บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
12.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นหลักๆ เกิดจาก รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อในไตรมาส 1 ปี 2565 มีจํานวน 952.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 229.46 ล้าน บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.75 จากไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีจํานวน 722.64 ล้านบาท เป็นผลจากให้สินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นและ การเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขาย จํานวน 290.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 191.35 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 192.97 จากไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีจํานวน 99.16 ล้าน บาท เป็นผลจากการตัดหนี้สูญ และการกําหนดส่วนเพิ่มจากการบริหารจัดการ (Management Overlay) ซึ่งในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทกําหนดส่วนเพิ่มจากการบริหารจัดการ (Management Overlay) จํานวน 85.98 ล้านบาท ในขณะที่ลูกหนี้ที่ไม่ ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลง
โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม ในไตรมาส 1 ปี 2565 เท่ากับร้อยละ 2.56
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3764 out_tok=1878 at=2026-07-27T08:21:47 -->
# ASK กำไร Q2/2564 พุ่ง 16.8% รับรายได้สินเชื่อ-ประกันโตแรง
## รายได้รวมโตกว่า 29% หนุนกำไรสุทธิ 269 ล้านบาท ขณะที่ผลขาดทุนฯ พุ่งสูง
บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ASK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 269.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 1,090.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 29.11% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยจากกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ เงินให้กู้ยืม และรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัย อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรของ ASK ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยจากกลุ่มสินเชื่อประเภทต่างๆ และรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัย** ซึ่งสามารถชดเชยผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมากได้ โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 16.81% YoY จาก 230.35 ล้านบาท เป็น 269.08 ล้านบาท แม้ว่าผลขาดทุนด้านเครดิตจะพุ่งสูงถึง 199.46%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยมาจากหลายส่วนหลัก ได้แก่:
* **สินเชื่อเช่าซื้อ:** เพิ่มขึ้น 17.84% เป็น 814.07 ล้านบาท จากการให้สินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นและพอร์ตสินเชื่อที่ขยายตัว
* **สัญญาเช่าการเงิน:** เพิ่มขึ้น 35.39% เป็น 15.38 ล้านบาท จากการให้สินเชื่อใหม่และพอร์ตที่เพิ่มขึ้น
* **เงินให้กู้ยืม:** เพิ่มขึ้นถึง 75.20% เป็น 106.52 ล้านบาท จากการให้สินเชื่อใหม่และพอร์ตที่เติบโต
* **ธุรกิจนายหน้าประกันภัย:** เพิ่มขึ้นถึง 149.67% เป็น 117.57 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการให้สินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้นและอัตราการทำประกันที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่สำคัญคือ **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขาย** ที่เพิ่มขึ้นถึง 199.46% เป็น 233.67 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตัดหนี้สูญพิเศษตามประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพื่อปรับปรุงคุณภาพของสินทรัพย์รอการขาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยจากพอร์ตสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป หากเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวและบริษัทสามารถบริหารจัดการการให้สินเชื่อใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการตัดหนี้สูญพิเศษ อาจเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวเพื่อปรับปรุงบัญชี หรืออาจสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นในอนาคต จำเป็นต้องติดตามผลประกอบการในไตรมาสถัดไปเพื่อประเมินแนวโน้มของผลขาดทุนด้านเครดิตอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 269.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.81% YoY
* **รายได้รวม:** 1,090.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.11% YoY
* **รายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อ:** 814.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.84% YoY
* **รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม:** 106.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.20% YoY
* **รายได้นายหน้าประกันภัย:** 117.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149.67% YoY
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตฯ:** 233.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 199.46% YoY (จากการตัดหนี้สูญพิเศษ)
* **ต้นทุนทางการเงิน:** 254.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.81% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสำหรับงวด 269.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.73 ล้านบาท หรือ 16.81% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 ที่มีกำไร 230.35 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 1,090.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 245.84 ล้านบาท หรือ 29.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ สัญญาเช่าการเงิน และเงินให้กู้ยืม จากการให้สินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้น
* การเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ
## ความเสี่ยง
* การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรในอนาคต
* ความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อและการตั้งสำรองหนี้สูญ
* การเติบโตของรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัย
* ผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของภาครัฐ (หากมี)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **รายได้ดอกเบี้ย:** มีการเติบโตที่ชัดเจนในทุกกลุ่มสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้น 17.84% และเงินให้กู้ยืมที่เพิ่มขึ้นถึง 75.20% สะท้อนถึงการขยายฐานลูกค้าและพอร์ตสินเชื่อ
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัยเติบโตโดดเด่นถึง 149.67% บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์เสริมที่เสนอขายควบคู่ไปกับสินเชื่อ
* **ผลขาดทุนด้านเครดิต:** เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา เนื่องจากเพิ่มขึ้นถึง 199.46% โดยมีสาเหตุจากการตัดหนี้สูญพิเศษ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตราส่วน NPL และ Coverage Ratio ในอนาคต
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 8.81% ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน D/E หรือเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
ASK ในไตรมาส 2 ปี 2564 สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้ 16.81% จากการขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อประเภทต่างๆ และรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัย อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการตัดหนี้สูญพิเศษ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์และความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,296.02
ล้านบาท
↓ 15.5% YoY
กำไรขั้นต้น
74.54
ล้านบาท
↓ 34.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.75
%
กำไรสุทธิ
160.07
ล้านบาท
↑ 854.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.35
%
D/E Ratio
4.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,296
↓ -15.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↓ -34.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
160
↑ + 854.1%
YoY
D/E Ratio
4.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.17
ROE (%)
4.79
ROA (%)
3.85
Book Value/หุ้น
17.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,001
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+508
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,001.02
-276.24%
|
3,405.05
|
— |
6,933.08
+78.04%
|
3,894.10
+362.54%
|
841.89
-30.65%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
507.71
+223.36%
|
157.01
|
— |
-20.38
+487.32%
|
-3.47
-54.70%
|
-7.66
-145.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,131.78
-269.35%
|
-3,030.36
|
— |
-6,656.24
+81.88%
|
-3,659.72
-15.03%
|
-4,307.32
+236.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-361.51
-167.99%
|
531.69
|
— |
256.46
+11.06%
|
230.92
-106.65%
|
-3,473.09
+7,185.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
976.54
+77.27%
|
550.88
-8.37%
|
— |
471.30
+19.34%
|
394.92
-13.70%
|
457.60
+108.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
326.52
-66.56%
|
976.54
+77.27%
|
— |
601.20
+27.56%
|
471.30
+19.34%
|
394.92
-13.70%
|