บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
1.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4638 out_tok=2293 at=2026-07-25T07:18:00 -->
# ASIMAR กำไร Q3/2566 พุ่ง 106% รับแรงหนุนงานซ่อมเรือเอกชน-บริหารต้นทุน
## รายได้รวมหด 19% แต่กำไรสุทธิโตแรง เหตุอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นจากการเปลี่ยนกลุ่มลูกค้าและควบคุมค่าใช้จ่าย
บริษัท เอเชียนมารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASIMAR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 9.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 19.47% จาก 207.40 ล้านบาท เหลือ 167.02 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้งานซ่อมเรือที่ลดลงจากการส่งมอบเรือราชการโครงการใหญ่ในปีก่อน แต่การให้บริการลูกค้าเรือเอกชนซึ่งมีอัตรากำไรสูงขึ้น ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ ASIMAR ในไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือ **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนลูกค้าในงานซ่อมเรือ** แม้รายได้รวมจะลดลง แต่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ในไตรมาส 3 ปี 2565 สาขาสมุทรปราการมีรายได้จากเรือราชการโครงการมูลค่าสูงหลายลำ แต่ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทให้บริการลูกค้าเรือเอกชนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า อย่างไรก็ตาม รายได้จากงานซ่อมเรือโดยรวมลดลง 9.72% คิดเป็น 15.20 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีโครงการใหญ่เทียบเท่าปีก่อน
ในขณะเดียวกัน บริษัทสามารถลดต้นทุนในการรับจ้างลงได้ถึง 52.54 ล้านบาท หรือ 31.31% ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเอกชนที่มีอัตรากำไรสูงกว่า และการควบคุมต้นทุนให้เป็นไปตามงบประมาณที่ตั้งไว้ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ รายได้จากงานต่อเรือลดลงอย่างมากถึง 93.86% เนื่องจากได้ส่งมอบเรือลากจูงของกองทัพเรือไปแล้วในเดือนสิงหาคม 2566 ส่วนรายได้จากการจัดหาเรือเพิ่มขึ้น 100% จากการต่อเรือกำจัดผักตบชวาให้กับบริษัทอีโคมารีน ซึ่งเป็นบริษัทย่อย
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 23.14% หรือ 5.43 ล้านบาท เนื่องจากมีการตั้งสำรองลูกหนี้ที่มีอายุค้างชำระและค่าเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้น รวมถึงต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 52.63% หรือ 1.00 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้จะมีการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นไปบางส่วน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของการบริหารต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น** การที่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้ตามงบประมาณและปรับกลยุทธ์ไปให้บริการลูกค้าเอกชนที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น เป็นปัจจัยที่สามารถรักษาไว้ได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของรายได้หลักจะขึ้นอยู่กับปริมาณและมูลค่าของงานซ่อมเรือและงานต่อเรือ ซึ่งมีความผันผวนตามลักษณะโครงการและลูกค้าที่เข้ามาในแต่ละช่วงเวลา การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการขนส่งทางทะเลที่ส่งผลดีต่อธุรกิจเรือบริการนักท่องเที่ยวและเรือขนส่ง เป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยหนุนรายได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 เติบโต 106.74%** มาอยู่ที่ 9.82 ล้านบาท จาก 4.75 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/2566 ลดลง 19.47%** อยู่ที่ 167.02 ล้านบาท โดยรายได้งานซ่อมเรือลดลง 9.72% และงานต่อเรือลดลง 93.86%
* **อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น** แม้รายได้รวมลดลง เนื่องจากลูกค้างานซ่อมส่วนใหญ่เป็นเอกชนซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่า และการควบคุมต้นทุนได้ตามเป้าหมาย
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 23.14%** จากการตั้งสำรองลูกหนี้และค่าเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 52.63%** จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 ASIMAR มีรายได้รวม 167.02 ล้านบาท ลดลง 19.47% เมื่อเทียบกับ 207.40 ล้านบาทในปีก่อน โดยรายได้จากการรับจ้างลดลง 19.44% เป็น 163.22 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเพิ่มขึ้น 102.87% เป็น 12.74 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 106.74% เป็น 9.82 ล้านบาท
## โอกาส
* การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการขนส่งทางทะเล ส่งผลดีต่อธุรกิจเรือสำหรับบริการนักท่องเที่ยวและเรือขนส่ง
* การให้บริการลูกค้าเรือเอกชนซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า
* การรับรู้รายได้จากโครงการต่อเรือกำจัดผักตบชวาให้กับกรมชลประทาน จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจะส่งมอบในเดือนพฤศจิกายน 2566
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของรายได้จากการรับจ้างซ่อมและต่อเรือ ขึ้นอยู่กับจำนวนและมูลค่าของโครงการ
* ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้น
* การตั้งสำรองลูกหนี้ที่มีอายุค้างชำระ และค่าเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้งานซ่อมเรือและงานต่อเรือในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยต่อต้นทุนทางการเงิน
* การรับรู้รายได้จากโครงการต่อเรือกำจัดผักตบชวาที่จะส่งมอบในเดือนพฤศจิกายน 2566
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการรับจ้างซ่อมเรือ:** แม้รายได้รวมจะลดลง แต่การเปลี่ยนไปให้บริการลูกค้าเรือเอกชนเป็นส่วนใหญ่ในไตรมาส 3 ปี 2566 ถือเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้น การที่สาขาสุราษฎร์ธานีมีรายได้สูงขึ้นจากการเข้ามาซ่อมทำของเรือจำนวนมาก และการกลับมาฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการขนส่งทางทะเล เป็นสัญญาณที่ดี
**รายได้จากงานต่อเรือ:** รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากการส่งมอบโครงการหลักไปแล้ว ซึ่งเป็นลักษณะของโครงการที่มีมูลค่าสูงและใช้ระยะเวลาในการดำเนินงาน การรับรู้รายได้ในส่วนนี้จึงมีความผันผวนตามการส่งมอบโครงการ
**รายได้จากการจัดหาเรือ:** มีการเติบโต 100% จากโครงการต่อเรือกำจัดผักตบชวา ซึ่งเป็นรายได้ที่เข้ามาเสริม แม้จะมีมูลค่าไม่สูงเท่าโครงการต่อเรือขนาดใหญ่
**อัตรากำไรขั้นต้น:** การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเป็นจุดเด่นสำคัญของผลประกอบการในไตรมาสนี้ สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์การเลือกรับงานที่ให้ผลตอบแทนดี
**ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เนื่องจากส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน ณ 30 กันยายน 2566 อยู่ที่ 0.94 เท่า ลดลงจาก 0.99 เท่า ณ สิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนและหนี้สินหมุนเวียนลดลง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการบริหารเงินสดรับและชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นได้ดี
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.95 เท่า ณ สิ้นปี 2565 มาอยู่ที่ 0.70 เท่า ณ 30 กันยายน 2566 แม้หนี้สินรวมจะลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ แต่ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากการจ่ายปันผล แม้กำไรสะสม 9 เดือนจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย
## สรุปท้าย
ASIMAR โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ที่น่าประทับใจด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตกว่าเท่าตัว แม้รายได้รวมจะลดลง ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากความสามารถในการบริหารต้นทุนที่ยอดเยี่ยมและการเปลี่ยนไปให้บริการลูกค้าเรือเอกชนซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่า แม้จะมีความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น แต่การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและโครงการใหม่ๆ ที่จะเข้ามา เป็นโอกาสที่น่าจับตาสำหรับผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASIMAR ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
207.38
ล้านบาท
↓ 57.8% YoY
กำไรขั้นต้น
34.22
ล้านบาท
↓ 44% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.50
%
กำไรสุทธิ
3.51
ล้านบาท
↓ 81.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.69
%
D/E Ratio
0.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
207
↓ -57.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -44%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -81.3%
YoY
D/E Ratio
0.87
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASIMAR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.87
ROE (%)
9.26
ROA (%)
6.51
Book Value/หุ้น
1.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASIMAR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-62
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+37
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASIMAR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-61.92
-77.98%
|
-281.14
-1,601.82%
|
18.72
-88.55%
|
163.50
-11,778.57%
|
-1.40
-98.86%
|
-122.37
+188.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
36.90
-46.02%
|
68.36
-1,412.09%
|
-5.21
-123.31%
|
22.35
+9,617.39%
|
0.23
-98.96%
|
22.11
-5.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-128.88
-138.25%
|
336.96
-347.82%
|
-135.97
-41.84%
|
-233.79
+314.89%
|
-56.35
-141.37%
|
136.21
+56.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-153.92
-223.95%
|
124.18
+4,621.67%
|
2.63
-105.48%
|
-47.95
-16.61%
|
-57.50
-259.99%
|
35.94
-47.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
68.30
-35.66%
|
106.16
+276.85%
|
28.17
+44.09%
|
19.55
-21.39%
|
24.87
-62.77%
|
66.80
+58.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
98.92
+44.83%
|
68.30
-38.75%
|
111.51
+295.85%
|
28.17
+44.09%
|
19.55
-21.39%
|
24.87
-62.77%
|