บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
12.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นหลักๆ เกิดจาก รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อในไตรมาส 1 ปี 2565 มีจํานวน 952.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 229.46 ล้าน บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.75 จากไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีจํานวน 722.64 ล้านบาท เป็นผลจากให้สินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นและ การเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขาย จํานวน 290.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 191.35 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 192.97 จากไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีจํานวน 99.16 ล้าน บาท เป็นผลจากการตัดหนี้สูญ และการกําหนดส่วนเพิ่มจากการบริหารจัดการ (Management Overlay) ซึ่งในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทกําหนดส่วนเพิ่มจากการบริหารจัดการ (Management Overlay) จํานวน 85.98 ล้านบาท ในขณะที่ลูกหนี้ที่ไม่ ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลง
โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม ในไตรมาส 1 ปี 2565 เท่ากับร้อยละ 2.56
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3742 out_tok=1864 at=2026-07-25T07:18:07 -->
# ASK กำไร Q3/2566 ลดลง 18.75% รับต้นทุนการเงินพุ่ง-สำรองหนี้เพิ่ม
## รายได้ดอกเบี้ยโตหนุน แต่ต้นทุนการเงินและผลขาดทุนฯ ฉุดกำไรสุทธิ
บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ASK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 318.05 ล้านบาท ลดลง 18.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับเพิ่มขึ้น 12.84% เป็น 1,645.82 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อกำไรมาจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ ASK ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** และ **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขายที่สูงขึ้น** แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมจะเติบโตได้ดี
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง:** ต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 503.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 46.93% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของอัตราดอกเบี้ยจ่าย ประกอบกับการที่บริษัทมีการกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น
* **สำรองหนี้เพิ่มขึ้น:** ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขายเพิ่มขึ้น 28.01% เป็น 425.57 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขาย และการตกชั้นของลูกหนี้ ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงไป หรือการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นเพื่อบริหารความเสี่ยง
* **รายได้ดอกเบี้ยเติบโต:** ในทางกลับกัน รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 12.67% จากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ และรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้น 23.48% โดยเฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้บางส่วน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลที่ปรากฏในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยกดดันด้านต้นทุนทางการเงินและสำรองหนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับเดียวกันหรือไม่** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินส่วนหนึ่งมาจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน ในขณะที่การตั้งสำรองที่สูงขึ้นอาจเป็นผลจากการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพสินทรัพย์ ซึ่งต้องติดตามแนวโน้ม NPL และ Coverage Ratio ในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566:** 318.05 ล้านบาท ลดลง 18.75% YoY
* **รายได้รวม Q3/2566:** 1,645.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.84% YoY
* **ต้นทุนทางการเงิน Q3/2566:** 503.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.93% YoY
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตฯ Q3/2566:** 425.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.01% YoY
* **รายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อเช่าซื้อ:** เพิ่มขึ้น 12.67% YoY จากพอร์ตสินเชื่อที่เติบโต
* **รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืม:** เพิ่มขึ้น 23.48% YoY โดยเฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 318.05 ล้านบาท ลดลง 73.39 ล้านบาท หรือลดลง 18.75% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 ที่มีกำไร 391.44 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้รวมปรับเพิ่มขึ้น 12.84% เป็น 1,645.82 ล้านบาท จาก 1,458.56 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อเงินให้กู้ยืม โดยเฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียน เป็นปัจจัยหนุนรายได้ดอกเบี้ย
* รายได้ค่าบริการจากธุรกิจนายหน้าประกันยังคงทรงตัวในระดับสูง
## ความเสี่ยง
* ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้นจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยและปริมาณเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น
* ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขายที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์และผลกำไร
* ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* การเปลี่ยนแปลงของ NPL และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
* การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อในกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียน
* ผลประกอบการของธุรกิจนายหน้าประกัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **รายได้ดอกเบี้ย (Interest Income):** มีการเติบโตที่ดี โดยรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 12.67% จากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมเติบโตถึง 23.48% โดยมีแรงหนุนหลักจากสินเชื่อจำนำทะเบียน
* **ต้นทุนทางการเงิน (Financial Costs):** ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 46.93% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการที่อัตราดอกเบี้ยโดยรวมปรับสูงขึ้น และการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สินเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL):** เพิ่มขึ้น 28.01% ซึ่งอาจสะท้อนถึงการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น หรือการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขาย
* **รายได้ค่าบริการ (Service Income):** รายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อน แสดงถึงความมั่นคงของรายได้ส่วนนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
ASK ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการตั้งสำรองหนี้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 18.75% YoY แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อเงินให้กู้ยืมจะยังคงเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและคุณภาพสินทรัพย์จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป เพื่อประเมินความสามารถในการทำกำไรที่ต่อเนื่องของบริษัท
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,296.02
ล้านบาท
↓ 15.5% YoY
กำไรขั้นต้น
74.54
ล้านบาท
↓ 34.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.75
%
กำไรสุทธิ
160.07
ล้านบาท
↑ 854.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.35
%
D/E Ratio
4.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,296
↓ -15.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↓ -34.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
160
↑ + 854.1%
YoY
D/E Ratio
4.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.17
ROE (%)
4.79
ROA (%)
3.85
Book Value/หุ้น
17.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,001
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+508
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,001.02
-276.24%
|
3,405.05
|
— |
6,933.08
+78.04%
|
3,894.10
+362.54%
|
841.89
-30.65%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
507.71
+223.36%
|
157.01
|
— |
-20.38
+487.32%
|
-3.47
-54.70%
|
-7.66
-145.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,131.78
-269.35%
|
-3,030.36
|
— |
-6,656.24
+81.88%
|
-3,659.72
-15.03%
|
-4,307.32
+236.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-361.51
-167.99%
|
531.69
|
— |
256.46
+11.06%
|
230.92
-106.65%
|
-3,473.09
+7,185.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
976.54
+77.27%
|
550.88
-8.37%
|
— |
471.30
+19.34%
|
394.92
-13.70%
|
457.60
+108.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
326.52
-66.56%
|
976.54
+77.27%
|
— |
601.20
+27.56%
|
471.30
+19.34%
|
394.92
-13.70%
|