บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)
SET · การแพทย์
19.60
+0.40 (+2.08%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11279 out_tok=2935 at=2026-07-25T11:33:13 -->
# BDMS กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 35% รับแรงหนุนผู้ป่วยต่างชาติฟื้น-เตียงครองสูง
## รายได้โต 19% จากผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัวแรง 74% ขณะที่ผู้ป่วยไทยยังเติบโตต่อเนื่อง 10% หนุนอัตราการครองเตียงรวมแตะ 76%
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 23,985 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Fly-in Patient) และการกลับมารักษาพยาบาลของผู้ป่วยชาวไทยที่ไม่เกี่ยวกับ COVID-19 ส่งผลให้อัตราการครองเตียงโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 71% เป็น 76% ขณะที่กำไรสุทธิเติบโตถึง 35% เป็น 3,386 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BDMS ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นถึง 74% YoY** ควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยที่ยังคงแข็งแกร่งที่ 10% YoY ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของอัตราการครองเตียงโดยรวมจาก 71% ในไตรมาส 3/2564 เป็น 76% ในไตรมาส 3/2565 ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 35% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางระหว่างประเทศ ทำให้ผู้ป่วยกลุ่ม Fly-in Patient โดยเฉพาะจากกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ตะวันออกกลาง และบังคลาเทศ สามารถเดินทางกลับมารักษาพยาบาลได้มากขึ้น โดยเฉพาะที่ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence) นอกจากนี้ รายได้จากผู้ป่วยชาวไทยที่เติบโต 10% มาจากการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ไม่เกี่ยวกับ COVID-19 และโรคตามฤดูกาลที่เพิ่มขึ้น 47% ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ที่เกี่ยวเนื่องกับ COVID-19 ที่ลดลง การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยทั้งชาวไทยและต่างชาติส่งผลให้อัตราการครองเตียงโดยรวมสูงขึ้น ซึ่งนำไปสู่การประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงและส่งผลดีต่ออัตรากำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นจาก 12.4% เป็น 14.1%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่คาดว่าจะดำเนินต่อไปตามแนวโน้มการเปิดประเทศและการเดินทางที่สะดวกขึ้น นอกจากนี้ การเปิดให้บริการศูนย์บริการทางการแพทย์และรักษาแบบจีโนมิกส์ (NNG) ซึ่งเป็นบริการทางการแพทย์ขั้นสูง อาจเป็นอีกปัจจัยที่ดึงดูดผู้ป่วยทั้งชาวไทยและต่างชาติในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้ที่เกี่ยวกับ COVID-19 ที่ลดลงอาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม แต่โดยรวมแล้ว แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากผู้ป่วยที่ไม่เกี่ยวกับ COVID-19 และผู้ป่วยต่างชาติยังคงเป็นบวก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงานรวม Q3/65 เพิ่มขึ้น 19% YoY แตะ 23,985 ล้านบาท** หนุนโดยรายได้ค่ารักษาพยาบาลที่เติบโต 21%
* **กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 35% YoY เป็น 3,386 ล้านบาท** อัตรากำไรสุทธิขยายตัวจาก 12.4% เป็น 14.1%
* **ผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัวแรง 74% YoY** สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มเป็น 24% จาก 17% ใน Q3/64
* **อัตราการครองเตียงรวมเพิ่มเป็น 76%** จาก 71% ใน Q3/64 สะท้อนการกลับมาใช้บริการทางการแพทย์ปกติ
* **9 เดือนแรกปี 65 กำไรสุทธิโต 79% YoY เป็น 9,493 ล้านบาท** รายได้รวมโต 28% เป็น 69,125 ล้านบาท
* **BDMS ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตจาก TRIS Rating เป็น AA+ แนวโน้ม Stable** สะท้อนผลการดำเนินงานที่ดีและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 BDMS มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 23,985 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่ารักษาพยาบาล 21% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของผู้ป่วยชาวไทย 10% และผู้ป่วยชาวต่างชาติ 74% การฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่ม Fly-in Patient และการกลับมารักษาพยาบาลของผู้ป่วยไทยที่ไม่เกี่ยวกับ COVID-19 ทำให้มีอัตราการครองเตียงโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 76% จาก 71% ในปีก่อน ส่งผลให้ EBITDA เพิ่มขึ้น 17% เป็น 5,999 ล้านบาท แม้ EBITDA Margin จะลดลงเล็กน้อยจาก 25.4% เป็น 25.0% เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ แต่กำไรสุทธิเติบโตถึง 35% เป็น 3,386 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิขยายตัวจาก 12.4% เป็น 14.1%
สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 69,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของรายได้ที่เกี่ยวเนื่องกับ COVID-19 และรายได้ค่ารักษาพยาบาลที่ไม่รวม COVID-19 จากทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติ ทำให้อัตราการครองเตียงเพิ่มขึ้นเป็น 75% จาก 57% ในปีก่อน EBITDA เพิ่มขึ้น 40% เป็น 17,293 ล้านบาท และ EBITDA Margin ปรับตัวดีขึ้นจาก 22.9% เป็น 25.0% กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 79% เป็น 9,493 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 13.7%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Fly-in Patient):** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางทั่วโลกส่งผลดีต่อการกลับมาของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูง
* **การขยายบริการทางการแพทย์เฉพาะทางและศูนย์ความเป็นเลิศ:** การลงทุนในเทคโนโลยีและศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ เช่น NNG (ศูนย์บริการจีโนมิกส์) จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดผู้ป่วยที่มีความต้องการเฉพาะ
* **การเติบโตของผู้ป่วยไทย:** การรักษาพยาบาลโรคทั่วไปและโรคตามฤดูกาลที่เพิ่มขึ้น ชี้ให้เห็นถึงการกลับมาใช้บริการทางการแพทย์ปกติของผู้ป่วยในประเทศ
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน:** การบริหารจัดการเตียงและการใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของอัตราการครองเตียง ช่วยสร้างการประหยัดต่อขนาด
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนด้วยกันและโรงพยาบาลรัฐ
* **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าบุคลากร ค่าเวชภัณฑ์ และค่าสาธารณูปโภค
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** สภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
* **การระบาดของโรคระบาดใหม่:** แม้สถานการณ์ COVID-19 จะคลี่คลาย แต่การระบาดของโรคระบาดใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ:** ติดตามการเติบโตของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติในไตรมาสถัดไป ว่าจะยังคงรักษาโมเมนตัมได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** จับตาการควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ เพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่ดี
* **การขยายธุรกิจใหม่:** ความคืบหน้าและการสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่ เช่น NNG (ศูนย์บริการจีโนมิกส์)
* **การเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนรายได้:** การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้ระหว่างผู้ป่วยไทยและต่างชาติ รวมถึงรายได้ที่เกี่ยวกับและไม่เกี่ยวกับ COVID-19
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การเปลี่ยนแปลงของระดับหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้สินระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการกระแสเงินสดเพื่อรองรับภาระหนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้ค่ารักษาพยาบาลเติบโต 21% YoY โดยรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 74% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 24% จาก 17% ในปีก่อน ขณะที่รายได้ผู้ป่วยไทยเติบโต 10% YoY การเติบโตของผู้ป่วยนอกสูงถึง 40% YoY ขณะที่ผู้ป่วยในเติบโต 5% YoY แสดงถึงการกลับมาใช้บริการแบบผู้ป่วยนอกที่มากขึ้น
**อัตราการครองเตียง (Utilization):** อัตราการครองเตียงโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 76% จาก 71% YoY ซึ่งเป็นระดับที่สูง สะท้อนถึงการกลับมาใช้บริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ต้นทุน:** ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลและอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 14% YoY และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 28% YoY ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้เล็กน้อย ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA ลดลงเล็กน้อย แต่กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้ดีจากการประหยัดต่อขนาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 133,875 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากสิ้นปี 2564 โดยมีลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 21% สินทรัพย์อื่นๆ เพิ่มขึ้น 66% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนในเงินฝากและกองทุนรวม รวมถึงเงินจ่ายล่วงหน้าสำหรับโครงการ BDMS Silver Wellness & Residence หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 7% เป็น 43,586 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น และหุ้นกู้ลดลง 21% ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3% เป็น 90,289 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.5 เท่า ซึ่งทรงตัวจากปีก่อน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานใน 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 13,189 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากการจ่ายเงินปันผลจำนวนมากถึง 7,944 ล้านบาท การลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพื่อปรับปรุงและขยายโรงพยาบาลอยู่ที่ 3,108 ล้านบาท บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นงวด 10,593 ล้านบาท
## สรุปท้าย
BDMS โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 35% YoY เป็น 3,386 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของผู้ป่วยชาวต่างชาติและการเติบโตต่อเนื่องของผู้ป่วยไทย ซึ่งส่งผลให้อัตราการครองเตียงสูงขึ้นถึง 76% แม้ต้นทุนจะปรับสูงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ แต่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและการประหยัดต่อขนาดช่วยหนุนอัตรากำไรสุทธิให้ขยายตัว โอกาสจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนในบริการทางการแพทย์ขั้นสูงยังคงเป็นปัจจัยบวกสำคัญ ขณะที่ความเสี่ยงด้านต้นทุนและการแข่งขันยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BDMS ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
29,031.93
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
กำไรขั้นต้น
10,583.94
ล้านบาท
↓ 2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.46
%
กำไรสุทธิ
3,692.79
ล้านบาท
↓ 14.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.72
%
D/E Ratio
0.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
29,032
↑ + 4.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10,584
↓ -2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3,693
↓ -14.8%
YoY
D/E Ratio
0.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BDMS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.44
ROE (%)
15.39
ROA (%)
13.20
Book Value/หุ้น
6.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BDMS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-16,362
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7,150
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BDMS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-16,362.23
+4.12%
|
-15,714.08
+16.10%
|
-13,535.41
-801.19%
|
1,930.35
+66.43%
|
1,159.84
-135.47%
|
-3,269.69
-35.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7,150.43
+184.45%
|
2,513.77
+306.34%
|
618.64
-87.65%
|
5,011.04
+247.22%
|
1,443.19
-93.47%
|
22,096.52
-211.34%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
10,193.97
+16.74%
|
8,732.26
-19.92%
|
10,904.61
+706.66%
|
1,351.83
-86.96%
|
10,369.74
-220.45%
|
-8,609.14
-161.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,010.51
-122.25%
|
-4,541.12
+125.68%
|
-2,012.17
+62.81%
|
-1,235.92
-118.05%
|
6,847.13
-32.99%
|
10,217.70
-192.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7,373.00
-5.41%
|
7,794.83
-38.47%
|
12,668.01
+15.86%
|
10,933.66
-44.40%
|
19,666.37
+318.77%
|
4,696.21
-6.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,341.60
-13.99%
|
7,373.00
-5.41%
|
7,794.83
-38.47%
|
12,668.01
+15.86%
|
10,933.66
-44.40%
|
19,666.37
+318.77%
|