บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
48.25
+1.25 (+2.66%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=30946 out_tok=4097 at=2026-07-25T07:21:54 -->
BCP กำไรสุทธิ Q3/2566 พุ่งกว่า 11,000 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจน้ำมัน-ทรัพยากรธรรมชาติ
**รายได้และกำไรโตโดดเด่นจากราคาน้ำมันดิบและส่วนต่างการกลั่นที่สูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและไฟฟ้าพลังงานสะอาดก็มีผลประกอบการดีขึ้นเช่นกัน**
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ทำกำไรสุทธิสูงถึง 11,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวม 94,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% QoQ และ 26% YoY ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการคือธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลด้านอุปทานตึงตัว ประกอบกับค่าการกลั่นที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติก็มีปริมาณการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น และธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาดก็รับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน**
หัวใจสำคัญที่ผลักดันผลประกอบการของ BCP ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน** ซึ่งสะท้อนผ่านค่าการกลั่นที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ **การเติบโตของธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ** ที่มีปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน:**
* **ค่าการกลั่นพื้นฐาน (Operating GRM) พุ่งสูง:** อยู่ที่ 14.67 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นถึง 9.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล QoQ ปัจจัยหลักมาจาก Crack Spread ของกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่ปรับตัวดีขึ้นตามภาวะตลาดโลก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอุปทานน้ำมันดิบตึงตัวจากมาตรการลดการผลิตของซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย ประกอบกับปริมาณสำรองผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นขั้นกลางในภูมิภาคอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับประโยชน์จาก Inventory Gain (รวมกลับรายการ/ขาดทุนจากการปรับ NRV) ที่ 3.29 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับสูงขึ้น
* **Inventory Gain:** การรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจำนวน 3,598 ล้านบาท เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรในไตรมาสนี้
2. **ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ:**
* **ปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้น:** ปริมาณการจำหน่ายของ OKEA เพิ่มขึ้น 17% QoQ และ 55% YoY โดยเฉพาะจากแหล่งผลิต Brage และ Nova ที่กลับมาดำเนินการผลิต รวมถึงการรับรู้ผลการดำเนินงานจากแหล่งผลิตที่โอนกิจการมาจาก Wintershall Dea ตั้งแต่ปลายปี 2565
* **ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น:** ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquid Price) ปรับเพิ่มขึ้น 27% QoQ ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นจากความกังวลด้านอุปทานตึงตัว
3. **ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด:**
* **รับรู้รายได้เต็มไตรมาส:** โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว สามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้เต็มไตรมาส
* **ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ:** รับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา 4 โครงการ รวมถึงช่วง High Season ของความต้องการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐฯ
4. **รายการพิเศษ:** การรับรู้กำไรพิเศษจากการต่อรองราคาซื้อกิจการเอสโซ่ (ประเทศไทย) จำนวน 7,389 ล้านบาท เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้สูงเป็นประวัติการณ์
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก:**
* **ธุรกิจโรงกลั่น:** ค่าการกลั่นมีแนวโน้มทรงตัวในไตรมาส 4/2566 โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล แต่ยังคงมีปัจจัยกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและอุปสงค์ในจีนที่ฟื้นตัวต่ำกว่าคาดการณ์ ส่วน Inventory Gain อาจไม่ต่อเนื่องเท่าไตรมาสนี้ หากราคาน้ำมันดิบไม่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ:** คาดว่าปริมาณการจำหน่ายจะยังคงดีต่อเนื่องจากการรับรู้ผลการดำเนินงานของแหล่งผลิตใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มผันผวนตามราคาตลาดโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก
* **ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด:** การรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และ สปป.ลาว จะเป็นปัจจัยหนุนต่อเนื่อง แต่ผลประกอบการโดยรวมอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาลและสภาพอากาศ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** 11,011 ล้านบาท (+>100% QoQ, +>100% YoY)
* **รายได้รวม 94,528 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 39% QoQ และ 26% YoY
* **EBITDA 13,813 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น >100% QoQ และ 20% YoY
* **ธุรกิจโรงกลั่น:** ค่าการกลั่นพื้นฐาน (Operating GRM) สูงถึง 14.67 USD/BBL (+9.99 QoQ) และรับรู้ Inventory Gain 3,598 ล้านบาท
* **ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ:** ปริมาณการจำหน่าย OKEA เพิ่มขึ้น 17% QoQ และ 55% YoY
* **ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด:** รับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ สปป.ลาว และส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ
* **การเข้าซื้อกิจการเอสโซ่ (ประเทศไทย):** รับรู้ผลประกอบการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 66 และบันทึกกำไรพิเศษจากการต่อรองราคาซื้อ 7,389 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2566:** บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP) โชว์ผลประกอบการที่โดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 94,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 12,351 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% QoQ และ 33% YoY ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พุ่งสูงถึง 11,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% ทั้ง QoQ และ YoY คิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 7.91 บาท
**งวด 9 เดือน ปี 2566:** รายได้รวมอยู่ที่ 242,931 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ปรับเพิ่มขึ้น 17% YoY อยู่ที่ 14,210 ล้านบาท คิดเป็น EPS ที่ 10.09 บาท แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะลดลง 34% YoY เนื่องจากค่าการกลั่นพื้นฐานที่ลดลงในช่วงครึ่งปีแรก แต่การเติบโตของธุรกิจอื่นๆ และการรับรู้กำไรพิเศษจากการเข้าซื้อกิจการเอสโซ่ฯ ช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวม
## โอกาส
* **Synergy จากการรวมกิจการเอสโซ่ (ประเทศไทย):** การผสานโรงกลั่นบางจากและศรีราชา รวมถึงเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันกว่า 2,200 แห่ง จะสร้างโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และขยายฐานลูกค้า
* **การเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาด:** การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ และการขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูง (เช่น CDMO) เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยง
* **การขยายธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ:** การลงทุนในแหล่งปิโตรเลียม Statfjord ในทะเลนอร์เวย์ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจนี้
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ:** การนำเสนอผลิตภัณฑ์น้ำมันคุณภาพสูง (Hi Premium 97, Hi Premium Diesel) และการพัฒนาธุรกิจ Retail Experience รวมถึงการขยายตลาดน้ำมันหล่อลื่นไปยังต่างประเทศ เป็นโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ราคาน้ำมันดิบ ราคาก๊าซธรรมชาติ และราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม มีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และกำไรของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และทรัพยากรธรรมชาติ
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม รวมถึงการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม
* **ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์:** ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบโลกและราคาน้ำมัน
* **กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน โดยเฉพาะในธุรกิจโรงกลั่นและพลังงาน
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสถานีบริการน้ำมัน อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและค่าการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานหลังการรวมกิจการเอสโซ่ (ประเทศไทย):** การสร้าง Synergy ระหว่างโรงกลั่นบางจากและศรีราชา รวมถึงการบริหารจัดการเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน
* **แนวโน้มค่าการกลั่นและราคาน้ำมันดิบ:** ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน
* **ปริมาณการผลิตและราคาขายของธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ:** โดยเฉพาะจากแหล่งผลิตใหม่ๆ และผลกระทบจากราคาพลังงานโลก
* **ความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด:** โดยเฉพาะโครงการในสหรัฐอเมริกา และการบริหารจัดการต้นทุน
* **การดำเนินงานของธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ:** การขยายตลาดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน:**
ในไตรมาส 3/2566 กลุ่มธุรกิจนี้มีรายได้ 69,274 ล้านบาท (+19% QoQ, +11% YoY) และ EBITDA 6,306 ล้านบาท (+>100% QoQ, +53% YoY) ปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือค่าการกลั่นพื้นฐานที่สูงถึง 14.67 USD/BBL ซึ่งสูงกว่าค่าการกลั่นในตลาดสิงคโปร์ที่ 9.60 USD/BBL อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึง Inventory Gain ที่ 3.29 USD/BBL อย่างไรก็ตาม อัตราการผลิตเฉลี่ยลดลงเล็กน้อยจาก 118.6 KBD เป็น 116.4 KBD เนื่องจากมีการปิดปรับปรุงหน่วยการผลิตบางส่วนเพื่อโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 5 ที่โรงกลั่นพระโขนง
**กลุ่มธุรกิจการตลาด:**
มีรายได้ 46,718 ล้านบาท (+3% QoQ, +5% YoY) และ EBITDA 1,312 ล้านบาท (+>100% QoQ, +>100% YoY) ปริมาณการจำหน่ายรวม 1,571 ล้านลิตร ทรงตัว QoQ แต่เพิ่มขึ้น 13% YoY โดยเฉพาะน้ำมันเครื่องบินที่เติบโตสูงถึง 154% YoY จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ค่าการตลาดสุทธิเพิ่มขึ้น 69% QoQ เป็น 1.29 บาท/ลิตร แต่ลดลง 26% YoY เป็น 0.84 บาท/ลิตร การเข้าซื้อกิจการเอสโซ่ฯ ทำให้กลุ่มบางจากมีสถานีบริการรวมกว่า 2,203 แห่ง
**กลุ่มธุรกิจเอสโซ่ (ประเทศไทย):**
เริ่มรับรู้ผลประกอบการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 66 โดยมีรายได้ 16,781 ล้านบาท และ EBITDA 1,281 ล้านบาท ในช่วงที่รับรู้ผลประกอบการ โรงกลั่นศรีราชามีการหยุดดำเนินการผลิตเพื่อซ่อมบำรุง 25 วัน ส่งผลให้อัตรากำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 48.2 KBD
**กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด:**
มีรายได้ 1,603 ล้านบาท (+52% QoQ, +4% YoY) และ EBITDA 1,330 ล้านบาท (+35% QoQ, +10% YoY) ปัจจัยบวกมาจากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ 4 โครงการ ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยมีรายได้ลดลงจากการสิ้นสุด Adder
**กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ:**
มีรายได้ 3,526 ล้านบาท (+16% QoQ, +20% YoY) และ EBITDA 169 ล้านบาท (+22% QoQ, +>100% YoY) ธุรกิจเอทานอลมีกำไรขั้นต้นเติบโตจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและราคาขายที่สูงขึ้น ส่วนธุรกิจไบโอดีเซล (B100) มีกำไรขั้นต้นลดลงจากราคาขายที่อ่อนตัวลง
**กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ:**
มีรายได้ 7,146 ล้านบาท (+37% QoQ, -8% YoY) และ EBITDA 4,873 ล้านบาท (+32% QoQ, -20% YoY) ปริมาณการจำหน่ายของ OKEA เพิ่มขึ้น 17% QoQ และ 55% YoY จากแหล่งผลิต Brage และ Nova รวมถึงการรับรู้ผลการดำเนินงานจากแหล่งผลิตใหม่ ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น 27% QoQ แต่ลดลง 17% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบางจากมีสินทรัพย์รวม 328,857 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเข้าซื้อกิจการเอสโซ่ (ประเทศไทย) ทำให้ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หนี้สินรวมอยู่ที่ 222,470 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 106,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากกำไรสะสมจากการดำเนินงาน
กลุ่มบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 31,798 ล้านบาท ลดลง 31% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการใช้เงินสดในการเข้าซื้อกิจการเอสโซ่ฯ อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD to Equity) อยู่ที่ 0.79 เท่า ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินที่ยังคงต่อเนื่อง
ในส่วนของกระแสเงินสด กิจกรรมดำเนินงานสร้างเงินสดสุทธิได้ 32,165 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนหน้า ขณะที่กิจกรรมการลงทุนมีการใช้เงินสดสุทธิสูงถึง 53,116 ล้านบาท เนื่องจากการเข้าซื้อกิจการเอสโซ่ฯ
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ของ BCP สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากสภาวะตลาดน้ำมันที่เอื้ออำนวย ส่งผลให้ธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันทำกำไรได้โดดเด่น ควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและการรับรู้รายได้เต็มที่จากธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด การเข้าซื้อกิจการเอสโซ่ (ประเทศไทย) ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะสร้าง Synergy และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และภาวะเศรษฐกิจโลก แต่การกระจายการลงทุนในธุรกิจที่หลากหลายและการให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างโอกาสการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCP ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
124,188.65
ล้านบาท
↓ 13.3% YoY
กำไรขั้นต้น
8,036.69
ล้านบาท
↑ 28.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.47
%
กำไรสุทธิ
2,216.61
ล้านบาท
↑ 13271.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.78
%
D/E Ratio
2.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
124,189
↓ -13.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,037
↑ + 28.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,217
↑ + 13271.6%
YoY
D/E Ratio
2.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.55
ROE (%)
4.55
ROA (%)
3.55
Book Value/หุ้น
56.97
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-15,515
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,655
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-15,515.15
+39.36%
|
-11,132.93
-59.42%
|
-27,434.06
-590.82%
|
5,589.45
-21.87%
|
7,153.73
+271.76%
|
1,924.27
+2.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,655.32
+116.01%
|
4,006.88
-22.32%
|
5,157.95
-135.26%
|
-14,629.98
-315.26%
|
6,796.28
-206.98%
|
-6,353.06
-56.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
3,918.76
-144.26%
|
-8,853.08
-160.14%
|
14,721.23
+165.88%
|
5,536.71
-35.91%
|
8,639.59
-40.69%
|
14,566.69
+292.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
732.77
-109.22%
|
-7,948.59
+224.92%
|
-2,446.35
-46.14%
|
-4,542.37
-120.32%
|
22,349.75
+135.86%
|
9,475.81
+1,115.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
28,626.22
-22.11%
|
36,753.61
-19.98%
|
45,932.07
+43.44%
|
32,021.77
+47.90%
|
21,651.08
+197.58%
|
7,275.81
-37.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28,555.33
-0.25%
|
28,626.22
-22.11%
|
36,753.61
-19.98%
|
45,932.07
+43.44%
|
32,021.77
+47.90%
|
21,651.08
+197.58%
|