บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
48.25
+1.25 (+2.66%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=49684 out_tok=3457 at=2026-08-11T22:30:36 -->
BCP กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 99% รับอานิสงส์ราคาน้ำมันโลกสูง-SAF หนุน
**รายได้-กำไรโตแรง YoY รับผลบวกจากราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น และการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจ SAF ขณะที่ต้นทุนการกลั่นยังเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาครัฐ**
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายและให้บริการ 183,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 12,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 99% YoY โดยปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในรอบนี้ มาจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงกลั่นที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการเริ่มรับรู้รายได้และ EBITDA จากหน่วยผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่เข้ามาเสริมศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจกำไร Q2/2569 ของ BCP อยู่ที่การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงกลั่น ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่นที่สูงขึ้น:** สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบตึงตัว และผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 95.87 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 8.00 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล QoQ และ 28.91 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล YoY ขณะที่ค่าการกลั่นพื้นฐานของกลุ่มบริษัทบางจากอยู่ที่ 18.41 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงภาวะอุปทานที่ตึงตัวและการปรับลดกำลังการผลิตของโรงกลั่นในเอเชีย ประกอบกับการรับรู้ Inventory Gain (รวม NRV) ที่ 4.57 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ช่วยหนุนผลประกอบการของธุรกิจโรงกลั่นให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
2. **การเริ่มรับรู้รายได้จาก SAF:** หน่วยผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ได้เริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์และส่งมอบผลิตภัณฑ์เป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2569 โดยเดินเครื่องที่กำลังการผลิตเฉลี่ย 6.8 KBD และมีปริมาณการจำหน่าย 39 ล้านลิตร ซึ่งได้รับประโยชน์จากส่วนต่างราคา SAF-UCO Spread ที่อยู่ในระดับสูงจากอุปทานพลังงานที่ตึงตัวในตลาดโลก ทำให้บริษัทฯ เริ่มรับรู้ EBITDA จากธุรกิจ SAF เข้ามาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยขับเคลื่อนผลการดำเนินงาน
3. **การกลับรายการผลขาดทุนจาก Oil Hedging:** การกลับรายการของผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรม (Mark-to-Market) ในไตรมาสก่อน ส่งผลให้มีรายการกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Gain) จำนวน 4,415 ล้านบาท ช่วยลดผลขาดทุนจากสัญญาซื้อขายส่วนต่างน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันล่วงหน้า (Oil Hedging) ลงอย่างมีนัยสำคัญ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบที่คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงจากการตึงตัวของอุปทานโลก และการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของ SAF ที่จะเข้ามาเสริมรายได้และ EBITDA อย่างต่อเนื่อง จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อผลประกอบการของ BCP ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาผลกระทบจากมาตรการภาครัฐที่อาจส่งผลต่อการบริหารจัดการกำลังการผลิตของโรงกลั่น และความผันผวนของราคา commodity ที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2569 เติบโต 46% YoY แตะ 183,553 ล้านบาท** จากราคาพลังงานที่สูงขึ้นและการดำเนินงานที่ฟื้นตัว
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่พุ่ง 99% YoY สู่ 12,239 ล้านบาท** หรือ 8.34 บาทต่อหุ้น
* **ธุรกิจโรงกลั่นฟื้นตัวโดดเด่น** รับอานิสงส์ค่าการกลั่นที่สูงขึ้นและ Inventory Gain
* **ธุรกิจ SAF เริ่มสร้างรายได้** รับรู้ EBITDA หลังเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในเดือน พ.ค. 69
* **ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติรับผลบวกจากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซฯ ที่สูงขึ้น** แม้ปริมาณการผลิตจะลดลงเล็กน้อย
* **ธุรกิจการค้าน้ำมันขยายตัว** จากปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นและการขนส่งทางเรือ
## ภาพรวมผลประกอบการ
**สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569** บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP รายงานรายได้จากการขายและให้บริการรวม 183,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% YoY และ 29% QoQ โดยมี Accounting EBITDA อยู่ที่ 25,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY และ 46% QoQ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 99% YoY เป็น 12,239 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 8.34 บาท
**สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2569** รายได้รวมอยู่ที่ 326,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% YoY และมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 18,383 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 12.51 บาท โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ SAF:** การเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของหน่วยผลิต SAF จะเป็นแหล่งรายได้และ EBITDA ใหม่ที่สำคัญในระยะยาว
* **ราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับสูง:** สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจโรงกลั่นและธุรกิจการค้าน้ำมัน
* **การขยายธุรกิจค้าปลีกในต่างประเทศ:** การเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ Chevron Hong Kong Limited (BHK) จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในตลาดเอเชียเหนือ
* **การ Synergy ระหว่างโรงกลั่น:** ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องและผลประโยชน์จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานระหว่างสองโรงกลั่นจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **มาตรการภาครัฐ:** ข้อจำกัดในการส่งออกน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานตามมาตรการภาครัฐ อาจส่งผลต่อการบริหารจัดการกำลังการผลิตของโรงกลั่น
* **ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์:** ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสถานการณ์การขนส่งทางทะเลยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
* **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** ต้นทุนพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบที่ยังอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในบางธุรกิจ เช่น พลังงานชีวภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่น:** ติดตามสถานการณ์อุปทานและอุปสงค์น้ำมันโลก รวมถึงผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจ SAF:** ประเมินการเติบโตของรายได้และ EBITDA จากธุรกิจ SAF อย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการกำลังการผลิตของโรงกลั่น:** จับตาผลกระทบจากมาตรการภาครัฐต่อการผลิตและการส่งออก
* **การขยายธุรกิจในต่างประเทศ:** ติดตามผลการดำเนินงานของ Bangchak Hong Kong Limited (BHK) หลังการเข้าซื้อกิจการ
* **แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจโรงกลั่น:**
* **กำลังการผลิตเฉลี่ย Q2/2569 อยู่ที่ 272.6 KBD** ลดลงเล็กน้อย YoY เนื่องจากข้อจำกัดในการส่งออกน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานตามมาตรการภาครัฐ ซึ่งส่งผลต่อการบริหารพื้นที่จัดเก็บน้ำมันและแผนการผลิต
* **ค่าการกลั่นพื้นฐานอยู่ที่ 18.41 US$/BBL** ลดลงเล็กน้อย QoQ จากผลกระทบการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นตามมาตรการภาครัฐ และต้นทุนน้ำมันดิบที่สูงขึ้น แต่ยังคงปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ YoY จาก Crack Spread ที่ปรับเพิ่มขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์
* **รับรู้ Inventory Gain (รวม NRV) ลดลง** ใน Q2/2569 อยู่ที่ 0.17 US$/BBL เทียบกับ Inventory Gain ใน Q1/2569 ที่ 9.39 US$/BBL และ Inventory Loss ใน Q2/2568 ที่ 4.75 US$/BBL
**ธุรกิจการตลาด:**
* **ปริมาณการจำหน่ายรวม Q2/2569 ลดลง 14% QoQ และ 6% YoY** สู่ 3,186 ล้านลิตร จากความต้องการใช้น้ำมันที่ชะลอตัว โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล และน้ำมันเครื่องบิน
* **ค่าการตลาดสุทธิฟื้นตัว** มาอยู่ที่ 1.26 บาท/ลิตร จากการสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาน้ำมัน และการทยอยปรับราคาขายปลีกให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดโลก
**ธุรกิจพลังงานชีวภาพ:**
* **ปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซล (B100) เพิ่มขึ้น 22% YoY** จากมาตรการภาครัฐที่กำหนดสัดส่วนผสม B7
* **เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก SAF** ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 จากการถือหุ้น 20% ในบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด (BSGF)
* **ธุรกิจเอทานอลมีรายได้และกำไรขั้นต้นปรับลดลง** จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและแผนการหยุดซ่อมบำรุงประจำปี
**ธุรกิจการค้าน้ำมัน:**
* **ปริมาณการซื้อขายน้ามันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันรวม Q2/2569 เพิ่มขึ้น 20% QoQ และ 30% YoY** สู่ 33.0 ล้านบาร์เรล จากการฟื้นตัวของธุรกรรมนอกกลุ่ม (Out-Out) และการซื้อขายภายในกลุ่ม (System) ที่ขยายตัว
* **รับรู้รายได้จากธุรกิจขนส่งทางเรือเพิ่มขึ้น** จากการขยายตัวของปริมาณธุรกรรมและค่าระวางเรือที่อยู่ในระดับสูง
**ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ:**
* **ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquid Price) ปรับเพิ่มขึ้น 40% QoQ และ 65% YoY** สู่ 104.2 US$/BBL ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
* **ปริมาณการผลิตปรับลดลง 23% QoQ** จากการซ่อมบำรุงตามแผนของแหล่งผลิตหลัก ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายลดลง 12% เนื่องจากมีการจำหน่ายมากกว่ากำลังการผลิตตามสัญญา (Overlift)
* **บันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์** จำนวน 550 ล้านบาท (หลังหักภาษี) โดยหลักจากแหล่ง Statfjord และ Draugen
**ธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน:**
* **ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้า Q2/2569 ลดลง 18% QoQ** จากปัจจัยฤดูกาลของโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป. ลาว แต่เพิ่มขึ้น 1% YoY
* **รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนลดลง** ตามปัจจัยฤดูกาล
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทบางจากมีสินทรัพย์รวม 374,755 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันและปริมาณการจำหน่ายที่สูงขึ้น ส่งผลให้สินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 272,149 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า เงินกู้ยืมระยะสั้น และหนี้สินตามสัญญาเช่า ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 102,606 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักจากกำไรสำหรับงวดจำนวน 20,369 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD to Equity) อยู่ที่ 1.05 เท่า
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ของ BCP สะท้อนการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้น และการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจ SAF ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ในระยะยาว แม้ธุรกิจโรงกลั่นจะเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาครัฐ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและส่วนต่างราคาที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับการ Synergy ระหว่างโรงกลั่น จะช่วยหนุนผลประกอบการให้แข็งแกร่งต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCP ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
124,188.65
ล้านบาท
↓ 13.3% YoY
กำไรขั้นต้น
8,036.69
ล้านบาท
↑ 28.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.47
%
กำไรสุทธิ
2,216.61
ล้านบาท
↑ 13271.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.78
%
D/E Ratio
2.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
124,189
↓ -13.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,037
↑ + 28.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,217
↑ + 13271.6%
YoY
D/E Ratio
2.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.55
ROE (%)
4.55
ROA (%)
3.55
Book Value/หุ้น
56.97
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-15,515
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,655
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-15,515.15
+39.36%
|
-11,132.93
-59.42%
|
-27,434.06
-590.82%
|
5,589.45
-21.87%
|
7,153.73
+271.76%
|
1,924.27
+2.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,655.32
+116.01%
|
4,006.88
-22.32%
|
5,157.95
-135.26%
|
-14,629.98
-315.26%
|
6,796.28
-206.98%
|
-6,353.06
-56.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
3,918.76
-144.26%
|
-8,853.08
-160.14%
|
14,721.23
+165.88%
|
5,536.71
-35.91%
|
8,639.59
-40.69%
|
14,566.69
+292.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
732.77
-109.22%
|
-7,948.59
+224.92%
|
-2,446.35
-46.14%
|
-4,542.37
-120.32%
|
22,349.75
+135.86%
|
9,475.81
+1,115.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
28,626.22
-22.11%
|
36,753.61
-19.98%
|
45,932.07
+43.44%
|
32,021.77
+47.90%
|
21,651.08
+197.58%
|
7,275.81
-37.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28,555.33
-0.25%
|
28,626.22
-22.11%
|
36,753.61
-19.98%
|
45,932.07
+43.44%
|
32,021.77
+47.90%
|
21,651.08
+197.58%
|