บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
48.25
+1.25 (+2.66%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=55312 out_tok=2898 at=2026-08-11T22:34:01 -->
BCP กำไรสุทธิ Q2/2568 พลิกขาดทุน เหตุ Inventory Loss กระทบหนัก
**ธุรกิจโรงกลั่นเผชิญ Inventory Loss สูง ขณะที่ธุรกิจอื่นยังคงรักษาการดำเนินงานได้**
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 พลิกขาดทุนสุทธิ 2,560 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,115 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของ Inventory Loss ในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) พบว่าอยู่ที่ 1,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจหลักของผลประกอบการที่เปลี่ยนแปลงไปในไตรมาส 2 ปี 2568 คือ การรับรู้ผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ (Inventory Loss) จำนวนมากในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวมของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?**
ราคาซื้อขายน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ปี 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความไม่แน่นอนทางการค้าจากนโยบาย Reciprocal Tariff ของสหรัฐฯ และความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทต้องรับรู้ Inventory Loss จำนวน 3,472 ล้านบาท (เทียบเท่า US$4.75/BBL) ในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน ซึ่งเป็นรายการที่กระทบต่อผลกำไรโดยตรง
นอกจากนี้ ผลขาดทุนจากสัญญาซื้อขายส่วนต่างน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันล่วงหน้า (Futures Contracts) ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่าตามมาตรฐานบัญชี ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลลบต่อผลประกอบการ โดยในไตรมาส 2 ปี 2568 มีผลขาดทุน 891 ล้านบาท (เทียบเท่า US$1.22/BBL) ซึ่งแตกต่างจากไตรมาสก่อนหน้าที่บริษัทรับรู้กำไรจากรายการดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นยังคงได้รับปัจจัยบวกจากค่าการกลั่นพื้นฐานที่ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ US$4.45/BBL (เพิ่มขึ้น US$1.82/BBL YoY) เนื่องจาก Crack Spread ของผลิตภัณฑ์กลุ่ม Middle Distillates เช่น น้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับต้นทุนน้ำมันดิบของกลุ่มบริษัทที่ปรับลดลงช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่?**
**ลักษณะครั้งคราว**
จากแนวโน้มที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบในไตรมาส 3 ปี 2568 จะปรับลดลง QoQ อยู่ที่ระดับ US$65-70/BBL เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการค้าและอุปทานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประกอบกับความต้องการน้ำมันดิบในตะวันออกกลางที่จะอ่อนตัวลงในช่วงใกล้สิ้นสุดฤดูร้อน ทำให้ตลาดน้ำมันมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิด Inventory Loss ได้อีก อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนได้
## Highlight สำคัญ
* **BCP พลิกขาดทุนสุทธิ 2,560 ล้านบาทใน Q2/2568** เทียบกับกำไร 2,115 ล้านบาทใน Q2/2567 สาเหตุหลักจาก Inventory Loss ในธุรกิจโรงกลั่น
* **กำไรจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) เติบโตกว่า 100% YoY** อยู่ที่ 1,247 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจหลัก
* **ธุรกิจโรงกลั่นเผชิญ Inventory Loss สูงถึง 3,472 ล้านบาท** จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **ค่าการกลั่นพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้น YoY** อยู่ที่ US$4.45/BBL หนุนโดย Crack Spread ผลิตภัณฑ์ Middle Distillates ที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจการตลาด EBITDA ลดลง 43% YoY** จากผลกระทบ Inventory Loss และการแข่งขันที่รุนแรง
* **ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด EBITDA ลดลง 3% YoY** จากการขายโครงการโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นและการสิ้นสุด Adder ในไทย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2568 บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 125,827 ล้านบาท ลดลง 20% YoY โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้ที่ลดลงในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น กลุ่มธุรกิจการตลาด และกลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
Accounting EBITDA อยู่ที่ 3,664 ล้านบาท ลดลง 66% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและกลุ่มธุรกิจการตลาดที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงส่งผลให้ Inventory Loss สูงขึ้น ประกอบกับกลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติมีปริมาณการผลิตและจำหน่ายลดลง
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 1,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจหลัก แม้จะเผชิญกับผลกระทบจากรายการพิเศษก็ตาม
## โอกาส
* **การลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด:** บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง เช่น การเข้าซื้อหุ้นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวัน และการร่วมมือพัฒนากลุ่มธุรกิจ Data Center ที่ใช้พลังงานสะอาด
* **การขยายธุรกิจการตลาด:** มีแผนขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นกว่า 100 สถานีทั่วประเทศ และมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์น้ำมันพรีเมี่ยมเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การร่วมมือในธุรกิจปิโตรเลียม:** การร่วมมือกับ Chevron ในการสำรวจปิโตรเลียมในอ่าวไทย (แปลง G2/65) เป็นโอกาสในการเพิ่มแหล่งรายได้ในอนาคต
* **การจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500:** การได้รับการจัดอันดับที่ 17 สะท้อนถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและการเติบโตที่มั่นคง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์พลังงานและการบริโภคโดยรวม
* **ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์:** อาจส่งผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมันและกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ทั้งในธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และผลิตภัณฑ์ชีวภาพ อาจส่งผลต่อส่วนต่างราคาและปริมาณการขาย
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม:** อาจส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและแผนการลงทุนในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและ Crack Spread:** จะส่งผลโดยตรงต่อผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น
* **การบริหารจัดการ Inventory:** ความสามารถในการลดผลกระทบจาก Inventory Loss ในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน
* **ความคืบหน้าของโครงการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด:** โดยเฉพาะโครงการในต่างประเทศ
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ (OKEA):** โดยเฉพาะการปรับประมาณการการผลิต
* **การดำเนินงานภายหลังการปรับโครงสร้าง BSRC:** การรวมธุรกิจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน:**
ผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2568 ได้รับผลกระทบอย่างหนักจาก Inventory Loss จำนวน 3,472 ล้านบาท (US$4.75/BBL) เนื่องจากราคาน้ำมันดิบปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ค่าการกลั่นพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้น YoY เป็น US$4.45/BBL จาก Crack Spread ของผลิตภัณฑ์ Middle Distillates ที่สูงขึ้น การผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 241.6 KBD ลดลง QoQ เนื่องจากโรงกลั่นศรีราชามีการชะลอการกลั่นเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ
**กลุ่มธุรกิจการตลาด:**
EBITDA ลดลง 43% YoY มาอยู่ที่ 1,181 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าการตลาดสุทธิที่ลดลง 23% YoY จากการรับรู้ Inventory Loss ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายรวมทรงตัว YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตเล็กน้อยของปริมาณการจำหน่ายผ่านสถานีบริการน้ำมัน
**กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด:**
EBITDA ลดลง 3% YoY อยู่ที่ 978 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นทั้งหมด และการสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว และโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทยเพิ่มขึ้น YoY
**กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ:**
EBITDA ลดลง 23% YoY อยู่ที่ 380 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณการจำหน่ายไบโอดีเซลที่ลดลง 28% YoY จากการปรับลดสัดส่วนการผสมตามนโยบายภาครัฐ และราคาขายเฉลี่ยเอทานอลที่อ่อนตัวลง
**กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ:**
EBITDA ลดลง 79% YoY อยู่ที่ 1,399 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้ Inventory Loss จำนวนมาก และค่าการกลั่นพื้นฐานที่ลดลง อย่างไรก็ตาม OKEA ได้ปรับประมาณการการผลิตปี 2568 เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 กลุ่มบริษัทบางจากมีสินทรัพย์รวม 310,702 ล้านบาท ลดลง 5,840 ล้านบาท จากสิ้นปี 2567 โดยหลักจากมูลค่าสินค้าคงเหลือที่ลดลง และเงินลงทุนในบริษัทร่วมในสกุลต่างประเทศที่ลดลงจากการแปลงค่า
หนี้สินรวมอยู่ที่ 228,247 ล้านบาท ลดลง 1,821 ล้านบาท โดยหลักจากหนี้สินอื่นที่ลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 82,455 ล้านบาท ลดลง 4,019 ล้านบาท จากสิ้นปี 2567 โดยมีสาเหตุหลักจากขาดทุนเบ็ดเสร็จสำหรับงวด
กลุ่มบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 30,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,589 ล้านบาท โดยหลักจากกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานมากกว่ากิจกรรมลงทุนและจัดหาเงิน
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.19 เท่า
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 ของ BCP ได้รับผลกระทบอย่างหนักจาก Inventory Loss จำนวนมากในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น ซึ่งทำให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากกำไรจากการดำเนินงานปกติ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักที่ยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่ยังคงมีศักยภาพในการขยายตัว แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากราคาโภคภัณฑ์และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาน้ำมันดิบและกลยุทธ์การบริหารจัดการสต็อกของบริษัทอย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามความคืบหน้าของโครงการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCP ไตรมาส 2/2568
รายได้รวม
124,188.65
ล้านบาท
↓ 13.3% YoY
กำไรขั้นต้น
8,036.69
ล้านบาท
↑ 28.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.47
%
กำไรสุทธิ
2,216.61
ล้านบาท
↑ 13271.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.78
%
D/E Ratio
2.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
124,189
↓ -13.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,037
↑ + 28.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,217
↑ + 13271.6%
YoY
D/E Ratio
2.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.55
ROE (%)
4.55
ROA (%)
3.55
Book Value/หุ้น
56.97
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-15,515
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,655
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-15,515.15
+39.36%
|
-11,132.93
-59.42%
|
-27,434.06
-590.82%
|
5,589.45
-21.87%
|
7,153.73
+271.76%
|
1,924.27
+2.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,655.32
+116.01%
|
4,006.88
-22.32%
|
5,157.95
-135.26%
|
-14,629.98
-315.26%
|
6,796.28
-206.98%
|
-6,353.06
-56.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
3,918.76
-144.26%
|
-8,853.08
-160.14%
|
14,721.23
+165.88%
|
5,536.71
-35.91%
|
8,639.59
-40.69%
|
14,566.69
+292.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
732.77
-109.22%
|
-7,948.59
+224.92%
|
-2,446.35
-46.14%
|
-4,542.37
-120.32%
|
22,349.75
+135.86%
|
9,475.81
+1,115.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
28,626.22
-22.11%
|
36,753.61
-19.98%
|
45,932.07
+43.44%
|
32,021.77
+47.90%
|
21,651.08
+197.58%
|
7,275.81
-37.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28,555.33
-0.25%
|
28,626.22
-22.11%
|
36,753.61
-19.98%
|
45,932.07
+43.44%
|
32,021.77
+47.90%
|
21,651.08
+197.58%
|