธุรกิจโรงแรม 1,000 ล้านบาท กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินเป็นบวก 56.63 ล้านบาท จากการรับเงินเพิ่มทุนและชำระคืนหุ้นกู้บางส่วน
## สรุปท้าย
BEYOND ในไตรมาส 3 ปี 2564 ได้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน โดยมีกำไรพิเศษจากการขายธุรกิจโรงไฟฟ้าเป็นปัจจัยขับเคลื่อนผลประกอบการหลัก ขณะเดียวกันก็ได้เดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่อย่างเต็มตัว ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตในระยะยาว แม้ว่าการดำเนินงานปกติจะยังคงเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 แต่การมีเงินสดในมือจำนวนมากและการเข้าถือครองสินทรัพย์โรงแรมที่มีศักยภาพสูง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนบริษัทฯ ให้ผ่านพ้นช่วงเปลี่ยนผ่านและสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต โดยนักลงทุนควรจับตาผลประกอบการของโรงแรมใหม่และแผนการขยายธุรกิจในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEYOND ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,087.77
ล้านบาท
↑ 3.4% YoY
กำไรขั้นต้น
488.33
ล้านบาท
↑ 8.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.89
%
กำไรสุทธิ
116.94
ล้านบาท
↑ 199.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.75
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,088
↑ + 3.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
488
↑ + 8.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
117
↑ + 199.5%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEYOND
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
0.04
ROA (%)
2.84
Book Value/หุ้น
23.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEYOND
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEYOND
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
54.28
-58.98%
|
132.31
-40.29%
|
221.59
-38.80%
|
362.08
+1,548.07%
|
21.97
-96.24%
|
584.57
-337.88%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
33.60
-323.26%
|
-15.05
-131.06%
|
48.45
-109.95%
|
-486.77
-59.39%
|
-1,198.64
+163.47%
|
-454.94
-57.72%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
646.33
-68.27%
|
2,036.92
-1,136.76%
|
-196.47
-87.23%
|
-1,538.29
+111.62%
|
-726.91
+88.10%
|
-386.45
+940.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-522.91
-53.77%
|
-1,131.20
|
0.00
-100.00%
|
-257.05
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
971.17
-30.01%
|
1,387.65
+97.95%
|
701.00
-9.79%
|
777.10
+12.20%
|
692.62
-27.07%
|
949.67
+33.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,049.99
+8.12%
|
971.17
-30.01%
|
1,387.65
+97.95%
|
701.00
-9.79%
|
777.10
+12.20%
|
0.00
|