บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)
SET · การแพทย์
19.60
+0.40 (+2.08%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9003 out_tok=2467 at=2026-07-25T11:22:44 -->
BDMS กำไรสุทธิ Q1/65 พุ่ง 157% รับแรงหนุนรายได้ผู้ป่วยไทย-ต่างชาติฟื้นตัว
รายได้-กำไรโตเด่นจากฐานต่ำปีก่อน อัตราครองเตียงพุ่งแตะ 80% ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 23,159 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 3,443 ล้านบาท เติบโตถึง 157% โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้ค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่งผลให้อัตราการครองเตียงโดยรวมปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BDMS ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะรายได้ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเติบโตถึง 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน** ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้นถึง 157%
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ค่ารักษาพยาบาล** ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท โดยเติบโต 45% YoY คิดเป็น 6,854 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 ปัจจัยนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโต 157% YoY จาก 1,339 ล้านบาท เป็น 3,443 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นจาก 8.2% เป็น 14.9%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ค่ารักษาพยาบาลมาจากสองส่วนหลัก คือ:
* **ผู้ป่วยชาวไทย:** เพิ่มขึ้น 38% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อ COVID-19 และการกลับมารักษาพยาบาลของผู้ป่วยทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับ COVID-19
* **ผู้ป่วยชาวต่างชาติ:** เพิ่มขึ้น 72% YoY ซึ่งเป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าประเทศของรัฐบาลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 ทำให้มีผู้ป่วยเชิงสุขภาพ (Fly-in Patient) โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางและ CLMV รวมถึงผู้ป่วยชาวต่างชาติที่ทำงานในไทย (Expatriate) กลับมารักษาพยาบาลมากขึ้น
นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของรายได้ผู้ป่วยในอย่างมีนัยสำคัญ 54% YoY ส่งผลให้อัตราการครองเตียงโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 46% ในไตรมาส 1 ปี 2564 เป็น 80% ในไตรมาส 1 ปี 2565 (ไม่รวม Hospitel และโรงพยาบาลสนาม) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและอัตรากำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง**
เอกสารระบุว่าการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติเป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการ ซึ่งมีแนวโน้มจะต่อเนื่องหากสถานการณ์ COVID-19 ยังคงควบคุมได้และมาตรการยังคงผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย COVID-19 ในช่วงต้นปี 2565 เป็นผลจากการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยชั่วคราว การเติบโตของผู้ป่วยทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับ COVID-19 และผู้ป่วยต่างชาติมีแนวโน้มจะต่อเนื่องหากเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างแท้จริง ฝ่ายจัดการยังคงเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนอัตรากำไรในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงานรวม 23,159 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% YoY** จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่ารักษาพยาบาลเป็นหลัก
* **กำไรสุทธิ 3,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157% YoY** จากการเติบโตของรายได้และการควบคุมค่าใช้จ่าย
* **อัตราการครองเตียงโดยรวมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 80%** จาก 46% ในปีก่อนหน้า
* **รายได้ผู้ป่วยชาวไทยเติบโต 38% YoY** จากผู้ป่วย COVID-19 และผู้ป่วยทั่วไป
* **รายได้ผู้ป่วยชาวต่างชาติเติบโต 72% YoY** จากการเปิดประเทศและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
* **EBITDA เพิ่มขึ้น 75% YoY สู่ 6,173 ล้านบาท** และ EBITDA Margin ขยายตัวจาก 21.7% เป็น 26.7%
## ภาพรวมผลประกอบการ
BDMS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 23,159 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) การเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยรายได้ค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 45% YoY และ 6% QoQ กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 3,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157% YoY และ 31% QoQ อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 8.2% ในปีก่อน เป็น 14.9% ในไตรมาสนี้ EBITDA ก็เติบโตโดดเด่น 75% YoY มาอยู่ที่ 6,173 ล้านบาท พร้อมกับ EBITDA Margin ที่ขยายตัวขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการแพทย์:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศส่งผลดีต่อการกลับมาของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Fly-in Patient) และผู้ป่วยชาวต่างชาติ
* **การเติบโตของผู้ป่วยทั่วไป:** การกลับมารักษาพยาบาลของผู้ป่วยที่ไม่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของบริการทางการแพทย์ปกติ
* **การขยายเครือข่ายและบริการ:** การลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพื่อปรับปรุงและขยายโรงพยาบาล จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยในอนาคต
* **การร่วมทุนธุรกิจร้านขายยา:** การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ COM7 เพื่อขยายธุรกิจร้านขายยาขนาดใหญ่ จะเป็นการเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยง
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่:** แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่การกลับมาระบาดของโรคอาจส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยและการดำเนินงาน
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนทางเศรษฐกิจและค่าเงินอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้ป่วยต่างชาติและต้นทุนการดำเนินงาน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนและภาครัฐ
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่อาจเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ค่าเวชภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อาจปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ:** ติดตามจำนวนและสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติอย่างใกล้ชิด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายทางการตลาด
* **การดำเนินงานของธุรกิจร้านขายยา:** ความคืบหน้าของการจัดตั้งและผลประกอบการของบริษัทร่วมทุน
* **ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19:** การเปลี่ยนแปลงของจำนวนผู้ติดเชื้อและมาตรการภาครัฐที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงาน
* **การลงทุนเพื่อขยายศักยภาพ:** ความคืบหน้าของการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้ค่ารักษาพยาบาล:** เติบโต 45% YoY โดยผู้ป่วยไทยเพิ่ม 38% และผู้ป่วยต่างชาติเพิ่ม 72% สะท้อนการฟื้นตัวของทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ
* **อัตราการครองเตียง:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 46% เป็น 80% บ่งชี้ถึงการใช้ประโยชน์จาก Capacity ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
* **รายได้จากการจำหน่ายสินค้า:** เพิ่มขึ้น 15% YoY แสดงถึงการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
* **รายได้อื่น:** ลดลง 32% YoY เนื่องจากโรงแรมปิดปรับปรุง ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 29% YoY แต่ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 14% QoQ จากการควบคุมค่าใช้จ่ายทางการตลาดและซ่อมบำรุง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 131,098 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 11,299 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% หนี้สินรวมลดลง 2% มาอยู่ที่ 39,802 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการไถ่ถอนหุ้นกู้ 2,500 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Interest bearing debt to equity) อยู่ที่ 0.2 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 5,147 ล้านบาท เพียงพอต่อการลงทุนและชำระหนี้
## สรุปท้าย
BDMS โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ที่โดดเด่น ด้วยรายได้และกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตราการครองเตียงและอัตรากำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมและการลงทุนเพื่อขยายศักยภาพ ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BDMS ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
29,031.93
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
กำไรขั้นต้น
10,583.94
ล้านบาท
↓ 2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.46
%
กำไรสุทธิ
3,692.79
ล้านบาท
↓ 14.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.72
%
D/E Ratio
0.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
29,032
↑ + 4.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10,584
↓ -2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3,693
↓ -14.8%
YoY
D/E Ratio
0.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BDMS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.44
ROE (%)
15.39
ROA (%)
13.20
Book Value/หุ้น
6.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BDMS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-16,362
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7,150
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BDMS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-16,362.23
+4.12%
|
-15,714.08
+16.10%
|
-13,535.41
-801.19%
|
1,930.35
+66.43%
|
1,159.84
-135.47%
|
-3,269.69
-35.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7,150.43
+184.45%
|
2,513.77
+306.34%
|
618.64
-87.65%
|
5,011.04
+247.22%
|
1,443.19
-93.47%
|
22,096.52
-211.34%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
10,193.97
+16.74%
|
8,732.26
-19.92%
|
10,904.61
+706.66%
|
1,351.83
-86.96%
|
10,369.74
-220.45%
|
-8,609.14
-161.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,010.51
-122.25%
|
-4,541.12
+125.68%
|
-2,012.17
+62.81%
|
-1,235.92
-118.05%
|
6,847.13
-32.99%
|
10,217.70
-192.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7,373.00
-5.41%
|
7,794.83
-38.47%
|
12,668.01
+15.86%
|
10,933.66
-44.40%
|
19,666.37
+318.77%
|
4,696.21
-6.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,341.60
-13.99%
|
7,373.00
-5.41%
|
7,794.83
-38.47%
|
12,668.01
+15.86%
|
10,933.66
-44.40%
|
19,666.37
+318.77%
|