บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
12.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นหลักๆ เกิดจาก รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อในไตรมาส 1 ปี 2565 มีจํานวน 952.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 229.46 ล้าน บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.75 จากไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีจํานวน 722.64 ล้านบาท เป็นผลจากให้สินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นและ การเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขาย จํานวน 290.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 191.35 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 192.97 จากไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีจํานวน 99.16 ล้าน บาท เป็นผลจากการตัดหนี้สูญ และการกําหนดส่วนเพิ่มจากการบริหารจัดการ (Management Overlay) ซึ่งในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทกําหนดส่วนเพิ่มจากการบริหารจัดการ (Management Overlay) จํานวน 85.98 ล้านบาท ในขณะที่ลูกหนี้ที่ไม่ ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลง
โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม ในไตรมาส 1 ปี 2565 เท่ากับร้อยละ 2.56
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3819 out_tok=2181 at=2026-07-25T10:47:59 -->
# ASK กำไร Q1/2566 โต 14.7% รับพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ-จำนำทะเบียนขยายตัว
## รายได้ดอกเบี้ยพุ่ง 19% หนุนกำไรสุทธิ ขณะต้นทุนทางการเงินเพิ่มตามภาวะดอกเบี้ย
บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ASK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 402.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 1,546.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.83% ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อจำนำทะเบียน รวมถึงรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยส่งผลต่ออัตรากำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรของ ASK ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยจากพอร์ตสินเชื่อที่ขยายตัว** โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อจำนำทะเบียน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 19.38% และ 25.77% ตามลำดับ ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 18.83% แม้ว่าจะมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 37.98% แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณสินเชื่อก็สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยเป็นผลโดยตรงจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยได้รับแรงหนุนจากการให้สินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สินเชื่อจำนำทะเบียนก็มีการเติบโตที่ดีเช่นกัน สะท้อนถึงความต้องการสินเชื่อในตลาดที่ยังคงมีอยู่ ขณะเดียวกัน รายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัยก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.17% จากการที่ลูกค้าทำประกันเพิ่มขึ้นเมื่อขอสินเชื่อใหม่
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 37.98% เป็นผลมาจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในตลาด และการที่บริษัทต้องกู้ยืมเงินในปริมาณที่สูงขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** จากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อจำนำทะเบียน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจหลัก อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากภาวะอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ NIM ในระยะถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 14.74% YoY:** อยู่ที่ 402.80 ล้านบาท จาก 351.04 ล้านบาทใน Q1/2565
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 18.83% YoY:** อยู่ที่ 1,546.05 ล้านบาท จาก 1,301.05 ล้านบาท
* **รายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อโต 19.38%:** เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อ
* **รายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อจำนำทะเบียนโต 25.77%:** จากการให้สินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่ง 37.98% YoY:** จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและปริมาณเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น
* **NPL ratio อยู่ที่ 3.73%:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 ASK มีกำไรสุทธิ 402.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.76 ล้านบาท หรือ 14.74% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ที่มีกำไร 351.04 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 1,546.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 245.00 ล้านบาท หรือ 18.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,301.05 ล้านบาท การเติบโตของรายได้หลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้น 19.38% และรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืม (ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อจำนำทะเบียน) ที่เพิ่มขึ้น 25.77% นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัยก็เติบโต 6.17%
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 37.98% เป็นผลจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยและปริมาณเงินกู้ยืมที่สูงขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ ในขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขายเพิ่มขึ้น 7.78% ซึ่งส่งผลต่ออัตรากำไรโดยรวม
## โอกาส
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** การเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อจำนำทะเบียนบ่งชี้ถึงความต้องการสินเชื่อที่ยังคงมีอยู่ และศักยภาพในการขยายธุรกิจของบริษัท
* **รายได้จากธุรกิจนายหน้าประกัน:** การเติบโตของรายได้ส่วนนี้สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของอัตราการทำประกันของลูกค้า ซึ่งเป็นรายได้ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลัก
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจกระทบต่อ NIM หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ทั้งหมด
* **การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิต:** แม้ NPL ratio ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและการตัดหนี้สูญ เป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความผันผวนทางเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายและตลาด จะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและ NIM ของบริษัทในระยะถัดไป
* **การบริหารจัดการ NPL:** การควบคุมและบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อผลขาดทุนด้านเครดิต
* **การขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ:** ความสามารถในการรักษาการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อในสภาวะเศรษฐกิจที่อาจมีความไม่แน่นอน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพื่อรักษาระดับอัตรากำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุ NIM โดยตรง แต่การที่รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 19.38% ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 37.98% บ่งชี้ว่า NIM อาจถูกกดดันจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินที่เร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ย
* **NPL:** NPL ratio อยู่ที่ 3.73% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ามีการตกชั้นของลูกหนี้และการตัดหนี้สูญ เป็นปัจจัยที่ทำให้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น
* **Non-NII:** รายได้จากบริการนายหน้าประกันภัยเติบโต 6.17% ถือเป็นรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่สำคัญและมีแนวโน้มเติบโตตามการปล่อยสินเชื่อใหม่
* **Credit Cost:** ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 7.78% สะท้อนถึงการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุว่าต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นนั้นส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณเงินกู้ยืมที่สูงขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีการระดมทุนเพิ่มขึ้นเพื่อขยายธุรกิจ
## สรุปท้าย
ASK ในไตรมาส 1 ปี 2566 สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้ 14.74% จากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อจำนำทะเบียน ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ดอกเบี้ยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินตามภาวะดอกเบี้ยเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต แม้ว่ารายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันจะช่วยเสริมรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย แต่การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตและการควบคุมต้นทุนทางการเงินจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,296.02
ล้านบาท
↓ 15.5% YoY
กำไรขั้นต้น
74.54
ล้านบาท
↓ 34.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.75
%
กำไรสุทธิ
160.07
ล้านบาท
↑ 854.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.35
%
D/E Ratio
4.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,296
↓ -15.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↓ -34.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
160
↑ + 854.1%
YoY
D/E Ratio
4.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.17
ROE (%)
4.79
ROA (%)
3.85
Book Value/หุ้น
17.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,001
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+508
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,001.02
-276.24%
|
3,405.05
|
— |
6,933.08
+78.04%
|
3,894.10
+362.54%
|
841.89
-30.65%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
507.71
+223.36%
|
157.01
|
— |
-20.38
+487.32%
|
-3.47
-54.70%
|
-7.66
-145.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,131.78
-269.35%
|
-3,030.36
|
— |
-6,656.24
+81.88%
|
-3,659.72
-15.03%
|
-4,307.32
+236.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-361.51
-167.99%
|
531.69
|
— |
256.46
+11.06%
|
230.92
-106.65%
|
-3,473.09
+7,185.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
976.54
+77.27%
|
550.88
-8.37%
|
— |
471.30
+19.34%
|
394.92
-13.70%
|
457.60
+108.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
326.52
-66.56%
|
976.54
+77.27%
|
— |
601.20
+27.56%
|
471.30
+19.34%
|
394.92
-13.70%
|