บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
48.25
+1.25 (+2.66%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5395 out_tok=2810 at=2026-07-25T11:31:29 -->
# BCP Q3/2564 กำไรสุทธิโต 3% รับผลบวกรายการพิเศษ-การฟื้นตัวเศรษฐกิจ
## รายได้-กำไรปรับตามปัจจัยหนุนจากธุรกิจโรงกลั่น-พลังงานไฟฟ้า ขณะที่ธุรกิจการตลาดเผชิญแรงกดดันจากโควิด-19
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการขายและบริการ 47,649 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 1,820 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยผลประกอบการได้รับปัจจัยหนุนจากรายการพิเศษและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจบางส่วน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ BCP ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การรับรู้กำไรจากการปรับปรุงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในบริษัท อุบลไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) (UBE) จำนวน 616 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติ นอกจากนี้ EBITDA ที่ปรับเพิ่มขึ้น 76% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ยังได้รับผลบวกจากการเปลี่ยนวิธีการบันทึกเงินลงทุนในบริษัท บีซีพี โฮลดิ้งส์ จำกัด (บริษัทย่อย) ทำให้รับรู้ EBITDA ของบริษัทย่อยเข้ามาในงบการเงินรวมประมาณ 3,000 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การปรับปรุงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน UBE เกิดขึ้นเนื่องจาก UBE ได้เสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ทำให้มูลค่าเงินลงทุนของ BCP ใน UBE ถูกประเมินใหม่ตามมูลค่ายุติธรรม ส่วนการรับรู้ EBITDA ของบริษัทย่อย BCP Holdings เกิดจากการที่ BCP ได้เปลี่ยนวิธีการบันทึกเงินลงทุนในบริษัทย่อยดังกล่าว จากเดิมที่อาจจะบันทึกด้วยวิธีส่วนได้เสีย หรือวิธีอื่น มาเป็นการบันทึกเต็มรูปแบบ ทำให้ EBITDA ของบริษัทย่อยถูกรวมเข้ามาในงบการเงินรวมของกลุ่ม BCP
อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานโดยรวมยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน ที่ค่าการกลั่นพื้นฐานปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากอ้างอิงกับน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับกลุ่มธุรกิจการตลาดมีค่าการตลาดรวมสุทธิและปริมาณการจำหน่ายที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสามที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันปรับลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** กำไรจากการปรับปรุงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน UBE เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการ IPO ของ UBE จึงไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป ส่วนการรับรู้ EBITDA จากบริษัทย่อย BCP Holdings นั้น จะขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยนั้นๆ และวิธีการบันทึกบัญชีที่ใช้ ซึ่งอาจจะต่อเนื่องหากบริษัทย่อยมีผลประกอบการที่ดีและวิธีการบันทึกยังคงเดิม แต่ปัจจัยกดดันจากค่าการกลั่นที่ลดลงและปริมาณการจำหน่ายน้ำมันที่ลดลงจากสถานการณ์โควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 1,820 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564
* **รายได้จากการขายและบริการ 47,649 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564
* **EBITDA 7,531 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 76% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 โดยมีผลจากการเปลี่ยนวิธีการบันทึกเงินลงทุนในบริษัทย่อย BCP Holdings และรายการพิเศษ
* **กำไรจากการปรับปรุงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน UBE 616 ล้านบาท:** เป็นรายการพิเศษที่ส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
* **ค่าการกลั่นพื้นฐานปรับลดลง:** ได้รับผลกระทบจากการอ้างอิงกับน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับเพิ่มขึ้น
* **ค่าการตลาดรวมสุทธิและปริมาณการจำหน่ายลดลง:** จากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกสาม
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 47,649 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมี EBITDA อยู่ที่ 7,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 76% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเปลี่ยนวิธีการบันทึกเงินลงทุนในบริษัทย่อย BCP Holdings ทำให้รับรู้ EBITDA ของบริษัทย่อยเข้ามาในงบการเงินรวมประมาณ 3,000 ล้านบาท และมีกำไรจากการปรับปรุงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในบริษัท อุบลไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) (UBE) จำนวน 616 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานได้รับผลกระทบจากกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันที่มีค่าการกลั่นพื้นฐานปรับลดลง และกลุ่มธุรกิจการตลาดที่มีค่าการตลาดรวมสุทธิและปริมาณการจำหน่ายที่ปรับลดลง อันเป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสาม ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เท่ากับ 1,820 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** แม้จะเผชิญความท้าทายจากโควิด-19 แต่การเร่งฉีดวัคซีนทั่วโลกและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดในบางพื้นที่ เป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมัน
* **การปรับเพิ่มกำลังการกลั่นและสัดส่วนการผลิต:** โรงกลั่นได้ปรับเพิ่มกำลังการกลั่นและเพิ่มสัดส่วนการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value Products) อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยหนุนค่าการกลั่น
* **ธุรกิจพลังงานไฟฟ้า:** กลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้ามีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น จากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว และพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย
* **การบริหารจัดการเงินทุน:** การออกและเสนอขายหุ้นกู้จำนวน 7,000 ล้านบาทในเดือนพฤศจิกายน 2564 ช่วยเสริมสภาพคล่องและความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่ โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลต้า ส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 ที่มีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดขึ้น
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปในตลาดโลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าการกลั่นและค่าการตลาด
* **ค่าการกลั่นพื้นฐานที่ปรับลดลง:** ค่าการกลั่นพื้นฐานปรับลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากอ้างอิงกับน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับเพิ่มขึ้น
* **ค่าการตลาดรวมสุทธิและปริมาณการจำหน่ายที่ลดลง:** กลุ่มธุรกิจการตลาดเผชิญแรงกดดันจากค่าการตลาดที่อยู่ในระดับต่ำ และปริมาณการจำหน่ายที่ลดลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในไตรมาส 4 และปีหน้า
* ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ต่อปริมาณการจำหน่ายน้ำมันและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* ความคืบหน้าของโครงการลงทุนต่างๆ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ชีวภาพ
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น
* แนวโน้มราคาพลังงานหมุนเวียนและนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ
* ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อย BCP Holdings และการรับรู้ EBITDA
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ธุรกิจโรงกลั่น:** ค่าการกลั่นพื้นฐานทรงตัวในทิศทางที่ปรับตัวดีขึ้น (อ้างอิงจากงวด 9 เดือน) แต่ในไตรมาส 3 ค่าการกลั่นพื้นฐานปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยอ้างอิงกับน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับเพิ่มขึ้น โรงกลั่นได้ปรับเพิ่มกำลังการกลั่นและเพิ่มสัดส่วนการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value Products) อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยหนุนค่าการกลั่น
* **ธุรกิจการตลาด:** ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสามที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันปรับลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 ค่าการตลาดรวมสุทธิยังอยู่ในระดับต่ำ จากการที่บริษัทฯ ไม่สามารถปรับราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการให้เหมาะสมกับต้นทุนน้ำมันสำเร็จรูปและราคาผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซลที่ปรับเพิ่มขึ้นตามภาวะตลาด
* **ธุรกิจพลังงานไฟฟ้า:** มีผลการดำเนินงานดีขึ้นจากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้น โดยหลักมาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว และธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศไทย
* **ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ:** ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันปรับลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 196,596 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48,273 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 มีหนี้สินรวม 129,775 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39,769 ล้านบาท และส่วนของถือหุ้นรวม 66,821 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,504 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทใหญ่ 52,105 ล้านบาท และมีมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (ไม่รวมหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน) 31.06 บาท บริษัทฯ ได้ทำการออกและเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 7,000 ล้านบาทในเดือนพฤศจิกายน 2564 เพื่อเสริมสภาพคล่องและรองรับการดำเนินธุรกิจและการลงทุน
## สรุปท้าย
BCP ในไตรมาส 3 ปี 2564 สามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้เล็กน้อย โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายการพิเศษจากการปรับปรุงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน UBE และการรับรู้ EBITDA จากบริษัทย่อย BCP Holdings อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงกลั่นและธุรกิจการตลาดเผชิญแรงกดดันจากค่าการกลั่นที่ลดลงและปริมาณการจำหน่ายที่หดตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะที่ธุรกิจพลังงานไฟฟ้ายังคงเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ การบริหารจัดการเงินทุนที่แข็งแกร่งและการปรับตัวของธุรกิจจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
124,188.65
ล้านบาท
↓ 13.3% YoY
กำไรขั้นต้น
8,036.69
ล้านบาท
↑ 28.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.47
%
กำไรสุทธิ
2,216.61
ล้านบาท
↑ 13271.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.78
%
D/E Ratio
2.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
124,189
↓ -13.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,037
↑ + 28.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,217
↑ + 13271.6%
YoY
D/E Ratio
2.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.55
ROE (%)
4.55
ROA (%)
3.55
Book Value/หุ้น
56.97
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-15,515
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,655
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-15,515.15
+39.36%
|
-11,132.93
-59.42%
|
-27,434.06
-590.82%
|
5,589.45
-21.87%
|
7,153.73
+271.76%
|
1,924.27
+2.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,655.32
+116.01%
|
4,006.88
-22.32%
|
5,157.95
-135.26%
|
-14,629.98
-315.26%
|
6,796.28
-206.98%
|
-6,353.06
-56.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
3,918.76
-144.26%
|
-8,853.08
-160.14%
|
14,721.23
+165.88%
|
5,536.71
-35.91%
|
8,639.59
-40.69%
|
14,566.69
+292.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
732.77
-109.22%
|
-7,948.59
+224.92%
|
-2,446.35
-46.14%
|
-4,542.37
-120.32%
|
22,349.75
+135.86%
|
9,475.81
+1,115.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
28,626.22
-22.11%
|
36,753.61
-19.98%
|
45,932.07
+43.44%
|
32,021.77
+47.90%
|
21,651.08
+197.58%
|
7,275.81
-37.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28,555.33
-0.25%
|
28,626.22
-22.11%
|
36,753.61
-19.98%
|
45,932.07
+43.44%
|
32,021.77
+47.90%
|
21,651.08
+197.58%
|