บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
5.90
0.05 (0.84%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงเกิดจาก การลดลงของรายได้ และ ผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่มีความผันผวน โดย วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต ประเภท โลหะ เหล็ก ทองแดง มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ซึ่งถือว่ามีนัยสําคัญ นอกจากนี้ยังมีผลกระทบทางสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งทําให้เกิดค่าใช้จ่าย และการทํางานที่ยาก รวมทั้งมีการเลื่อนกําหนดการส่งมอบ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5669 out_tok=2456 at=2026-07-25T07:46:18 -->
# ASEFA กำไรสุทธิปี 2565 หด 25% รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่ม
## รายได้รวมโต 18.9% แต่ GPM และ Net Margin ถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) หรือ ASEFA รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 3,090.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.92% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 25.31% มาอยู่ที่ 103.33 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 5.26% เหลือ 3.31% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ ASEFA ในปี 2565 ลดลง 25.31% มาอยู่ที่ 103.33 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตถึง 18.92% นั้น มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ **ต้นทุนสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่ารายได้** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ด้านต้นทุน:** ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนสินค้าที่ขายและบริการเพิ่มขึ้น 20.78% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ สาเหตุหลักมาจาก "วัตถุดิบหลักที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ" และ "ต้นทุนส่วนเพิ่มที่เกิดจากระยะเวลาในการดำเนินงานที่ยาวนานกว่าแผนงาน" ในงานจ้างเหมาวิศวกรรมระบบบางโครงการ ทำให้ GPM ลดลงจาก 18.48% เป็น 17.21%
**ด้านค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นถึง 23.98% โดยมีรายละเอียดสำคัญคือ "ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับพนักงาน" เพิ่มขึ้น 14.27 ล้านบาท และ "การตั้งสำรองค่าเผื่อลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น" 35.17 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุแนวโน้มที่ชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบจะลดลงเมื่อใด หรือระยะเวลาดำเนินงานจะกลับสู่แผนได้เมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นผลจากการประเมินความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา ซึ่งต้องรอดูผลการดำเนินงานในไตรมาสถัดไปว่าจะมีมาตรการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพเพียงใด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 18.92%:** อยู่ที่ 3,090.66 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและจำหน่าย, กลุ่มซื้อมาจำหน่ายต่อ, กลุ่มงานบริการ และโครงการรื้อถอนโรงไฟฟ้า
* **กำไรสุทธิหด 25.31%:** อยู่ที่ 103.33 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** จาก 18.48% เหลือ 17.21% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับราคาเพิ่มขึ้น และต้นทุนส่วนเพิ่มจากระยะเวลาดำเนินงานที่นานกว่าแผน
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.98%:** สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายพนักงานและสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้น
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 32.17%:** อยู่ที่ 2,094.95 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลัก และงานโครงการที่รอส่งมอบ
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 55.51%:** อยู่ที่ 1,336.89 ล้านบาท โดยหลักมาจากการใช้วงเงินสินเชื่อระยะสั้นเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน และการซื้อวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 ASEFA มีรายได้จากการขายและบริการรวม 3,090.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.92% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและจำหน่าย (เพิ่มขึ้น 206.70 ล้านบาท), กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาจำหน่ายต่อ (เพิ่มขึ้น 57.13 ล้านบาท), กลุ่มงานบริการ (เพิ่มขึ้น 197.99 ล้านบาท) และโครงการรื้อถอนโรงไฟฟ้า (เพิ่มขึ้น 29.82 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ต้นทุนสินค้าที่ขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.48% เป็น 17.21% ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำไรสุทธิในปี 2565 อยู่ที่ 103.33 ล้านบาท ลดลง 25.31% เมื่อเทียบกับปีก่อน และทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 5.26% เหลือ 3.31%
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจ:** แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขยายตลาดและฐานลูกค้า
* **การเพิ่มขึ้นของงานบริการและโครงการรื้อถอนโรงไฟฟ้า:** เป็นสัญญาณบวกต่อการสร้างรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้น:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายในการบริหาร อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร
* **การตั้งสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้น:** บ่งชี้ถึงความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกค้า หรือการประเมินความเสี่ยงที่เข้มงวดขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่เพิ่มขึ้น:** จาก 0.53 เท่า เป็น 0.83 เท่า สะท้อนถึงการพึ่งพาเงินกู้ยืมที่สูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก:** จะมีทิศทางปรับตัวลดลงหรือไม่ในอนาคต
* **ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **ความสามารถในการส่งมอบงานตามแผน:** เพื่อควบคุมต้นทุนส่วนเพิ่มที่เกิดจากระยะเวลาดำเนินงานที่ล่าช้า
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** โดยเฉพาะการใช้วงเงินสินเชื่อระยะสั้น และการบริหารกระแสเงินสด
* **การตั้งสำรองหนี้สูญ:** จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลงในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ต้นทุนส่วนเพิ่มเกิดจากระยะเวลาดำเนินงานที่ยาวนานกว่าแผน อาจบ่งชี้ถึงปัญหาการบริหารจัดการทรัพยากร หรือความล่าช้าในกระบวนการผลิต/ส่งมอบ
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่รายได้จากงานโครงการเพิ่มขึ้น และมีเงินมัดจำรับล่วงหน้าสำหรับโครงการใหม่ๆ บ่งชี้ว่ายังมีงานในมือ
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ GPM โดยฝ่ายจัดการระบุว่ามีการปรับราคาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **GPM:** ลดลงจาก 18.48% เป็น 17.21% เป็นผลโดยตรงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออก
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 119.12 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นวัตถุดิบหลัก และงานโครงการที่อยู่ในระหว่างการทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับการซื้อวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,920.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.16% โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 86.37 ล้านบาท จากกระแสเงินสดรับจากการขายที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/2565 ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 165.33 ล้านบาท และลูกหนี้ที่ยังไม่ได้เรียกเก็บเพิ่มขึ้น 114.31 ล้านบาท สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 119.12 ล้านบาท
ด้านหนี้สินรวมอยู่ที่ 1,336.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.51% โดยหลักมาจากการใช้วงเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 279.22 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 161.39 ล้านบาท จากการซื้อวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 0.53 เท่า เป็น 0.83 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 1.76% มาอยู่ที่ 1,583.74 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน 95.59 ล้านบาท แต่มีการจ่ายเงินปันผล 120.04 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ASEFA เผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไรในปี 2565 แม้รายได้จะเติบโตได้ดี โดยมีหัวใจสำคัญมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนดำเนินงานที่ยังคงเป็นความท้าทาย แม้จะมีโอกาสจากการเติบโตของรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจ แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการหนี้สินในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASEFA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,002.23
ล้านบาท
↑ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
266.54
ล้านบาท
↑ 23.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.59
%
กำไรสุทธิ
69.12
ล้านบาท
↑ 29.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.90
%
D/E Ratio
1.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,002
↑ + 16.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
267
↑ + 23.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
69
↑ + 29.6%
YoY
D/E Ratio
1.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASEFA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.20
ROE (%)
11.27
ROA (%)
7.89
Book Value/หุ้น
4.03
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASEFA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+381
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+141
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASEFA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
381.31
-327.73%
|
-167.44
+39.88%
|
-119.70
-20.96%
|
-151.44
-54.58%
|
-333.41
+232.64%
|
-100.23
-276.99%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
140.99
-39.62%
|
233.52
+5,293.07%
|
4.33
-135.64%
|
-12.15
-35.48%
|
-18.83
+25.62%
|
-14.99
-36.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-174.43
-391.45%
|
59.85
-70.30%
|
201.52
+4.23%
|
193.35
-42.98%
|
339.12
+234.77%
|
101.30
-13,087.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
347.87
+669.11%
|
45.23
-47.50%
|
86.15
-252.18%
|
-56.61
+330.82%
|
-13.14
-5.67%
|
-13.93
-143.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
272.13
+10.04%
|
247.30
+54.27%
|
160.30
+116.84%
|
0.00
-100.00%
|
157.52
+51.33%
|
104.09
+21.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
485.30
+78.33%
|
272.13
+10.04%
|
247.30
+54.27%
|
0.00
-100.00%
|
73.93
-53.07%
|
157.52
+51.33%
|