บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)
SET · การแพทย์
19.60
+0.40 (+2.08%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8628 out_tok=2494 at=2026-07-25T10:52:29 -->
BDMS กำไรสุทธิ Q1/2566 ทรงตัว รับแรงหนุนผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัว
รายได้รวมโต 5% แต่ EBITDA หดตัวเล็กน้อย ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากรายได้ COVID-19 ลดลง
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 24,313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 3,470 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% อย่างไรก็ตาม EBITDA ปรับลดลง 3% เนื่องจากผลกระทบจากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ในปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BDMS ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของผู้ป่วยชาวต่างชาติ ซึ่งชดเชยการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ในปีก่อนได้เป็นส่วนใหญ่ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 5% แต่ EBITDA กลับลดลง 3% สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบรายได้
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือการเติบโตของรายได้ค่ารักษาพยาบาล 4% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยชาวต่างชาติ 38% ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้นจาก 22% เป็น 29% ในขณะที่รายได้จากผู้ป่วยชาวไทยลดลง 6% เนื่องจากรายได้ที่เกี่ยวกับ COVID-19 หายไป อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายได้ COVID-19 รายได้ผู้ป่วยไทยจะเติบโตถึง 23% ปัจจัยบวกอีกประการคือการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) (SVH) ซึ่งส่งผลดีต่อกำไรสุทธิ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของผู้ป่วยชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและ CLMV เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางและการท่องเที่ยว ประกอบกับการเติบโตของศูนย์การแพทย์แห่งความเป็นเลิศ (Center of Excellence - COE) ที่รองรับความซับซ้อนของโรคที่เพิ่มขึ้น ทำให้รายได้ค่ารักษาพยาบาลเติบโตได้ดีทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (2%) และต่างจังหวัด (7%) รวมถึงรายได้ผู้ป่วยนอกที่เพิ่มขึ้น 10% อย่างไรก็ตาม การลดลงของผู้ป่วย COVID-19 ส่งผลให้รายได้ผู้ป่วยในลดลง 1% และทำให้อัตราการครองเตียงรวมลดลงจาก 80% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 63% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน EBITDA Margin ที่ลดลงจาก 26.7% เป็น 24.6% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 7% จากค่าแพทย์ ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าการตลาด และค่าสาธารณูปโภค
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะการฟื้นตัวของผู้ป่วยชาวต่างชาติที่คาดว่าจะยังคงมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องจากการเปิดประเทศและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทย ประกอบกับการขยายเครือข่ายโรงพยาบาล เช่น การเปิดโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ ระยอง จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยเฉพาะทาง อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้ COVID-19 เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นครั้งคราว และการบริหารจัดการต้นทุนจะมีความสำคัญมากขึ้นเพื่อรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 5%:** อยู่ที่ 24,313 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 4%
* **กำไรสุทธิทรงตัว:** อยู่ที่ 3,470 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน
* **EBITDA ลดลง 3%:** อยู่ที่ 5,987 ล้านบาท และ EBITDA Margin หดตัวลงจาก 26.7% เป็น 24.6%
* **ผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัวแรง:** รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น 38% สัดส่วนเพิ่มเป็น 29% ของรายได้ค่ารักษาพยาบาล
* **รายได้ COVID-19 หายไป:** ส่งผลให้รายได้ผู้ป่วยไทยลดลง 6% แต่หากไม่รวมรายได้ COVID-19 จะเติบโต 23%
* **อัตราการครองเตียงลดลง:** จาก 80% เป็น 63% เนื่องจากผู้ป่วย COVID-19 ลดลง
* **เปิดโรงพยาบาลใหม่:** โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ ระยอง เปิดให้บริการในเดือนกุมภาพันธ์ 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
BDMS รายงานรายได้จากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 1 ปี 2566 ที่ 24,313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่ารักษาพยาบาล 4% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของศูนย์การแพทย์แห่งความเป็นเลิศ (COE) และการฟื้นตัวของผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นถึง 38% อย่างไรก็ตาม รายได้จากผู้ป่วยชาวไทยลดลง 6% เนื่องจากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 หากไม่รวมรายได้ดังกล่าว รายได้ผู้ป่วยไทยจะเติบโต 23% EBITDA ปรับลดลง 3% มาอยู่ที่ 5,987 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA ลดลงจาก 26.7% เป็น 24.6% เนื่องจากอัตราการครองเตียงที่ลดลงจากการหายไปของรายได้ COVID-19 แม้ว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% เป็น 3,470 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการลดลงของค่าเสื่อมราคาและผลบวกจากการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน SVH
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของผู้ป่วยชาวต่างชาติ:** คาดว่าแนวโน้มการเติบโตจะต่อเนื่องจากการเปิดประเทศและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์
* **การขยายเครือข่ายโรงพยาบาล:** การเปิดโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ ระยอง ช่วยเพิ่มศักยภาพในการรักษาเฉพาะทางและขยายฐานลูกค้าในภาคตะวันออก
* **การเติบโตของ Center of Excellence (COE):** การรองรับโรคที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นช่วยเพิ่มรายได้และมูลค่าบริการต่อผู้ป่วย
* **การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน SVH:** ส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิจากการปรับโครงสร้างการถือหุ้น
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อการกำหนดราคาและส่วนแบ่งการตลาด
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยน:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงต้นทุนการดำเนินงาน
* **การระบาดของโรคอุบัติใหม่:** แม้ว่ารายได้ COVID-19 จะลดลง แต่การระบาดของโรคใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและต้นทุน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ค่าการตลาด และค่าสาธารณูปโภค อาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้ผู้ป่วยชาวต่างชาติในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพื่อรักษาอัตรากำไร
* ผลประกอบการและการขยายตัวของโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ ระยอง
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราการครองเตียงในโรงพยาบาลเครือข่าย
* ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อต่อกำลังซื้อของผู้ป่วย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้ค่ารักษาพยาบาลเติบโต 4% โดยรายได้ผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น 38% เป็นปัจจัยหลัก ขณะที่รายได้ผู้ป่วยไทยลดลง 6% จากผลของ COVID-19 ที่หายไป รายได้จากการจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น 13% และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 75% จากค่าเช่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น
**ต้นทุน:** ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลและอื่นๆ เพิ่มขึ้น 5% สอดคล้องกับรายได้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 15% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ โดยมีสาเหตุจากค่าแพทย์ ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าการตลาด และค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น
**อัตรากำไร:** EBITDA Margin ลดลงจาก 26.7% เป็น 24.6% เนื่องจากผลกระทบจากการลดลงของรายได้ COVID-19 ในปีก่อน และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
**การขยายตัว:** เปิดโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ ระยอง เป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 57
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 BDMS มีสินทรัพย์รวม 144,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 30% เป็น 16,485 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 47,928 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3% เป็น 96,581 ล้านบาท กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 6,005 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานที่ดีในไตรมาสนี้ กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 508 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพื่อปรับปรุงและขยายโรงพยาบาล กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 1,679 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการไถ่ถอนหุ้นกู้
## สรุปท้าย
BDMS ในไตรมาส 1 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของผู้ป่วยชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก แม้ว่ากำไรสุทธิจะทรงตัว แต่การลดลงของ EBITDA Margin สะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบรายได้ การเปิดโรงพยาบาลใหม่และการเติบโตของ COE เป็นโอกาสสำคัญในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงจากการแข่งขันและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BDMS ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
29,031.93
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
กำไรขั้นต้น
10,583.94
ล้านบาท
↓ 2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.46
%
กำไรสุทธิ
3,692.79
ล้านบาท
↓ 14.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.72
%
D/E Ratio
0.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
29,032
↑ + 4.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10,584
↓ -2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3,693
↓ -14.8%
YoY
D/E Ratio
0.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BDMS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.44
ROE (%)
15.39
ROA (%)
13.20
Book Value/หุ้น
6.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BDMS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-16,362
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7,150
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BDMS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-16,362.23
+4.12%
|
-15,714.08
+16.10%
|
-13,535.41
-801.19%
|
1,930.35
+66.43%
|
1,159.84
-135.47%
|
-3,269.69
-35.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7,150.43
+184.45%
|
2,513.77
+306.34%
|
618.64
-87.65%
|
5,011.04
+247.22%
|
1,443.19
-93.47%
|
22,096.52
-211.34%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
10,193.97
+16.74%
|
8,732.26
-19.92%
|
10,904.61
+706.66%
|
1,351.83
-86.96%
|
10,369.74
-220.45%
|
-8,609.14
-161.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,010.51
-122.25%
|
-4,541.12
+125.68%
|
-2,012.17
+62.81%
|
-1,235.92
-118.05%
|
6,847.13
-32.99%
|
10,217.70
-192.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7,373.00
-5.41%
|
7,794.83
-38.47%
|
12,668.01
+15.86%
|
10,933.66
-44.40%
|
19,666.37
+318.77%
|
4,696.21
-6.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,341.60
-13.99%
|
7,373.00
-5.41%
|
7,794.83
-38.47%
|
12,668.01
+15.86%
|
10,933.66
-44.40%
|
19,666.37
+318.77%
|