บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)
SET · การแพทย์
19.60
+0.40 (+2.08%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10702 out_tok=2636 at=2026-07-25T02:31:19 -->
BDMS กำไรสุทธิ Q2/66 โต 15% รับแรงหนุนผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัว-COE เติบโต
รายได้-กำไรโตตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ผู้ป่วยต่างชาติกลับมาคึกคัก ขณะที่การเปิดโรงพยาบาลใหม่ปลวกแดงเสริมศักยภาพระยะยาว
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 24,372 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 3,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยชาวต่างชาติและการเติบโตของศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง (Center of Excellence - COE) ขณะที่การขยายเครือข่ายโรงพยาบาลยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BDMS ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติและการเติบโตของศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง (COE)** ซึ่งส่งผลให้รายได้ค่ารักษาพยาบาลโดยรวมเติบโต 10% และดันกำไรสุทธิให้เพิ่มขึ้นถึง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้และกำไรเติบโต มาจากการกลับมารักษาพยาบาลของผู้ป่วยชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยชาวจีนที่เพิ่มขึ้น 61%, ตะวันออกกลาง 33% และ CLMV 30% ซึ่งเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ ประกอบกับการเติบโตของ COE ที่ 13% ซึ่งเน้นการรักษาโรคที่ซับซ้อนและเฉพาะทาง ทำให้มีรายได้ต่อผู้ป่วยสูงขึ้น แม้ว่ารายได้จากผู้ป่วย COVID-19 จะลดลงอย่างมาก แต่รายได้จากผู้ป่วยชาวไทยที่ไม่เกี่ยวกับ COVID-19 (Thai-Non COVID) ก็ยังเติบโตได้ 7% จากการกลับมารักษาพยาบาลและการเพิ่มขึ้นของโรคระบาดทั่วไป เช่น ไข้เลือดออก
นอกจากนี้ การเปิดให้บริการโรงพยาบาลกรุงเทพปลวกแดง เฟสแรกในเดือนมิถุนายน 2566 ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นการขยายศักยภาพการให้บริการในพื้นที่ที่มีความต้องการสูง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตในระยะยาว
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะการฟื้นตัวของผู้ป่วยชาวต่างชาติที่ยังคงมีแนวโน้มที่ดีจากการเปิดประเทศและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ประกอบกับการขยายบริการ COE ที่จะช่วยเพิ่มรายได้ต่อหน่วยให้สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของผู้ป่วยชาวไทยอาจชะลอตัวลงบ้างเมื่อเทียบกับช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 แต่การเติบโตของ Thai-Non COVID ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงานรวม 24,372 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY** โดยมีรายได้ค่ารักษาพยาบาล 23,141 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY
* **กำไรสุทธิ 3,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY**
* **รายได้ผู้ป่วยต่างชาติเติบโต 22% YoY** โดยเฉพาะกลุ่มจีน (+61%), ตะวันออกกลาง (+33%), CLMV (+30%)
* **รายได้ผู้ป่วยไทยเติบโต 7% YoY** แม้รายได้ COVID-19 ลดลง แต่ Thai-Non COVID เติบโต 25% (สำหรับ 6 เดือนแรก)
* **อัตราการครองเตียงรวมลดลงจาก 69% เป็น 65%** เนื่องจากผู้ป่วย COVID-19 ลดลง
* **เปิดให้บริการโรงพยาบาลกรุงเทพปลวกแดง เฟสแรก** ในเดือนมิถุนายน 2566 เพื่อรองรับความต้องการในเขต EEC
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 BDMS มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 24,372 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่ารักษาพยาบาล 10% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของ COE 13% และการฟื้นตัวของผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 22% โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยชาวจีน ตะวันออกกลาง และ CLMV ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยชาวไทยเติบโต 7% แม้รายได้จาก COVID-19 จะลดลง แต่การรักษาพยาบาลที่ไม่เกี่ยวกับ COVID-19 และโรคระบาดทั่วไป เช่น ไข้เลือดออก มีการเติบโตที่ดี นอกจากนี้ รายได้จากการจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น 18% และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 39% จากการเปิดโรงแรม Movenpick BDMS Wellness Resort Bangkok
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 11% สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ โดยมีค่าใช้จ่ายแพทย์ ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าการตลาด และค่าสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ EBITDA เพิ่มขึ้น 8% เป็น 5,510 ล้านบาท แต่อัตรากำไร EBITDA ลดลงเล็กน้อยจาก 23.3% เป็น 22.6% เนื่องจากอัตราการครองเตียงที่ลดลงจากการหายไปของผู้ป่วย COVID-19 อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้ 15% เป็น 3,063 ล้านบาท จากการกลับมารักษาพยาบาลของผู้ป่วยทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงผลบวกจากการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน)
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 48,685 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% โดยรายได้ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 7% จากการเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติ 30% และ Thai-Non COVID เพิ่มขึ้น 25% ขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้น 2% เป็น 11,497 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7% เป็น 6,533 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวต่อเนื่องของผู้ป่วยชาวต่างชาติ:** การเปิดประเทศและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ คาดว่าจะหนุนรายได้จากกลุ่มนี้ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
* **การเติบโตของ Center of Excellence (COE):** การมุ่งเน้นการรักษาโรคเฉพาะทางและซับซ้อน จะช่วยเพิ่มรายได้ต่อผู้ป่วยและสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน
* **การขยายเครือข่ายโรงพยาบาล:** การเปิดโรงพยาบาลกรุงเทพปลวกแดงในเขต EEC จะช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการในพื้นที่ที่มีความต้องการสูง
* **การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในโรงพยาบาลอื่น:** การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) ส่งผลบวกต่อผลประกอบการ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล:** การแข่งขันที่รุนแรงทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนและภาครัฐ อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราแลกเปลี่ยน:** ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติและต้นทุนการดำเนินงาน
* **การควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย:** การบริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาล ค่าบุคลากร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญ
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบภาครัฐ:** นโยบายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงพยาบาลอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้ผู้ป่วยชาวต่างชาติในไตรมาสถัดไป
* ผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลกรุงเทพปลวกแดงหลังเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
* การเปลี่ยนแปลงของโรคระบาดต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อจำนวนผู้ป่วย
* แผนการขยายธุรกิจและการลงทุนในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้ค่ารักษาพยาบาล:** เติบโต 10% YoY โดยรายได้ผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น 22% และผู้ป่วยไทยเพิ่มขึ้น 7% สัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มเป็น 26%
* **อัตราการครองเตียง:** ลดลงจาก 69% เป็น 65% YoY เนื่องจากผู้ป่วย COVID-19 ลดลง
* **รายได้จากการจำหน่ายสินค้า:** เพิ่มขึ้น 18% YoY จากการเติบโตของ ANB และ MP
* **รายได้อื่น:** เพิ่มขึ้น 39% YoY จากการเปิดโรงแรม Movenpick BDMS Wellness Resort Bangkok
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 11% YoY สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
* **อัตรากำไร EBITDA:** ลดลงเล็กน้อยจาก 23.3% เป็น 22.6% YoY
* **อัตรากำไรสุทธิ:** เพิ่มขึ้นจาก 12.1% เป็น 12.6% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 138,662 ล้านบาท ลดลง 2% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 9% เป็น 43,610 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการไถ่ถอนหุ้นกู้ ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% เป็น 95,051 ล้านบาท
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานใน 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 11,481 ล้านบาท ส่วนกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 2,365 ล้านบาท และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 11,341 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการไถ่ถอนหุ้นกู้และจ่ายเงินปันผล ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 2,226 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Interest bearing debt to equity) ลดลงจาก 0.3 เท่า เป็น 0.2 เท่า สะท้อนการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
BDMS โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 15% จากการฟื้นตัวของผู้ป่วยชาวต่างชาติและการเติบโตของ COE ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในรอบนี้ แม้ว่าอัตราการครองเตียงจะลดลงจากการหายไปของผู้ป่วย COVID-19 แต่การบริหารจัดการต้นทุนและรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยไทยที่ไม่เกี่ยวกับ COVID-19 ยังคงเป็นปัจจัยบวก การเปิดโรงพยาบาลใหม่ใน EEC และการขยายการลงทุนในโรงพยาบาลอื่น เป็นโอกาสในการเติบโตระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการแข่งขันในอุตสาหกรรมและความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BDMS ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
29,031.93
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
กำไรขั้นต้น
10,583.94
ล้านบาท
↓ 2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.46
%
กำไรสุทธิ
3,692.79
ล้านบาท
↓ 14.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.72
%
D/E Ratio
0.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
29,032
↑ + 4.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10,584
↓ -2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3,693
↓ -14.8%
YoY
D/E Ratio
0.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BDMS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.44
ROE (%)
15.39
ROA (%)
13.20
Book Value/หุ้น
6.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BDMS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-16,362
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7,150
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BDMS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-16,362.23
+4.12%
|
-15,714.08
+16.10%
|
-13,535.41
-801.19%
|
1,930.35
+66.43%
|
1,159.84
-135.47%
|
-3,269.69
-35.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7,150.43
+184.45%
|
2,513.77
+306.34%
|
618.64
-87.65%
|
5,011.04
+247.22%
|
1,443.19
-93.47%
|
22,096.52
-211.34%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
10,193.97
+16.74%
|
8,732.26
-19.92%
|
10,904.61
+706.66%
|
1,351.83
-86.96%
|
10,369.74
-220.45%
|
-8,609.14
-161.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,010.51
-122.25%
|
-4,541.12
+125.68%
|
-2,012.17
+62.81%
|
-1,235.92
-118.05%
|
6,847.13
-32.99%
|
10,217.70
-192.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7,373.00
-5.41%
|
7,794.83
-38.47%
|
12,668.01
+15.86%
|
10,933.66
-44.40%
|
19,666.37
+318.77%
|
4,696.21
-6.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,341.60
-13.99%
|
7,373.00
-5.41%
|
7,794.83
-38.47%
|
12,668.01
+15.86%
|
10,933.66
-44.40%
|
19,666.37
+318.77%
|