บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
12.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นหลักๆ เกิดจาก รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อในไตรมาส 1 ปี 2565 มีจํานวน 952.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 229.46 ล้าน บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.75 จากไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีจํานวน 722.64 ล้านบาท เป็นผลจากให้สินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นและ การเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขาย จํานวน 290.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 191.35 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 192.97 จากไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีจํานวน 99.16 ล้าน บาท เป็นผลจากการตัดหนี้สูญ และการกําหนดส่วนเพิ่มจากการบริหารจัดการ (Management Overlay) ซึ่งในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทกําหนดส่วนเพิ่มจากการบริหารจัดการ (Management Overlay) จํานวน 85.98 ล้านบาท ในขณะที่ลูกหนี้ที่ไม่ ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลง
โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม ในไตรมาส 1 ปี 2565 เท่ากับร้อยละ 2.56
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3870 out_tok=2629 at=2026-07-25T10:43:39 -->
# ASK กำไร Q2/65 พุ่ง 33% รับพอร์ตสินเชื่อโต-รายได้นายหน้าประกันหนุน
## รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเติบโตต่อเนื่อง หนุนกำไร ASK พุ่งแรงในไตรมาส 2/65 แม้ตั้งสำรองสูงขึ้น
บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ASK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 359.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 33.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 1,370.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.75% การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงรายได้ค่าบริการจากธุรกิจนายหน้าประกันที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรของ ASK ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยจากพอร์ตสินเชื่อที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง** โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืม รวมถึง **รายได้ค่าบริการจากธุรกิจนายหน้าประกันที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยชดเชยกับการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่สูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยมาจาก **การให้สินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้น** และ **การเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมโดยรวม** ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้าและปริมาณสินเชื่อของบริษัท ในส่วนของรายได้ค่าบริการนายหน้าประกันที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการให้สินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการ **เพิ่มขึ้นของอัตราการทำประกันของลูกค้า** ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างรายได้เสริมได้ดี
อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขายที่เพิ่มขึ้น 32.16% เป็นผลมาจากการ **ตั้งสำรองที่สูงขึ้น** รวมถึงการกำหนดส่วนเพิ่มจากการบริหารจัดการ (Management Overlay) จำนวน 29.05 ล้านบาท เนื่องจากการ **เพิ่มขึ้นของลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)** โดยอัตราส่วน NPL ขยับจาก 2.47% ในไตรมาส 2 ปี 2564 เป็น 2.68% ในไตรมาส 2 ปี 2565 นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 26.47% ก็เป็นผลมาจากการ **เพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมเพื่อสนับสนุนการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ**
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยจากพอร์ตสินเชื่อที่ขยายตัว ฝ่ายจัดการระบุถึงการให้สินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นและการเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อ ซึ่งหากแนวโน้มเศรษฐกิจยังคงเอื้ออำนวยและบริษัทสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้ดี การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปได้ ส่วนรายได้ค่าบริการนายหน้าประกันก็มีแนวโน้มเติบโตตามปริมาณสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้าน **การตั้งสำรองที่สูงขึ้น** และ **NPL ที่เพิ่มขึ้น** เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การที่ฝ่ายจัดการต้องตั้ง Management Overlay สะท้อนถึงความกังวลต่อคุณภาพสินทรัพย์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรในอนาคตหากสถานการณ์ NPL ไม่ดีขึ้น หรือหากมีการตั้งสำรองเพิ่มเติมอีก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 เติบโต 33.43% YoY** แตะ 359.02 ล้านบาท จาก 269.08 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/65 เพิ่มขึ้น 25.75% YoY** อยู่ที่ 1,370.94 ล้านบาท จาก 1,090.25 ล้านบาท
* **รายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมขยายตัว** จากการให้สินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นและพอร์ตสินเชื่อที่เติบโต
* **รายได้ค่าบริการนายหน้าประกันเพิ่มขึ้น 21.22% YoY** จากการเติบโตของสินเชื่อใหม่และอัตราการทำประกันที่สูงขึ้น
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 32.16% YoY** เป็น 308.82 ล้านบาท จากการตั้งสำรองสูงขึ้นและ NPL ที่เพิ่มขึ้น
* **NPL เพิ่มขึ้นเป็น 2.68%** จาก 2.47% ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 359.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.94 ล้านบาท หรือ 33.43% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 ที่มีกำไร 269.08 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 1,370.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 280.69 ล้านบาท หรือ 25.75% เมื่อเทียบกับ 1,090.25 ล้านบาทในปีก่อน
รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 25.68% เป็น 1,023.13 ล้านบาท รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าการเงินเพิ่มขึ้น 26.14% เป็น 19.40 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้น 34.34% เป็น 143.10 ล้านบาท โดยรวมแล้วรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
นอกจากนี้ รายได้ค่าบริการจากธุรกิจนายหน้าประกันเพิ่มขึ้น 21.22% เป็น 142.47 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการให้สินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้นและอัตราการทำประกันของลูกค้าที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายด้านผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขายเพิ่มขึ้น 32.16% เป็น 308.82 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการตั้งสำรองที่สูงขึ้นและ Management Overlay จำนวน 29.05 ล้านบาท เนื่องจาก NPL ที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 26.47% เป็น 322.10 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมเพื่อสนับสนุนการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ
## โอกาส
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** การให้สินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้นและการเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืม เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ดอกเบี้ยที่ต่อเนื่อง
* **รายได้ค่าบริการนายหน้าประกัน:** การเพิ่มขึ้นของอัตราการทำประกันของลูกค้าเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เสริมที่เติบโตตามปริมาณสินเชื่อ
* **การขยายฐานลูกค้า:** การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อสะท้อนถึงความสามารถในการเข้าถึงและขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ
## ความเสี่ยง
* **คุณภาพสินทรัพย์ (NPL):** การเพิ่มขึ้นของอัตราส่วน NPL และการตั้งสำรองที่สูงขึ้นเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจกระทบต่อผลกำไรในอนาคต
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมเพื่อสนับสนุนการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ อาจทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น
* **การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อ:** ธุรกิจสินเชื่อมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM)
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม NPL และการตั้งสำรอง:** การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และการตั้งสำรองจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในไตรมาสถัดไป
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** ความสามารถในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อใหม่
* **อัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราดอกเบี้ยตลาดที่อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและ NIM
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** กลยุทธ์ในการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 2 ปี 2565 ASK แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในด้านรายได้ดอกเบี้ย ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจสินเชื่อ โดยรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจหลัก นอกจากนี้ รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมก็เติบโตในอัตราที่สูงเช่นกัน ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการกระจายความเสี่ยงหรือการขยายไปยังผลิตภัณฑ์สินเชื่ออื่นๆ
ในส่วนของรายได้ค่าบริการจากธุรกิจนายหน้าประกันที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้าสินเชื่อในการสร้างรายได้เสริม ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ดีในการเพิ่ม Non-NII (รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย)
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลคือการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขาย ซึ่งส่งผลให้การตั้งสำรองสูงขึ้น การที่ NPL เพิ่มขึ้นเป็น 2.68% และมีการตั้ง Management Overlay แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบริษัทต้องพึ่งพาเงินกู้ยืมมากขึ้นเพื่อสนับสนุนการเติบโต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่จากข้อมูลต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 26.47% เป็น 322.10 ล้านบาท สามารถอนุมานได้ว่าบริษัทมีการ **เพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืม** เพื่อนำมาสนับสนุนการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ
## สรุปท้าย
ASK ในไตรมาส 2 ปี 2565 สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้อย่างน่าประทับใจถึง 33.43% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืม รวมถึงรายได้ค่าบริการนายหน้าประกันที่เติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญที่ต้องจับตาคือการเพิ่มขึ้นของ NPL และการตั้งสำรองที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต หากบริษัทสามารถบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ASK ก็ยังมีโอกาสในการเติบโตต่อไปได้ในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,296.02
ล้านบาท
↓ 15.5% YoY
กำไรขั้นต้น
74.54
ล้านบาท
↓ 34.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.75
%
กำไรสุทธิ
160.07
ล้านบาท
↑ 854.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.35
%
D/E Ratio
4.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,296
↓ -15.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↓ -34.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
160
↑ + 854.1%
YoY
D/E Ratio
4.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.17
ROE (%)
4.79
ROA (%)
3.85
Book Value/หุ้น
17.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,001
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+508
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,001.02
-276.24%
|
3,405.05
|
— |
6,933.08
+78.04%
|
3,894.10
+362.54%
|
841.89
-30.65%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
507.71
+223.36%
|
157.01
|
— |
-20.38
+487.32%
|
-3.47
-54.70%
|
-7.66
-145.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,131.78
-269.35%
|
-3,030.36
|
— |
-6,656.24
+81.88%
|
-3,659.72
-15.03%
|
-4,307.32
+236.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-361.51
-167.99%
|
531.69
|
— |
256.46
+11.06%
|
230.92
-106.65%
|
-3,473.09
+7,185.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
976.54
+77.27%
|
550.88
-8.37%
|
— |
471.30
+19.34%
|
394.92
-13.70%
|
457.60
+108.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
326.52
-66.56%
|
976.54
+77.27%
|
— |
601.20
+27.56%
|
471.30
+19.34%
|
394.92
-13.70%
|