BCP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BCP
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
48.25
+1.25 (+2.66%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=30946 out_tok=4097 at=2026-07-25T07:21:54 --> BCP กำไรสุทธิ Q3/2566 พุ่งกว่า 11,000 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจน้ำมัน-ทรัพยากรธรรมชาติ **รายได้และกำไรโตโดดเด่นจากราคาน้ำมันดิบและส่วนต่างการกลั่นที่สูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและไฟฟ้าพลังงานสะอาดก็มีผลประกอบการดีขึ้นเช่นกัน** บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ทำกำไรสุทธิสูงถึง 11,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวม 94,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% QoQ และ 26% YoY ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการคือธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลด้านอุปทานตึงตัว ประกอบกับค่าการกลั่นที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติก็มีปริมาณการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น และธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาดก็รับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน **กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน** หัวใจสำคัญที่ผลักดันผลประกอบการของ BCP ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน** ซึ่งสะท้อนผ่านค่าการกลั่นที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ **การเติบโตของธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ** ที่มีปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** 1. **ธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน:** * **ค่าการกลั่นพื้นฐาน (Operating GRM) พุ่งสูง:** อยู่ที่ 14.67 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นถึง 9.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล QoQ ปัจจัยหลักมาจาก Crack Spread ของกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่ปรับตัวดีขึ้นตามภาวะตลาดโลก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอุปทานน้ำมันดิบตึงตัวจากมาตรการลดการผลิตของซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย ประกอบกับปริมาณสำรองผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นขั้นกลางในภูมิภาคอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับประโยชน์จาก Inventory Gain (รวมกลับรายการ/ขาดทุนจากการปรับ NRV) ที่ 3.29 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับสูงขึ้น * **Inventory Gain:** การรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจำนวน 3,598 ล้านบาท เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรในไตรมาสนี้ 2. **ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ:** * **ปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้น:** ปริมาณการจำหน่ายของ OKEA เพิ่มขึ้น 17% QoQ และ 55% YoY โดยเฉพาะจากแหล่งผลิต Brage และ Nova ที่กลับมาดำเนินการผลิต รวมถึงการรับรู้ผลการดำเนินงานจากแหล่งผลิตที่โอนกิจการมาจาก Wintershall Dea ตั้งแต่ปลายปี 2565 * **ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น:** ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquid Price) ปรับเพิ่มขึ้น 27% QoQ ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นจากความกังวลด้านอุปทานตึงตัว 3. **ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด:** * **รับรู้รายได้เต็มไตรมาส:** โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว สามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้เต็มไตรมาส * **ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ:** รับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา 4 โครงการ รวมถึงช่วง High Season ของความต้องการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐฯ 4. **รายการพิเศษ:** การรับรู้กำไรพิเศษจากการต่อรองราคาซื้อกิจการเอสโซ่ (ประเทศไทย) จำนวน 7,389 ล้านบาท เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้สูงเป็นประวัติการณ์ **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก:** * **ธุรกิจโรงกลั่น:** ค่าการกลั่นมีแนวโน้มทรงตัวในไตรมาส 4/2566 โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล แต่ยังคงมีปัจจัยกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและอุปสงค์ในจีนที่ฟื้นตัวต่ำกว่าคาดการณ์ ส่วน Inventory Gain อาจไม่ต่อเนื่องเท่าไตรมาสนี้ หากราคาน้ำมันดิบไม่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ:** คาดว่าปริมาณการจำหน่ายจะยังคงดีต่อเนื่องจากการรับรู้ผลการดำเนินงานของแหล่งผลิตใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มผันผวนตามราคาตลาดโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก * **ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด:** การรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และ สปป.ลาว จะเป็นปัจจัยหนุนต่อเนื่อง แต่ผลประกอบการโดยรวมอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาลและสภาพอากาศ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** 11,011 ล้านบาท (+>100% QoQ, +>100% YoY) * **รายได้รวม 94,528 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 39% QoQ และ 26% YoY * **EBITDA 13,813 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น >100% QoQ และ 20% YoY * **ธุรกิจโรงกลั่น:** ค่าการกลั่นพื้นฐาน (Operating GRM) สูงถึง 14.67 USD/BBL (+9.99 QoQ) และรับรู้ Inventory Gain 3,598 ล้านบาท * **ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ:** ปริมาณการจำหน่าย OKEA เพิ่มขึ้น 17% QoQ และ 55% YoY * **ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด:** รับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ สปป.ลาว และส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ * **การเข้าซื้อกิจการเอสโซ่ (ประเทศไทย):** รับรู้ผลประกอบการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 66 และบันทึกกำไรพิเศษจากการต่อรองราคาซื้อ 7,389 ล้านบาท ## ภาพรวมผลประกอบการ **ไตรมาส 3 ปี 2566:** บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP) โชว์ผลประกอบการที่โดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 94,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 12,351 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% QoQ และ 33% YoY ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พุ่งสูงถึง 11,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% ทั้ง QoQ และ YoY คิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 7.91 บาท **งวด 9 เดือน ปี 2566:** รายได้รวมอยู่ที่ 242,931 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ปรับเพิ่มขึ้น 17% YoY อยู่ที่ 14,210 ล้านบาท คิดเป็น EPS ที่ 10.09 บาท แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะลดลง 34% YoY เนื่องจากค่าการกลั่นพื้นฐานที่ลดลงในช่วงครึ่งปีแรก แต่การเติบโตของธุรกิจอื่นๆ และการรับรู้กำไรพิเศษจากการเข้าซื้อกิจการเอสโซ่ฯ ช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวม ## โอกาส * **Synergy จากการรวมกิจการเอสโซ่ (ประเทศไทย):** การผสานโรงกลั่นบางจากและศรีราชา รวมถึงเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันกว่า 2,200 แห่ง จะสร้างโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และขยายฐานลูกค้า * **การเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาด:** การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ และการขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูง (เช่น CDMO) เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยง * **การขยายธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ:** การลงทุนในแหล่งปิโตรเลียม Statfjord ในทะเลนอร์เวย์ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจนี้ * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ:** การนำเสนอผลิตภัณฑ์น้ำมันคุณภาพสูง (Hi Premium 97, Hi Premium Diesel) และการพัฒนาธุรกิจ Retail Experience รวมถึงการขยายตลาดน้ำมันหล่อลื่นไปยังต่างประเทศ เป็นโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ราคาน้ำมันดิบ ราคาก๊าซธรรมชาติ และราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม มีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และกำไรของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และทรัพยากรธรรมชาติ * **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม รวมถึงการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม * **ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์:** ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบโลกและราคาน้ำมัน * **กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน โดยเฉพาะในธุรกิจโรงกลั่นและพลังงาน * **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสถานีบริการน้ำมัน อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและค่าการตลาด ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ผลการดำเนินงานหลังการรวมกิจการเอสโซ่ (ประเทศไทย):** การสร้าง Synergy ระหว่างโรงกลั่นบางจากและศรีราชา รวมถึงการบริหารจัดการเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน * **แนวโน้มค่าการกลั่นและราคาน้ำมันดิบ:** ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน * **ปริมาณการผลิตและราคาขายของธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ:** โดยเฉพาะจากแหล่งผลิตใหม่ๆ และผลกระทบจากราคาพลังงานโลก * **ความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด:** โดยเฉพาะโครงการในสหรัฐอเมริกา และการบริหารจัดการต้นทุน * **การดำเนินงานของธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ:** การขยายตลาดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) **กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน:** ในไตรมาส 3/2566 กลุ่มธุรกิจนี้มีรายได้ 69,274 ล้านบาท (+19% QoQ, +11% YoY) และ EBITDA 6,306 ล้านบาท (+>100% QoQ, +53% YoY) ปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือค่าการกลั่นพื้นฐานที่สูงถึง 14.67 USD/BBL ซึ่งสูงกว่าค่าการกลั่นในตลาดสิงคโปร์ที่ 9.60 USD/BBL อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึง Inventory Gain ที่ 3.29 USD/BBL อย่างไรก็ตาม อัตราการผลิตเฉลี่ยลดลงเล็กน้อยจาก 118.6 KBD เป็น 116.4 KBD เนื่องจากมีการปิดปรับปรุงหน่วยการผลิตบางส่วนเพื่อโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 5 ที่โรงกลั่นพระโขนง **กลุ่มธุรกิจการตลาด:** มีรายได้ 46,718 ล้านบาท (+3% QoQ, +5% YoY) และ EBITDA 1,312 ล้านบาท (+>100% QoQ, +>100% YoY) ปริมาณการจำหน่ายรวม 1,571 ล้านลิตร ทรงตัว QoQ แต่เพิ่มขึ้น 13% YoY โดยเฉพาะน้ำมันเครื่องบินที่เติบโตสูงถึง 154% YoY จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ค่าการตลาดสุทธิเพิ่มขึ้น 69% QoQ เป็น 1.29 บาท/ลิตร แต่ลดลง 26% YoY เป็น 0.84 บาท/ลิตร การเข้าซื้อกิจการเอสโซ่ฯ ทำให้กลุ่มบางจากมีสถานีบริการรวมกว่า 2,203 แห่ง **กลุ่มธุรกิจเอสโซ่ (ประเทศไทย):** เริ่มรับรู้ผลประกอบการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 66 โดยมีรายได้ 16,781 ล้านบาท และ EBITDA 1,281 ล้านบาท ในช่วงที่รับรู้ผลประกอบการ โรงกลั่นศรีราชามีการหยุดดำเนินการผลิตเพื่อซ่อมบำรุง 25 วัน ส่งผลให้อัตรากำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 48.2 KBD **กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด:** มีรายได้ 1,603 ล้านบาท (+52% QoQ, +4% YoY) และ EBITDA 1,330 ล้านบาท (+35% QoQ, +10% YoY) ปัจจัยบวกมาจากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ 4 โครงการ ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยมีรายได้ลดลงจากการสิ้นสุด Adder **กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ:** มีรายได้ 3,526 ล้านบาท (+16% QoQ, +20% YoY) และ EBITDA 169 ล้านบาท (+22% QoQ, +>100% YoY) ธุรกิจเอทานอลมีกำไรขั้นต้นเติบโตจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและราคาขายที่สูงขึ้น ส่วนธุรกิจไบโอดีเซล (B100) มีกำไรขั้นต้นลดลงจากราคาขายที่อ่อนตัวลง **กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ:** มีรายได้ 7,146 ล้านบาท (+37% QoQ, -8% YoY) และ EBITDA 4,873 ล้านบาท (+32% QoQ, -20% YoY) ปริมาณการจำหน่ายของ OKEA เพิ่มขึ้น 17% QoQ และ 55% YoY จากแหล่งผลิต Brage และ Nova รวมถึงการรับรู้ผลการดำเนินงานจากแหล่งผลิตใหม่ ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น 27% QoQ แต่ลดลง 17% YoY ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบางจากมีสินทรัพย์รวม 328,857 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเข้าซื้อกิจการเอสโซ่ (ประเทศไทย) ทำให้ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หนี้สินรวมอยู่ที่ 222,470 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 106,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากกำไรสะสมจากการดำเนินงาน กลุ่มบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 31,798 ล้านบาท ลดลง 31% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการใช้เงินสดในการเข้าซื้อกิจการเอสโซ่ฯ อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD to Equity) อยู่ที่ 0.79 เท่า ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินที่ยังคงต่อเนื่อง ในส่วนของกระแสเงินสด กิจกรรมดำเนินงานสร้างเงินสดสุทธิได้ 32,165 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนหน้า ขณะที่กิจกรรมการลงทุนมีการใช้เงินสดสุทธิสูงถึง 53,116 ล้านบาท เนื่องจากการเข้าซื้อกิจการเอสโซ่ฯ ## สรุปท้าย ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ของ BCP สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากสภาวะตลาดน้ำมันที่เอื้ออำนวย ส่งผลให้ธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันทำกำไรได้โดดเด่น ควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและการรับรู้รายได้เต็มที่จากธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด การเข้าซื้อกิจการเอสโซ่ (ประเทศไทย) ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะสร้าง Synergy และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และภาวะเศรษฐกิจโลก แต่การกระจายการลงทุนในธุรกิจที่หลากหลายและการให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างโอกาสการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCP ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
124,188.65 ล้านบาท
↓ 13.3% YoY
กำไรขั้นต้น
8,036.69 ล้านบาท
↑ 28.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.47 %
กำไรสุทธิ
2,216.61 ล้านบาท
↑ 13271.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.78 %
D/E Ratio
2.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
124,189
↓ -13.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,037
↑ + 28.7% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,217
↑ + 13271.6% YoY
D/E Ratio
2.55

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
124,188.65
-13.34%
143,297.53
+4.00%
137,783.39
+61.80%
85,155.76
+27.20%
66,946.87
+98.85%
33,666.30
-33.31%
กำไรขั้นต้น
8,036.69
+28.70%
6,244.48
-18.75%
7,685.69
+17.86%
6,521.30
-29.79%
9,288.65
+10.13%
8,434.09
+179.60%
ค่าใช้จ่ายรวม
4,043.75
+0.41%
4,027.14
-5.52%
4,262.30
+27.18%
3,351.29
+38.14%
2,425.92
+11.27%
2,180.20
-3.78%
กำไรสุทธิ
2,216.61
+13,271.59%
16.58
+101.70%
-976.81
-306.71%
472.56
-73.08%
1,755.65
+598.26%
251.43
-59.43%
กำไรต่อหุ้น
1.61
+13,316.67%
0.01
+101.69%
-0.71
-306.71%
0.34
-73.10%
1.28
+596.72%
0.18
-59.33%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
6.47
+48.39%
4.36
-21.86%
5.58
-27.15%
7.66
-44.77%
13.87
-44.63%
25.05
+318.90%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
3.26
+16.01%
2.81
-9.06%
3.09
-21.57%
3.94
+8.84%
3.62
-44.14%
6.48
+44.32%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
1.78
+17,700.00%
0.01
+101.41%
-0.71
-229.09%
0.55
-79.01%
2.62
+249.33%
0.75
-39.02%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
658.51
+101.97%
326.04
-94.70%
6,148.43
+170.49%
2,273.11
+3,056.70%
-76.88
-112.85%
598.43
+277.73%
ROE(%)
4.55
+37.46%
3.31
-83.14%
19.63
-9.33%
21.65
+41.78%
15.27
+207.38%
-14.22
-898.88%
ROA(%)
3.55
-58.14%
8.48
-3.64%
8.80
-38.89%
14.40
+51.42%
9.51
+343.85%
-3.90
-152.42%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.55
-4.14%
2.66
+10.83%
2.40
+25.65%
1.91
+0.53%
1.90
+23.38%
1.54
-45.96%
P/E
56.33
+35.31%
41.63
+920.34%
4.08
+32.04%
3.09
-44.82%
5.60
0.00
P/BV
0.66
-22.35%
0.85
+6.25%
0.80
+17.65%
0.68
+3.03%
0.66
+10.00%
0.60
-34.07%
BV
39.45
-7.05%
42.44
-22.26%
54.59
+17.90%
46.30
+20.64%
38.38
+11.25%
34.50
+13.75%
YIELD(%)
3.78
-32.01%
5.56
+8.59%
5.12
-19.37%
6.35
+301.90%
1.58
-59.69%
3.92
-19.51%
ราคาหุ้น
26.00
-27.78%
36.00
-17.24%
43.50
+38.10%
31.50
+24.75%
25.25
+22.57%
20.60
-26.43%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.55
ROE (%)
4.55
ROA (%)
3.55
Book Value/หุ้น
56.97

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
94,911.46
-9.81%
105,231.20
-13.66%
121,880.87
+9.46%
111,349.16
+60.51%
69,372.17
+46.68%
47,295.60
+25.72%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
203,893.94
-3.51%
211,310.56
-3.31%
218,547.94
+66.84%
130,995.19
-1.07%
132,413.14
+31.07%
101,026.99
+12.04%
รวมสินทรัพย์
298,805.40
-5.60%
316,541.76
-7.02%
340,428.81
+40.47%
242,344.35
+20.10%
201,785.31
+36.04%
148,322.59
+16.07%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
73,015.70
-9.62%
81,177.12
-7.63%
87,879.16
+83.65%
47,852.15
+40.31%
34,105.37
+33.74%
25,502.15
-5.84%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
141,648.38
-5.12%
148,890.91
-2.38%
152,517.84
+37.26%
111,114.12
+13.24%
98,120.61
+52.12%
64,504.02
+53.98%
รวมหนี้สิน
214,664.08
-6.70%
230,068.03
-4.30%
240,397.01
+51.23%
158,966.27
+20.22%
132,225.98
+46.91%
90,006.17
+30.49%
รวมส่วนของเจ้าของ
84,141.32
-2.70%
86,473.73
-13.55%
100,031.81
+19.97%
83,378.08
+19.87%
69,559.32
+19.28%
58,316.43
-0.85%
D/E
2.55
2.66
2.40
1.91
1.90
1.54
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
4.55
3.31
19.63
21.65
15.27
-14.22
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
3.55
8.48
8.80
14.40
9.51
-3.90
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.30
1.30
1.39
2.33
2.03
1.85
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.82
0.77
0.80
1.45
1.41
1.10
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
22.58
20.56
0.00
0.00
19.80
23.37
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
28.18
29.02
0.00
0.00
35.99
44.20
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
23.11
24.62
0.00
0.00
29.00
35.53
วงจรเงินสด
27.65
24.96
0.00
0.00
26.79
32.04
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-15,515
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,655
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-15,515.15
+39.36%
-11,132.93
-59.42%
-27,434.06
-590.82%
5,589.45
-21.87%
7,153.73
+271.76%
1,924.27
+2.29%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
8,655.32
+116.01%
4,006.88
-22.32%
5,157.95
-135.26%
-14,629.98
-315.26%
6,796.28
-206.98%
-6,353.06
-56.35%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
3,918.76
-144.26%
-8,853.08
-160.14%
14,721.23
+165.88%
5,536.71
-35.91%
8,639.59
-40.69%
14,566.69
+292.40%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
732.77
-109.22%
-7,948.59
+224.92%
-2,446.35
-46.14%
-4,542.37
-120.32%
22,349.75
+135.86%
9,475.81
+1,115.77%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
28,626.22
-22.11%
36,753.61
-19.98%
45,932.07
+43.44%
32,021.77
+47.90%
21,651.08
+197.58%
7,275.81
-37.01%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
28,555.33
-0.25%
28,626.22
-22.11%
36,753.61
-19.98%
45,932.07
+43.44%
32,021.77
+47.90%
21,651.08
+197.58%