ASK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ASK
บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
9.75
+0.10 (+1.04%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นหลักๆ เกิดจาก รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อในไตรมาส 1 ปี 2565 มีจํานวน 952.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 229.46 ล้าน บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.75 จากไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีจํานวน 722.64 ล้านบาท เป็นผลจากให้สินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นและ การเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขาย จํานวน 290.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 191.35 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 192.97 จากไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีจํานวน 99.16 ล้าน บาท เป็นผลจากการตัดหนี้สูญ และการกําหนดส่วนเพิ่มจากการบริหารจัดการ (Management Overlay) ซึ่งในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทกําหนดส่วนเพิ่มจากการบริหารจัดการ (Management Overlay) จํานวน 85.98 ล้านบาท ในขณะที่ลูกหนี้ที่ไม่ ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลง โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม ในไตรมาส 1 ปี 2565 เท่ากับร้อยละ 2.56

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12155 out_tok=3477 at=2026-07-25T11:18:38 --> # SCGP กำไร Q1/65 ดิ่ง 22% ต้นทุนพุ่งฉุดกำไร สบช่องฟื้นตัวเศรษฐกิจ-ขยายกำลังผลิต ## รายได้โต 34% จากการรวมกิจการ-ดีมานด์บรรจุภัณฑ์ฟื้นตัว แต่ต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงานกดดันกำไรสุทธิ ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP รายได้จากการขายเติบโต 34% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากการรวมผลการดำเนินงานของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการ และการเติบโตของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 22% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายบริหารยังคงเดินหน้าขยายกำลังการผลิตทั้งในไทยและเวียดนาม พร้อมมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ SCGP ในไตรมาส 1/2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นและ EBITDA margin แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตถึง 34% YoY แต่กำไรสำหรับงวดกลับลดลงถึง 22% YoY และ Core Profit ลดลง 24% YoY สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่รุนแรง ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ทั้งการระบาดของ COVID-19 ในจีนที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน, สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ทำให้ราคาพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น และปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ ล้วนเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบ (เช่น กระดาษรีไซเคิล) และต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ค่าระวางเรือที่ยังคงอยู่ในระดับสูงก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน แม้บริษัทจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น, การจัดตั้งศูนย์จัดการวัสดุรีไซเคิล และการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดซื้อ/ขนส่ง รวมถึงการปรับราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นได้ทั้งหมด ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** สถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นปัจจัยกดดันในระยะสั้นถึงกลาง เนื่องจากปัจจัยภายนอกหลายอย่างยังไม่คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แสดงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการต้นทุนเชิงรุก และการปรับราคาสินค้า ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยบรรเทาผลกระทบได้ นอกจากนี้ การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการขยายกำลังการผลิตของบริษัท จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในอนาคต ซึ่งอาจช่วยชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้ในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขาย Q1/65 เติบโต 34% YoY แตะ 36,634 ล้านบาท** จากการรวมผลการดำเนินงานของ Duy Tan, Intan Group และ Deltalab รวมถึงการเติบโตของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร และปริมาณ/ราคาเยื่อกระดาษที่เพิ่มขึ้น * **กำไรสุทธิ Q1/65 ลดลง 22% YoY เหลือ 1,658 ล้านบาท** (กำไรต่อหุ้น 0.39 บาท) และ Core Profit ลดลง 24% YoY เหลือ 1,722 ล้านบาท * **EBITDA Margin หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 19% ใน Q1/64 เหลือ 13% ใน Q1/65 (Core EBITDA Margin จาก 20.1% เหลือ 13.6%) โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น * **สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (IPB) รายได้โต 35% YoY** แต่ EBITDA Margin ลดลงจาก 20% เหลือ 14% และกำไรสุทธิลดลง 27% YoY * **สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (FB) รายได้โต 32% YoY** แต่ EBITDA Margin ลดลงจาก 13% เหลือ 10% และกำไรสุทธิลดลง 53% YoY * **เดินหน้าขยายกำลังการผลิต:** โครงการขยายกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ในฟิลิปปินส์เริ่มเชิงพาณิชย์แล้วใน มี.ค. 65 และโครงการขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารในไทยและเวียดนามคาดเริ่ม Q2/65 * **มุ่งมั่น ESG:** ยื่นเข้าร่วม Science Based Targets initiative (SBTi) เพื่อตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593 และได้รับการรับรองสมาชิก Thai Private Sector Collective Action against Corruption (CAC) ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 1 ปี 2565 SCGP มีรายได้จากการขายรวม 36,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรวมผลการดำเนินงานของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการ (Duy Tan, Intan Group, Deltalab) และการเติบโตของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร โดยเฉพาะสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค การส่งออกอาหาร และปริมาณความต้องการและราคาเยื่อกระดาษที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 43% YoY เป็น 30,346 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 4% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 22% เหลือ 17% EBITDA ลดลง 7% YoY อยู่ที่ 4,887 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 22% YoY อยู่ที่ 1,658 ล้านบาท (คิดเป็น 0.39 บาทต่อหุ้น) โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 5% ลดลงจาก 8% ในปีก่อน เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานหลัก (Core) Core EBITDA ลดลง 9% YoY อยู่ที่ 4,988 ล้านบาท และ Core Profit ลดลง 24% YoY อยู่ที่ 1,722 ล้านบาท ซึ่งการลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน Core Profit เพิ่มขึ้น 27% จากการปรับราคาสินค้าและการฟื้นตัวของความต้องการบรรจุภัณฑ์ ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ:** มาตรการผ่อนคลายการควบคุม COVID-19 ในหลายประเทศอาเซียนส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอย และการเดินทางท่องเที่ยวเริ่มกลับมาฟื้นตัว ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการบรรจุภัณฑ์ * **การขยายกำลังการผลิต:** โครงการขยายกำลังการผลิตในฟิลิปปินส์เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และโครงการในไทยและเวียดนามคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2565 ซึ่งจะรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นและเสริมความแข็งแกร่งในตลาด * **การเติบโตจากการควบรวมกิจการ (M&P):** SCGP มีแผนลงทุนเพื่อขยายธุรกิจทั้งจากการเติบโตภายใน (Organic Growth) และการควบรวมกิจการ (M&P) อย่างต่อเนื่องในปี 2565 * **ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และฐานลูกค้า:** บริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมทั้งบรรจุภัณฑ์กระดาษและพอลิเมอร์ และมีฐานลูกค้ากว่า 7,000 ราย โดยกว่า 70% อยู่ในอุตสาหกรรมที่ใกล้ชิดผู้บริโภค (Consumer linked) ทำให้มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวตามความต้องการของตลาด ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ผันผวนและสูงขึ้น:** สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนและปัญหาห่วงโซ่อุปทานยังคงส่งผลให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบบางชนิดอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่ออัตรากำไรของบริษัท * **การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน:** มาตรการ Zero COVID ของจีนส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวและปริมาณความต้องการนำเข้าสินค้าลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกของ SCGP * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับธันวาคม 2564 แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการ * **การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน:** ปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และผลกระทบจากสงครามยังคงส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมต่างๆ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานและวัตถุดิบหลัก เช่น กระดาษรีไซเคิล จะส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรของบริษัท * **ผลการดำเนินงานของธุรกิจที่เข้าซื้อกิจการ:** การรวมผลการดำเนินงานและการสร้าง Synergy จาก Duy Tan, Intan Group และ Deltalab จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโต * **ความคืบหน้าการขยายกำลังการผลิต:** การเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มปริมาณการขายและรายได้ * **การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย:** ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป * **สถานการณ์เศรษฐกิจจีน:** ผลกระทบจากมาตรการ Zero COVID ต่ออุปสงค์การนำเข้าสินค้าและผลกระทบต่อการส่งออกของ SCGP * **แผนการควบรวมกิจการ (M&P):** การดำเนินการตามแผน M&P จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) * **รายได้จากการขาย:** สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (IPB) มีรายได้ 31,022 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการรวมผลประกอบการของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการ และยอดขายในกลุ่มลูกค้าส่งออกที่ฟื้นตัว ส่วนสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (FB) มีรายได้ 6,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% YoY จากปริมาณการใช้กระดาษพิมพ์เขียนที่เพิ่มขึ้น และความต้องการซื้อเยื่อกระดาษเพื่อสำรองสต็อก * **EBITDA และ Margin:** โดยรวม EBITDA ลดลง 7% YoY อยู่ที่ 4,887 ล้านบาท (Margin 13%) ซึ่งสายธุรกิจ IPB EBITDA ลดลง 6% YoY (Margin 14%) และสายธุรกิจ FB EBITDA เพิ่มขึ้น 4% YoY (Margin 10%) การลดลงของ Margin เป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น * **กำไรสำหรับงวด:** โดยรวมกำไรสุทธิลดลง 22% YoY อยู่ที่ 1,658 ล้านบาท สายธุรกิจ IPB กำไรลดลง 27% YoY และสายธุรกิจ FB กำไรลดลง 53% YoY * **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 43% YoY เป็น 30,346 ล้านบาท โดยสายธุรกิจ IPB เพิ่มขึ้น 43% และสายธุรกิจ FB เพิ่มขึ้น 39% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลที่หาได้ยากขึ้น ค่าระวางเรือ และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น * **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทมีการบริหารจัดการเชิงรุก เช่น การเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น, การจัดตั้งศูนย์จัดการวัสดุรีไซเคิล, การปรับรูปแบบการจัดซื้อ/ขนส่ง (FOB, Cross border) เพื่อลดผลกระทบจากค่าระวางเรือที่สูง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 198,399 ล้านบาท ลดลง 4% จากเดือน ธ.ค. 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น แม้ว่าเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจะเพิ่มขึ้น * **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 77,193 ล้านบาท ลดลง 9% จากเดือน ธ.ค. 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินกู้ยืมรวม * **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** อยู่ที่ 121,206 ล้านบาท ลดลง 1% จากเดือน ธ.ค. 2564 จากกำไรสำหรับงวดที่น้อยกว่าการจ่ายปันผล * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 0.6 เท่า ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน * **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.8 เท่า ใน Q1/64 เป็น 1.7 เท่า ใน Q1/65 สะท้อนถึงภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับความสามารถในการสร้าง EBITDA * **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 2,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุน 10,404 ล้านบาท (จากการรับรู้เงินลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น) และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 10,316 ล้านบาท (จากการลดลงของเงินกู้ยืม) ## สรุปท้าย SCGP ในไตรมาส 1/2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างหนัก ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จะเติบโตได้ดีจากการรวมกิจการและการฟื้นตัวของอุปสงค์ในบางกลุ่มสินค้า อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แสดงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการต้นทุนเชิงรุก และเดินหน้าขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายและบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,296.02 ล้านบาท
↓ 15.5% YoY
กำไรขั้นต้น
74.54 ล้านบาท
↓ 34.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.75 %
กำไรสุทธิ
160.07 ล้านบาท
↑ 854.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.35 %
D/E Ratio
4.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,296
↓ -15.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↓ -34.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
160
↑ + 854.1% YoY
D/E Ratio
4.17

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,296.02
-15.54%
1,534.50
-8.12%
1,670.08
+11.86%
1,493.05
+21.40%
1,229.81
+30.56%
941.99
+5.80%
กำไรขั้นต้น —
74.54
-34.41%
113.64
-29.93%
162.17
-11.01%
182.23
+14.91%
158.59
-83.42%
956.65
+7.19%
ค่าใช้จ่ายรวม —
368.00
+10.77%
332.22
+8.37%
306.55
+14.14%
268.56
+6.30%
252.66
+1.45%
249.05
+7.60%
กำไรสุทธิ —
160.07
+854.12%
16.78
-89.60%
161.35
-60.71%
410.65
+19.66%
343.19
+55.51%
220.69
-8.34%
กำไรต่อหุ้น —
0.23
+845.83%
0.02
-89.52%
0.23
-60.72%
0.58
+19.47%
0.49
+55.41%
0.31
-8.19%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
5.75
-22.40%
7.41
-23.69%
9.71
-20.41%
12.20
-5.43%
12.90
-87.30%
101.56
+1.33%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
28.39
+31.13%
21.65
+17.92%
18.36
+2.06%
17.99
-12.41%
20.54
-22.31%
26.44
+1.69%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
12.35
+1,033.03%
1.09
-88.72%
9.66
-64.87%
27.50
-1.47%
27.91
+19.12%
23.43
-13.35%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
-100.00%
24.91
+137.46%
10.49
-50.73%
21.29
+3,570.69%
0.58
-61.59%
1.51
-31.98%
ROE(%) —
4.79
+51.58%
3.16
-72.90%
11.66
-24.77%
15.50
-3.85%
16.12
+1.26%
15.92
+403.80%
ROA(%) —
3.85
+10.00%
3.50
-25.37%
4.69
-8.75%
5.14
+2.39%
5.02
+6.13%
4.73
+35.14%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
4.17
-30.96%
6.04
-3.67%
6.27
+9.23%
5.74
+12.11%
5.12
-26.12%
6.93
+14.74%
P/E —
13.23
+15.95%
11.41
+59.36%
7.16
-44.80%
12.97
-40.01%
21.62
+149.94%
8.65
-18.47%
P/BV —
0.44
-16.98%
0.53
-47.00%
1.00
-47.37%
1.90
-27.48%
2.62
+83.22%
1.43
-17.34%
BV —
16.60
-15.26%
19.59
-1.95%
19.98
+6.90%
18.69
+10.66%
16.89
+8.69%
15.54
+5.50%
YIELD(%) —
3.29
-70.78%
11.26
+55.52%
7.24
+125.55%
3.21
+25.39%
2.56
-66.97%
7.75
+22.82%
ราคาหุ้น —
7.30
-29.13%
10.30
-48.24%
19.90
-43.94%
35.50
-19.77%
44.25
+99.32%
22.20
-12.94%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.17
ROE (%)
4.79
ROA (%)
3.85
Book Value/หุ้น
17.04

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
23,680.05
-11.36%
26,715.99
+2.68%
—
23,162.24
+16.29%
19,917.19
+14.89%
17,336.16
+6.25%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
37,593.30
-18.22%
45,971.52
-10.75%
—
45,986.33
+25.13%
36,751.50
+33.18%
27,594.50
+8.22%
รวมสินทรัพย์ —
61,273.35
-15.70%
72,687.50
-6.24%
—
69,148.57
+22.02%
56,668.69
+26.12%
44,930.66
+7.45%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
21,095.73
-28.96%
29,693.80
-11.97%
—
24,000.13
+7.78%
22,267.65
+3.21%
21,575.68
-13.88%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
28,323.55
-13.30%
32,668.87
-1.41%
—
34,893.92
+38.77%
25,145.82
+42.17%
17,687.29
+56.01%
รวมหนี้สิน —
49,419.28
-20.76%
62,362.67
-6.74%
—
58,894.05
+24.21%
47,413.47
+20.76%
39,262.98
+7.89%
รวมส่วนของเจ้าของ —
11,854.07
+14.81%
10,324.83
-3.13%
—
10,254.52
+10.80%
9,255.21
+63.30%
5,667.68
+4.49%
D/E —
4.17
6.04
—
5.74
5.12
6.93
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
4.79
3.16
—
15.50
16.12
15.92
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
3.85
3.50
—
5.14
5.02
4.73
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
0.00
—
0.00
0.00
0.80
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
0.00
—
0.00
0.00
0.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
0.00
—
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
0.00
—
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
0.00
—
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
0.00
—
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,001
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+508
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-6,001.02
-276.24%
3,405.05
—
6,933.08
+78.04%
3,894.10
+362.54%
841.89
-30.65%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
507.71
+223.36%
157.01
—
-20.38
+487.32%
-3.47
-54.70%
-7.66
-145.17%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
5,131.78
-269.35%
-3,030.36
—
-6,656.24
+81.88%
-3,659.72
-15.03%
-4,307.32
+236.90%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-361.51
-167.99%
531.69
—
256.46
+11.06%
230.92
-106.65%
-3,473.09
+7,185.69%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
976.54
+77.27%
550.88
-8.37%
—
471.30
+19.34%
394.92
-13.70%
457.60
+108.29%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
326.52
-66.56%
976.54
+77.27%
—
601.20
+27.56%
471.30
+19.34%
394.92
-13.70%