ASK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ASK
บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
12.00
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นหลักๆ เกิดจาก รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อในไตรมาส 1 ปี 2565 มีจํานวน 952.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 229.46 ล้าน บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.75 จากไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีจํานวน 722.64 ล้านบาท เป็นผลจากให้สินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นและ การเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขาย จํานวน 290.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 191.35 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 192.97 จากไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีจํานวน 99.16 ล้าน บาท เป็นผลจากการตัดหนี้สูญ และการกําหนดส่วนเพิ่มจากการบริหารจัดการ (Management Overlay) ซึ่งในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทกําหนดส่วนเพิ่มจากการบริหารจัดการ (Management Overlay) จํานวน 85.98 ล้านบาท ในขณะที่ลูกหนี้ที่ไม่ ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลง โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม ในไตรมาส 1 ปี 2565 เท่ากับร้อยละ 2.56

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12155 out_tok=3477 at=2026-07-25T11:18:38 --> # SCGP กำไร Q1/65 ดิ่ง 22% ต้นทุนพุ่งฉุดกำไร สบช่องฟื้นตัวเศรษฐกิจ-ขยายกำลังผลิต ## รายได้โต 34% จากการรวมกิจการ-ดีมานด์บรรจุภัณฑ์ฟื้นตัว แต่ต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงานกดดันกำไรสุทธิ ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP รายได้จากการขายเติบโต 34% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากการรวมผลการดำเนินงานของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการ และการเติบโตของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 22% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายบริหารยังคงเดินหน้าขยายกำลังการผลิตทั้งในไทยและเวียดนาม พร้อมมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ SCGP ในไตรมาส 1/2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นและ EBITDA margin แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตถึง 34% YoY แต่กำไรสำหรับงวดกลับลดลงถึง 22% YoY และ Core Profit ลดลง 24% YoY สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่รุนแรง ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ทั้งการระบาดของ COVID-19 ในจีนที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน, สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ทำให้ราคาพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น และปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ ล้วนเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบ (เช่น กระดาษรีไซเคิล) และต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ค่าระวางเรือที่ยังคงอยู่ในระดับสูงก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน แม้บริษัทจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น, การจัดตั้งศูนย์จัดการวัสดุรีไซเคิล และการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดซื้อ/ขนส่ง รวมถึงการปรับราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นได้ทั้งหมด ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** สถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นปัจจัยกดดันในระยะสั้นถึงกลาง เนื่องจากปัจจัยภายนอกหลายอย่างยังไม่คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แสดงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการต้นทุนเชิงรุก และการปรับราคาสินค้า ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยบรรเทาผลกระทบได้ นอกจากนี้ การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการขยายกำลังการผลิตของบริษัท จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในอนาคต ซึ่งอาจช่วยชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้ในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขาย Q1/65 เติบโต 34% YoY แตะ 36,634 ล้านบาท** จากการรวมผลการดำเนินงานของ Duy Tan, Intan Group และ Deltalab รวมถึงการเติบโตของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร และปริมาณ/ราคาเยื่อกระดาษที่เพิ่มขึ้น * **กำไรสุทธิ Q1/65 ลดลง 22% YoY เหลือ 1,658 ล้านบาท** (กำไรต่อหุ้น 0.39 บาท) และ Core Profit ลดลง 24% YoY เหลือ 1,722 ล้านบาท * **EBITDA Margin หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 19% ใน Q1/64 เหลือ 13% ใน Q1/65 (Core EBITDA Margin จาก 20.1% เหลือ 13.6%) โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น * **สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (IPB) รายได้โต 35% YoY** แต่ EBITDA Margin ลดลงจาก 20% เหลือ 14% และกำไรสุทธิลดลง 27% YoY * **สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (FB) รายได้โต 32% YoY** แต่ EBITDA Margin ลดลงจาก 13% เหลือ 10% และกำไรสุทธิลดลง 53% YoY * **เดินหน้าขยายกำลังการผลิต:** โครงการขยายกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ในฟิลิปปินส์เริ่มเชิงพาณิชย์แล้วใน มี.ค. 65 และโครงการขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารในไทยและเวียดนามคาดเริ่ม Q2/65 * **มุ่งมั่น ESG:** ยื่นเข้าร่วม Science Based Targets initiative (SBTi) เพื่อตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593 และได้รับการรับรองสมาชิก Thai Private Sector Collective Action against Corruption (CAC) ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 1 ปี 2565 SCGP มีรายได้จากการขายรวม 36,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรวมผลการดำเนินงานของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการ (Duy Tan, Intan Group, Deltalab) และการเติบโตของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร โดยเฉพาะสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค การส่งออกอาหาร และปริมาณความต้องการและราคาเยื่อกระดาษที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 43% YoY เป็น 30,346 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 4% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 22% เหลือ 17% EBITDA ลดลง 7% YoY อยู่ที่ 4,887 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 22% YoY อยู่ที่ 1,658 ล้านบาท (คิดเป็น 0.39 บาทต่อหุ้น) โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 5% ลดลงจาก 8% ในปีก่อน เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานหลัก (Core) Core EBITDA ลดลง 9% YoY อยู่ที่ 4,988 ล้านบาท และ Core Profit ลดลง 24% YoY อยู่ที่ 1,722 ล้านบาท ซึ่งการลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน Core Profit เพิ่มขึ้น 27% จากการปรับราคาสินค้าและการฟื้นตัวของความต้องการบรรจุภัณฑ์ ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ:** มาตรการผ่อนคลายการควบคุม COVID-19 ในหลายประเทศอาเซียนส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอย และการเดินทางท่องเที่ยวเริ่มกลับมาฟื้นตัว ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการบรรจุภัณฑ์ * **การขยายกำลังการผลิต:** โครงการขยายกำลังการผลิตในฟิลิปปินส์เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และโครงการในไทยและเวียดนามคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2565 ซึ่งจะรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นและเสริมความแข็งแกร่งในตลาด * **การเติบโตจากการควบรวมกิจการ (M&P):** SCGP มีแผนลงทุนเพื่อขยายธุรกิจทั้งจากการเติบโตภายใน (Organic Growth) และการควบรวมกิจการ (M&P) อย่างต่อเนื่องในปี 2565 * **ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และฐานลูกค้า:** บริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมทั้งบรรจุภัณฑ์กระดาษและพอลิเมอร์ และมีฐานลูกค้ากว่า 7,000 ราย โดยกว่า 70% อยู่ในอุตสาหกรรมที่ใกล้ชิดผู้บริโภค (Consumer linked) ทำให้มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวตามความต้องการของตลาด ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ผันผวนและสูงขึ้น:** สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนและปัญหาห่วงโซ่อุปทานยังคงส่งผลให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบบางชนิดอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่ออัตรากำไรของบริษัท * **การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน:** มาตรการ Zero COVID ของจีนส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวและปริมาณความต้องการนำเข้าสินค้าลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกของ SCGP * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับธันวาคม 2564 แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการ * **การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน:** ปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และผลกระทบจากสงครามยังคงส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมต่างๆ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานและวัตถุดิบหลัก เช่น กระดาษรีไซเคิล จะส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรของบริษัท * **ผลการดำเนินงานของธุรกิจที่เข้าซื้อกิจการ:** การรวมผลการดำเนินงานและการสร้าง Synergy จาก Duy Tan, Intan Group และ Deltalab จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโต * **ความคืบหน้าการขยายกำลังการผลิต:** การเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มปริมาณการขายและรายได้ * **การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย:** ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป * **สถานการณ์เศรษฐกิจจีน:** ผลกระทบจากมาตรการ Zero COVID ต่ออุปสงค์การนำเข้าสินค้าและผลกระทบต่อการส่งออกของ SCGP * **แผนการควบรวมกิจการ (M&P):** การดำเนินการตามแผน M&P จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) * **รายได้จากการขาย:** สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (IPB) มีรายได้ 31,022 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการรวมผลประกอบการของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการ และยอดขายในกลุ่มลูกค้าส่งออกที่ฟื้นตัว ส่วนสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (FB) มีรายได้ 6,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% YoY จากปริมาณการใช้กระดาษพิมพ์เขียนที่เพิ่มขึ้น และความต้องการซื้อเยื่อกระดาษเพื่อสำรองสต็อก * **EBITDA และ Margin:** โดยรวม EBITDA ลดลง 7% YoY อยู่ที่ 4,887 ล้านบาท (Margin 13%) ซึ่งสายธุรกิจ IPB EBITDA ลดลง 6% YoY (Margin 14%) และสายธุรกิจ FB EBITDA เพิ่มขึ้น 4% YoY (Margin 10%) การลดลงของ Margin เป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น * **กำไรสำหรับงวด:** โดยรวมกำไรสุทธิลดลง 22% YoY อยู่ที่ 1,658 ล้านบาท สายธุรกิจ IPB กำไรลดลง 27% YoY และสายธุรกิจ FB กำไรลดลง 53% YoY * **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 43% YoY เป็น 30,346 ล้านบาท โดยสายธุรกิจ IPB เพิ่มขึ้น 43% และสายธุรกิจ FB เพิ่มขึ้น 39% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลที่หาได้ยากขึ้น ค่าระวางเรือ และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น * **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทมีการบริหารจัดการเชิงรุก เช่น การเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น, การจัดตั้งศูนย์จัดการวัสดุรีไซเคิล, การปรับรูปแบบการจัดซื้อ/ขนส่ง (FOB, Cross border) เพื่อลดผลกระทบจากค่าระวางเรือที่สูง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 198,399 ล้านบาท ลดลง 4% จากเดือน ธ.ค. 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น แม้ว่าเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจะเพิ่มขึ้น * **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 77,193 ล้านบาท ลดลง 9% จากเดือน ธ.ค. 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินกู้ยืมรวม * **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** อยู่ที่ 121,206 ล้านบาท ลดลง 1% จากเดือน ธ.ค. 2564 จากกำไรสำหรับงวดที่น้อยกว่าการจ่ายปันผล * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 0.6 เท่า ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน * **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.8 เท่า ใน Q1/64 เป็น 1.7 เท่า ใน Q1/65 สะท้อนถึงภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับความสามารถในการสร้าง EBITDA * **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 2,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุน 10,404 ล้านบาท (จากการรับรู้เงินลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น) และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 10,316 ล้านบาท (จากการลดลงของเงินกู้ยืม) ## สรุปท้าย SCGP ในไตรมาส 1/2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างหนัก ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จะเติบโตได้ดีจากการรวมกิจการและการฟื้นตัวของอุปสงค์ในบางกลุ่มสินค้า อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แสดงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการต้นทุนเชิงรุก และเดินหน้าขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายและบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,296.02 ล้านบาท
↓ 15.5% YoY
กำไรขั้นต้น
74.54 ล้านบาท
↓ 34.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.75 %
กำไรสุทธิ
160.07 ล้านบาท
↑ 854.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.35 %
D/E Ratio
4.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,296
↓ -15.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↓ -34.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
160
↑ + 854.1% YoY
D/E Ratio
4.17

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,296.02
-15.54%
1,534.50
-8.12%
1,670.08
+11.86%
1,493.05
+21.40%
1,229.81
+30.56%
941.99
+5.80%
กำไรขั้นต้น
74.54
-34.41%
113.64
-29.93%
162.17
-11.01%
182.23
+14.91%
158.59
-83.42%
956.65
+7.19%
ค่าใช้จ่ายรวม
368.00
+10.77%
332.22
+8.37%
306.55
+14.14%
268.56
+6.30%
252.66
+1.45%
249.05
+7.60%
กำไรสุทธิ
160.07
+854.12%
16.78
-89.60%
161.35
-60.71%
410.65
+19.66%
343.19
+55.51%
220.69
-8.34%
กำไรต่อหุ้น
0.23
+845.83%
0.02
-89.52%
0.23
-60.72%
0.58
+19.47%
0.49
+55.41%
0.31
-8.19%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
5.75
-22.40%
7.41
-23.69%
9.71
-20.41%
12.20
-5.43%
12.90
-87.30%
101.56
+1.33%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
28.39
+31.13%
21.65
+17.92%
18.36
+2.06%
17.99
-12.41%
20.54
-22.31%
26.44
+1.69%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
12.35
+1,033.03%
1.09
-88.72%
9.66
-64.87%
27.50
-1.47%
27.91
+19.12%
23.43
-13.35%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
-100.00%
24.91
+137.46%
10.49
-50.73%
21.29
+3,570.69%
0.58
-61.59%
1.51
-31.98%
ROE(%)
4.79
+51.58%
3.16
-72.90%
11.66
-24.77%
15.50
-3.85%
16.12
+1.26%
15.92
+403.80%
ROA(%)
3.85
+10.00%
3.50
-25.37%
4.69
-8.75%
5.14
+2.39%
5.02
+6.13%
4.73
+35.14%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
4.17
-30.96%
6.04
-3.67%
6.27
+9.23%
5.74
+12.11%
5.12
-26.12%
6.93
+14.74%
P/E
13.23
+15.95%
11.41
+59.36%
7.16
-44.80%
12.97
-40.01%
21.62
+149.94%
8.65
-18.47%
P/BV
0.44
-16.98%
0.53
-47.00%
1.00
-47.37%
1.90
-27.48%
2.62
+83.22%
1.43
-17.34%
BV
16.60
-15.26%
19.59
-1.95%
19.98
+6.90%
18.69
+10.66%
16.89
+8.69%
15.54
+5.50%
YIELD(%)
3.29
-70.78%
11.26
+55.52%
7.24
+125.55%
3.21
+25.39%
2.56
-66.97%
7.75
+22.82%
ราคาหุ้น
7.30
-29.13%
10.30
-48.24%
19.90
-43.94%
35.50
-19.77%
44.25
+99.32%
22.20
-12.94%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.17
ROE (%)
4.79
ROA (%)
3.85
Book Value/หุ้น
17.15

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
23,680.05
-11.36%
26,715.99
+2.68%
23,162.24
+16.29%
19,917.19
+14.89%
17,336.16
+6.25%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
37,593.30
-18.22%
45,971.52
-10.75%
45,986.33
+25.13%
36,751.50
+33.18%
27,594.50
+8.22%
รวมสินทรัพย์
61,273.35
-15.70%
72,687.50
-6.24%
69,148.57
+22.02%
56,668.69
+26.12%
44,930.66
+7.45%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
21,095.73
-28.96%
29,693.80
-11.97%
24,000.13
+7.78%
22,267.65
+3.21%
21,575.68
-13.88%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
28,323.55
-13.30%
32,668.87
-1.41%
34,893.92
+38.77%
25,145.82
+42.17%
17,687.29
+56.01%
รวมหนี้สิน
49,419.28
-20.76%
62,362.67
-6.74%
58,894.05
+24.21%
47,413.47
+20.76%
39,262.98
+7.89%
รวมส่วนของเจ้าของ
11,854.07
+14.81%
10,324.83
-3.13%
10,254.52
+10.80%
9,255.21
+63.30%
5,667.68
+4.49%
D/E
4.17
6.04
5.74
5.12
6.93
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
4.79
3.16
15.50
16.12
15.92
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
3.85
3.50
5.14
5.02
4.73
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.80
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,001
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+508
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-6,001.02
-276.24%
3,405.05
6,933.08
+78.04%
3,894.10
+362.54%
841.89
-30.65%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
507.71
+223.36%
157.01
-20.38
+487.32%
-3.47
-54.70%
-7.66
-145.17%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
5,131.78
-269.35%
-3,030.36
-6,656.24
+81.88%
-3,659.72
-15.03%
-4,307.32
+236.90%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-361.51
-167.99%
531.69
256.46
+11.06%
230.92
-106.65%
-3,473.09
+7,185.69%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
976.54
+77.27%
550.88
-8.37%
471.30
+19.34%
394.92
-13.70%
457.60
+108.29%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
326.52
-66.56%
976.54
+77.27%
601.20
+27.56%
471.30
+19.34%
394.92
-13.70%