บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
12.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นหลักๆ เกิดจาก รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อในไตรมาส 1 ปี 2565 มีจํานวน 952.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 229.46 ล้าน บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.75 จากไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีจํานวน 722.64 ล้านบาท เป็นผลจากให้สินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นและ การเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขาย จํานวน 290.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 191.35 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 192.97 จากไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีจํานวน 99.16 ล้าน บาท เป็นผลจากการตัดหนี้สูญ และการกําหนดส่วนเพิ่มจากการบริหารจัดการ (Management Overlay) ซึ่งในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทกําหนดส่วนเพิ่มจากการบริหารจัดการ (Management Overlay) จํานวน 85.98 ล้านบาท ในขณะที่ลูกหนี้ที่ไม่ ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลง
โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม ในไตรมาส 1 ปี 2565 เท่ากับร้อยละ 2.56
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4051 out_tok=2562 at=2026-07-25T10:33:27 -->
# ASK กำไร Q3/65 พุ่ง 24.5% รับพอร์ตสินเชื่อโต-รายได้นายหน้าประกันหนุน
## รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่ผลขาดทุนฯ เพิ่มตาม NPL ที่ปรับขึ้น
บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ASK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 391.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 1,458.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.40% เป็นผลจากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ สัญญาเช่าการเงิน และเงินให้กู้ยืม ประกอบกับรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรของ ASK ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยจากพอร์ตสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อที่ขยายตัวถึง 24.40% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มขึ้นถึง 28.98% นอกจากนี้ รายได้ค่าบริการจากธุรกิจนายหน้าประกันยังเติบโตได้ดีถึง 27.50% เป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อมาจาก **การให้สินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้น** ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ทั้งสินเชื่อเช่าซื้อ สัญญาเช่าการเงิน และเงินให้กู้ยืม โดยสินเชื่อเช่าซื้อใหม่เพิ่มขึ้น 20.17% และสินเชื่อเช่าการเงินใหม่เพิ่มขึ้น 24.80% เมื่อเทียบกับปีก่อน การเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อโดยตรงส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะที่รายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการให้สินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการที่ลูกค้าให้ความสนใจทำประกันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันผลประกอบการคือ **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขายที่เพิ่มขึ้น 54.65%** ซึ่งเป็นผลมาจากการตัดหนี้สูญและการตั้งสำรองที่สูงขึ้นตามการตกชั้นของลูกหนี้และการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) โดยอัตราส่วน NPL ขยับขึ้นจาก 2.79% เป็น 2.86% นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินก็เพิ่มขึ้น 32.27% จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยจ่าย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยบวกหลักคือการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อที่ยังคงขยายตัวได้ดี ซึ่งเป็นผลจากการให้สินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันที่เติบโตตามพอร์ตสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันด้านผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นนั้น **ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด** เนื่องจากเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยที่อาจผันผวน ซึ่งฝ่ายจัดการจำเป็นต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/65 เติบโต 24.53% YoY** แตะ 391.44 ล้านบาท
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 29.40% YoY** อยู่ที่ 1,458.56 ล้านบาท
* **พอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อเติบโต 24.40% YoY** หนุนรายได้ดอกเบี้ย
* **รายได้นายหน้าประกันเพิ่มขึ้น 27.50% YoY** จากการให้สินเชื่อใหม่และอัตราการทำประกันที่สูงขึ้น
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 54.65% YoY** ตาม NPL ที่ปรับสูงขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 32.27% YoY** จากเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 391.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.10 ล้านบาท หรือ 24.53% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่มีกำไร 314.34 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 1,458.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 331.39 ล้านบาท หรือ 29.40% เมื่อเทียบกับปีก่อน
รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 28.98% เป็น 1,084.26 ล้านบาท จากการให้สินเชื่อใหม่และการเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อที่เติบโต 24.40% รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าการเงินเพิ่มขึ้น 24.61% เป็น 20.76 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้น 30.31% เป็น 155.90 ล้านบาท โดยพอร์ตสินเชื่อเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้น 27.49% รายได้ค่าบริการจากธุรกิจนายหน้าประกันเพิ่มขึ้น 27.50% เป็น 149.42 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขายเพิ่มขึ้น 54.65% เป็น 332.46 ล้านบาท เนื่องจากมีการตัดหนี้สูญและตั้งสำรองสูงขึ้นตาม NPL ที่เพิ่มขึ้นเป็น 2.86% จาก 2.79% ในปีก่อน ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 32.27% เป็น 343.00 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยจ่าย
## โอกาส
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** การให้สินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ดอกเบี้ยในอนาคต
* **ธุรกิจนายหน้าประกัน:** การเติบโตของรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันที่สอดคล้องกับการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ แสดงถึงโอกาสในการสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมที่มั่นคง
* **การขยายฐานลูกค้า:** การเพิ่มขึ้นของสินเชื่อใหม่บ่งชี้ถึงความสามารถในการเข้าถึงและขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ในตลาด
## ความเสี่ยง
* **คุณภาพสินทรัพย์:** การเพิ่มขึ้นของ NPL และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยจ่ายส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินโดยตรง และอาจกระทบต่อ NIM หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้กู้ได้ทั้งหมด
* **สภาวะเศรษฐกิจ:** ความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจอาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า และส่งผลต่อคุณภาพสินทรัพย์ในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม NPL และการตั้งสำรอง:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของอัตรา NPL และการตั้งสำรองอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัท
* **อัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราดอกเบี้ยตลาด จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินและ NIM
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การเติบโตของสินเชื่อ:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อให้ต่อเนื่อง
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** การเติบโตของรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันและบริการอื่นๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 3 ปี 2565 ASK แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในด้านการขยายพอร์ตสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้นถึง 24.40% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของรายได้ดอกเบี้ย การเติบโตนี้สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและการเข้าถึงลูกค้าในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อ
รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 28.98% และรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้น 30.31% บ่งชี้ถึงการขยายตัวของฐานรายได้ดอกเบี้ยโดยรวม ในขณะเดียวกัน รายได้ค่าบริการจากธุรกิจนายหน้าประกันที่เพิ่มขึ้น 27.50% แสดงให้เห็นถึงการสร้างรายได้ที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 54.65% เป็นสัญญาณที่ต้องให้ความสำคัญ โดยอัตราส่วน NPL ที่ปรับสูงขึ้นเล็กน้อยจาก 2.79% เป็น 2.86% อาจเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้ลูกหนี้บางส่วนประสบปัญหาในการชำระหนี้ การตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นไปตามหลักการบริหารความเสี่ยง
ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 32.27% เป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ Net Interest Margin (NIM) หากบริษัทไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อได้ทันท่วงที
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมเพื่อรองรับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ อาจส่งผลต่อระดับหนี้สินของบริษัท
## สรุปท้าย
ASK ในไตรมาส 3 ปี 2565 สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้อย่างน่าประทับใจถึง 24.53% โดยมีหัวใจหลักมาจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อประเภทอื่นๆ รวมถึงรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันที่เติบโตตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญคือการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่เริ่มมีสัญญาณ NPL ปรับสูงขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นตามภาวะอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินความสามารถในการรักษาการเติบโตและบริหารความเสี่ยงของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,296.02
ล้านบาท
↓ 15.5% YoY
กำไรขั้นต้น
74.54
ล้านบาท
↓ 34.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.75
%
กำไรสุทธิ
160.07
ล้านบาท
↑ 854.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.35
%
D/E Ratio
4.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,296
↓ -15.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↓ -34.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
160
↑ + 854.1%
YoY
D/E Ratio
4.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.17
ROE (%)
4.79
ROA (%)
3.85
Book Value/หุ้น
17.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,001
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+508
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,001.02
-276.24%
|
3,405.05
|
— |
6,933.08
+78.04%
|
3,894.10
+362.54%
|
841.89
-30.65%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
507.71
+223.36%
|
157.01
|
— |
-20.38
+487.32%
|
-3.47
-54.70%
|
-7.66
-145.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,131.78
-269.35%
|
-3,030.36
|
— |
-6,656.24
+81.88%
|
-3,659.72
-15.03%
|
-4,307.32
+236.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-361.51
-167.99%
|
531.69
|
— |
256.46
+11.06%
|
230.92
-106.65%
|
-3,473.09
+7,185.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
976.54
+77.27%
|
550.88
-8.37%
|
— |
471.30
+19.34%
|
394.92
-13.70%
|
457.60
+108.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
326.52
-66.56%
|
976.54
+77.27%
|
— |
601.20
+27.56%
|
471.30
+19.34%
|
394.92
-13.70%
|