บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)
SET · การแพทย์
19.60
+0.40 (+2.08%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7550 out_tok=2652 at=2026-07-25T07:22:24 -->
# BDMS กำไรสุทธิ Q3/2566 พลิกบวกแรง รับผลบวกอัตราแลกเปลี่ยน ชดเชยรายได้หด
## รายได้รวมหดตัว แต่กำไรสุทธิโตโดดเด่นจากรายการพิเศษ ด้านฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนและจับตาความผันผวนค่าเงิน
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 734 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 417 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายจะปรับตัวลดลง โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกกลับมาเติบโตมาจากผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ ซึ่งช่วยชดเชยผลประกอบการจากการดำเนินงานที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ BDMS ในไตรมาส 3/2566 พลิกกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่น คือ **ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมาก** ซึ่งชดเชยผลกระทบจาก **รายได้จากการขายที่ลดลง** และ **กำไรจากการดำเนินงานที่หดตัว** โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 417 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565 เป็น 734 ล้านบาทในไตรมาส 3/2566
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นนั้น **เนื่องมาจากในไตรมาส 3/66 มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/65 ที่ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** ซึ่งรายการนี้ได้ชดเชยกำไรจากการดำเนินงานที่ลดลงไป ในขณะเดียวกัน รายได้จากการขายของกลุ่มบริษัทฯ ลดลง 13% เมื่อเทียบปีต่อปี อยู่ที่ 6,555 ล้านบาท จาก 7,545 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงในหน่วยงานผลิต PCBA ที่ประเทศจีน และหน่วยงานผลิต IC ที่ประเทศไทยและประเทศจีน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาวะตลาดและคำสั่งซื้อที่ลดลง นอกจากนี้ กำไรจากการดำเนินงานยังลดลง 19% อยู่ที่ 698 ล้านบาท จาก 864 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 11%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิในไตรมาสนี้คือ **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน** ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งคราวและมีความผันผวนสูง ไม่ใช่ปัจจัยจากการดำเนินงานปกติของธุรกิจ การที่ฝ่ายจัดการสามารถปิดสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศทั้งหมด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 เนื่องจากมีการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่สูง บ่งชี้ว่าบริษัทฯ มีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน แต่ผลกำไรจากรายการนี้ไม่สามารถคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในระดับเดียวกันอย่างต่อเนื่องได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกโต 75.5% YoY:** จาก 417 ล้านบาท เป็น 734 ล้านบาทในไตรมาส 3/2566
* **รายได้จากการขายลดลง 13% YoY:** อยู่ที่ 6,555 ล้านบาท จาก 7,545 ล้านบาท
* **กำไรจากการดำเนินงานลดลง 19% YoY:** อยู่ที่ 698 ล้านบาท จาก 864 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น:** เพิ่มขึ้นเป็น 16% จาก 15% ในปีก่อน จากการลดลงของต้นทุนค่าจ้างแรงงานและวัตถุดิบทางอ้อม
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 11% YoY:**
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงเล็กน้อย:** อยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท จาก 3.8 พันล้านบาทในปีก่อน
* **การเพิ่มทุน:** บริษัทฯ ได้ออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 80.49 ล้านหุ้น มูลค่า 4,587.8 ล้านบาท เพื่อลงทุนในอุปกรณ์เครื่องจักรสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ซิลิคอนคาร์ไบด์และขยายธุรกิจหลัก
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 BDMS มีรายได้จากการขายรวม 6,555 ล้านบาท ลดลง 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีรายได้ 7,545 ล้านบาท การลดลงนี้เป็นผลมาจากยอดขายที่ลดลงในหลายหน่วยงานการผลิต โดยเฉพาะหน่วยงานผลิต PCBA ที่ประเทศจีน และหน่วยงานผลิต IC ที่ประเทศไทยและประเทศจีน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 16% จาก 15% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนค่าจ้างแรงงานและวัตถุดิบทางอ้อมที่ลดลง แม้ว่ากำไรจากการดำเนินงานจะลดลง 19% มาอยู่ที่ 698 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้นถึง 75.5% เป็น 734 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้
## โอกาส
* **การลงทุนขยายธุรกิจหลัก:** การเพิ่มทุนจำนวนมากเพื่อลงทุนในอุปกรณ์เครื่องจักรสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ซิลิคอนคาร์ไบด์และขยายธุรกิจหลัก จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต
* **การรักษาฐานลูกค้าเดิมและแสวงหาลูกค้ารายใหม่:** เป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ฝ่ายจัดการระบุ
* **การผลิตสินค้าตามข้อกำหนดและส่งมอบตรงเวลา:** เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และเงินหยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ มีผลกระทบต่อผลกำไรของกลุ่มบริษัทฯ ประมาณ 200 ล้านบาทต่อไตรมาส
* **การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ในสินค้าและบริการ:** ขึ้นอยู่กับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและยอดขายสินค้าของลูกค้า
* **การด้อยค่าของราคาของสินค้า (Erosion):** อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไร
* **ความเสี่ยงด้านเครดิต:** ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าและซัพพลายเออร์
* **ความเสี่ยงด้านแรงงาน:** ตลาดแรงงาน อัตราการลาออก และการขาดแคลนแรงงานฝีมือ
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม:** การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขาย:** โดยเฉพาะในหน่วยงานผลิตหลัก เช่น PCBA ที่ลำพูน และ IC ที่พระนครศรีอยุธยา
* **ผลกระทบจากการเพิ่มทุน:** ต่อโครงสร้างทางการเงินและผลประกอบการในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนค่าจ้างแรงงานและวัตถุดิบ
* **ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน:** และผลกระทบต่อกำไรของบริษัทฯ
* **ความคืบหน้าของการลงทุนในผลิตภัณฑ์ซิลิคอนคาร์ไบด์:** และการขยายธุรกิจหลัก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร BDMS ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยไตรมาสนี้เห็นได้ชัดว่า **ปริมาณการผลิต (Volume)** ในหลายหน่วยงานลดลง ส่งผลให้รายได้หดตัว โดยเฉพาะหน่วยงานผลิต IC ที่พระนครศรีอยุธยาและเจียซิง ประเทศจีน รวมถึง PCBA ที่เจียซิง ประเทศจีน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีสัดส่วนรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน (PCBA เจียซิง -34%, IC พระนครศรีอยุธยา -26%, IC เจียซิง -38%)
อย่างไรก็ตาม **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)** กลับปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 15% เป็น 16% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการบริหารจัดการต้นทุน โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการลดลงของต้นทุนค่าจ้างแรงงานและวัตถุดิบทางอ้อม (Indirect Material) ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง
ในส่วนของ **อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization)** และ **Backlog** ไม่ได้มีการระบุตัวเลขที่ชัดเจนในเอกสาร แต่การลดลงของยอดขายในหลายหน่วยงานอาจบ่งชี้ถึงอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง หรือการที่ลูกค้าลดคำสั่งซื้อลง
**ต้นทุนแรงงาน** เป็นปัจจัยที่ฝ่ายจัดการสามารถควบคุมได้และส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 BDMS มี **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด** อยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 3.8 พันล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565
**ลูกหนี้การค้า** มีมูลค่ารวม 5,160 ล้านบาท ลดลงจาก 5,560 ล้านบาทในปีก่อน โดยระยะเวลาเรียกเก็บหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 73 วัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 70 วันในปีก่อน
**สินค้าคงเหลือ** มีระยะเวลาหมุนเวียนเฉลี่ย 162 วัน เพิ่มขึ้นจาก 129 วันในปีก่อน ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงสต็อกที่เพิ่มขึ้น หรือการผลิตที่ยังไม่สามารถระบายออกได้ทันตามคำสั่งซื้อ
**กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน** (EBITDA) อยู่ที่ 1,127 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน
**รายจ่ายฝ่ายทุน (CapEx)** อยู่ที่ 672 ล้านบาท ลดลงจาก 805 ล้านบาทในปีก่อน โดยปกติจะผันแปรตามการเพิ่มขึ้นของยอดขาย
**แหล่งเงินทุน** หลักของกลุ่มมาจากส่วนของผู้ถือหุ้น และมีภาระหนี้สินเพื่อลงทุนในรายจ่ายฝ่ายทุน
## สรุปท้าย
BDMS ในไตรมาส 3/2566 เผชิญกับความท้าทายจากรายได้ที่ลดลงและกำไรจากการดำเนินงานที่หดตัว อันเป็นผลมาจากสภาวะอุตสาหกรรมและคำสั่งซื้อที่ลดลงในบางหน่วยงาน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถพลิกสถานการณ์ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนค่าแรงและวัตถุดิบทางอ้อมได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับปัจจัยพิเศษจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เข้ามาช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ การเพิ่มทุนครั้งใหญ่เพื่อลงทุนในเทคโนโลยีและขยายธุรกิจหลักจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BDMS ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
29,031.93
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
กำไรขั้นต้น
10,583.94
ล้านบาท
↓ 2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.46
%
กำไรสุทธิ
3,692.79
ล้านบาท
↓ 14.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.72
%
D/E Ratio
0.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
29,032
↑ + 4.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10,584
↓ -2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3,693
↓ -14.8%
YoY
D/E Ratio
0.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BDMS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.44
ROE (%)
15.39
ROA (%)
13.20
Book Value/หุ้น
6.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BDMS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-16,362
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7,150
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BDMS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-16,362.23
+4.12%
|
-15,714.08
+16.10%
|
-13,535.41
-801.19%
|
1,930.35
+66.43%
|
1,159.84
-135.47%
|
-3,269.69
-35.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7,150.43
+184.45%
|
2,513.77
+306.34%
|
618.64
-87.65%
|
5,011.04
+247.22%
|
1,443.19
-93.47%
|
22,096.52
-211.34%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
10,193.97
+16.74%
|
8,732.26
-19.92%
|
10,904.61
+706.66%
|
1,351.83
-86.96%
|
10,369.74
-220.45%
|
-8,609.14
-161.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,010.51
-122.25%
|
-4,541.12
+125.68%
|
-2,012.17
+62.81%
|
-1,235.92
-118.05%
|
6,847.13
-32.99%
|
10,217.70
-192.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7,373.00
-5.41%
|
7,794.83
-38.47%
|
12,668.01
+15.86%
|
10,933.66
-44.40%
|
19,666.37
+318.77%
|
4,696.21
-6.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,341.60
-13.99%
|
7,373.00
-5.41%
|
7,794.83
-38.47%
|
12,668.01
+15.86%
|
10,933.66
-44.40%
|
19,666.37
+318.77%
|