บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
5.90
0.05 (0.84%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงเกิดจาก การลดลงของรายได้ และ ผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่มีความผันผวน โดย วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต ประเภท โลหะ เหล็ก ทองแดง มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ซึ่งถือว่ามีนัยสําคัญ นอกจากนี้ยังมีผลกระทบทางสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งทําให้เกิดค่าใช้จ่าย และการทํางานที่ยาก รวมทั้งมีการเลื่อนกําหนดการส่งมอบ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5070 out_tok=2746 at=2026-07-25T09:51:48 -->
# ASEFA Q1/2566 กำไรโตแรง 287% รับอานิสงส์งานใหญ่-ต้นทุนวัตถุดิบคลาย
## รายได้-กำไรพุ่งแรงจากงานโครงการใหญ่ ด้านต้นทุนวัตถุดิบผันผวนลดลง หนุน GPM ทรงตัว
บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) หรือ ASEFA รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 863.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.68% และมีกำไรสุทธิ 34.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 287.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการส่งมอบงานโครงการใหญ่หลายโครงการ ประกอบกับการที่ราคาวัตถุดิบมีความผันผวนลดลง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลงเมื่อเทียบกับปริมาณยอดขายที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ASEFA ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 61.68% และ **การคลี่คลายของราคาวัตถุดิบ** ที่ช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุน ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปริมาณยอดขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นถึง 287.19%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจาก **การส่งมอบงานโครงการใหญ่** ที่บริษัทมีอยู่ในมือหลายโครงการ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการโครงการที่มีประสิทธิภาพและการวางแผนการผลิตที่ดี ทำให้สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนดและรับรู้รายได้ตามสัดส่วนงานที่ทำเสร็จ สำหรับต้นทุนสินค้าที่ขายและบริการ แม้จะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขาย แต่ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** อยู่ที่ 16.54% ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ลดลงเพียง 0.13% แสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น โดยฝ่ายจัดการระบุว่าราคาวัตถุดิบมีความผันผวนลดลง ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับปริมาณยอดขายที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก **การมีงานโครงการใหญ่หลายโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสนี้** ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการ Order Book ที่ดี และแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่คลี่คลายลง หากบริษัทสามารถรักษาการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ต่อเนื่อง ประกอบกับการมี Backlog ที่เพียงพอ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบและสภาวะเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้โต 61.68% YoY:** อยู่ที่ 863.16 ล้านบาท จากการส่งมอบงานโครงการใหญ่หลายโครงการ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 287.19% YoY:** อยู่ที่ 34.29 ล้านบาท
* **อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น:** จาก 1.64% เป็น 3.93%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัว:** อยู่ที่ 16.54% ลดลงเล็กน้อยเพียง 0.13% จากปีก่อน
* **ต้นทุนวัตถุดิบคลี่คลาย:** ช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนเมื่อเทียบกับปริมาณยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** 28.47% ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายพนักงาน สำรองหนี้สงสัยจะสูญ และสำรองสินค้าเสื่อมสภาพ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 863.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 329.31 ล้านบาท หรือ 61.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทผลิตและจำหน่ายเพิ่มขึ้น 146.30 ล้านบาท, รายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาจำหน่ายต่อเพิ่มขึ้น 61.07 ล้านบาท และรายได้จากกลุ่มงานบริการเพิ่มขึ้น 121.94 ล้านบาท
ต้นทุนสินค้าที่ขายและบริการอยู่ที่ 720.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 275.48 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 16.54% ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อนที่ลดลง 0.13%
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.62 ล้านบาท หรือ 28.47% เป็นผลจากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ และการตั้งสำรองสินค้าเสื่อมสภาพ
ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 34.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.43 ล้านบาท หรือ 287.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 1.64% เป็น 3.93%
## โอกาส
* **การส่งมอบงานโครงการใหญ่:** การมีโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสนี้ บ่งชี้ถึงศักยภาพในการบริหารจัดการ Order Book และการดำเนินงาน
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ:** การที่ราคาวัตถุดิบมีความผันผวนลดลง ช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การเติบโตของรายได้จากงานบริการ:** รายได้จากกลุ่มงานบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการขยายธุรกิจในส่วนนี้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันจะคลี่คลายลง แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาและอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรมอาจส่งผลต่อการตั้งราคาขายและอัตรากำไร
* **สภาวะเศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณคำสั่งซื้อและความต้องการสินค้าและบริการ
* **การบริหารจัดการโครงการ:** ความล่าช้าหรือปัญหาในการดำเนินงานโครงการขนาดใหญ่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการรับงานใหม่ (Order Book):** การบริหารจัดการและปริมาณ Order Book ใหม่ที่จะเข้ามาทดแทนโครงการที่ทยอยส่งมอบ
* **การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก
* **การเติบโตของรายได้จากกลุ่มงานบริการ:** ทิศทางการเติบโตและโอกาสในการขยายธุรกิจในส่วนของงานบริการ
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานและการตั้งสำรองต่างๆ
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่เป็นปัจจัยที่อาจมีผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้ในธุรกิจที่มีการนำเข้า-ส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการส่งมอบงานโครงการใหญ่ บ่งชี้ว่าโรงงานมีการทำงานที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับปริมาณงาน
* **Order Book:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book ที่ชัดเจน แต่การที่ฝ่ายจัดการกล่าวถึง "งานโครงการใหญ่ๆ หลายโครงการที่ส่งมอบงานในไตรมาสนี้" แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการ Order Book ที่ดี และมี Backlog เพียงพอสำหรับการดำเนินงานในปัจจุบัน
* **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาวัตถุดิบมีความผันผวนลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 16.54% ซึ่งถือว่าทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้ดี แม้ต้นทุนสินค้าที่ขายจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขาย
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกโดยตรง
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 66.58 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูปและงานระหว่างทำ ซึ่งอยู่ในระหว่างการทำงานและรอส่งมอบงาน สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 2,952.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.74 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ เงินสดลดลง, ลูกหนี้การค้าลดลง, สินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาเพิ่มขึ้น, สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น และเงินให้กู้ยืมระยะสั้นและยาวลดลงจากการรับชำระหนี้
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,347.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.16 ล้านบาท โดยมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นลดลงจากการจ่ายชำระหนี้, เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้นจากการสั่งซื้อวัตถุดิบ และหนี้สินที่เกิดจากสัญญาหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากเงินมัดจำรับล่วงหน้างานบริการ
อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลงจาก 0.83 เท่า เป็น 0.82 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นมีจำนวน 1,605.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.58 ล้านบาท จากการจำหน่ายส่วนแบ่งกำไรกิจการร่วมค้า, หุ้นทุนซื้อคืน และกำไรจากการดำเนินงาน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดก่อน ซึ่งบริษัทฯ ได้นำไปใช้ในการจ่ายชำระหนี้เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินบางส่วน
## สรุปท้าย
ASEFA โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยรายได้ที่พุ่งสูงขึ้น 61.68% และกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 287.19% โดยมีหัวใจสำคัญมาจาก **การส่งมอบงานโครงการใหญ่** ที่ช่วยขับเคลื่อนรายได้ และ **การคลี่คลายของราคาวัตถุดิบ** ที่ช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุน ทำให้ GPM ทรงตัว แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะปรับเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานและสำรองต่างๆ โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการบริหาร Order Book ที่ดีและแนวโน้มต้นทุนที่เอื้ออำนวย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASEFA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,002.23
ล้านบาท
↑ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
266.54
ล้านบาท
↑ 23.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.59
%
กำไรสุทธิ
69.12
ล้านบาท
↑ 29.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.90
%
D/E Ratio
1.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,002
↑ + 16.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
267
↑ + 23.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
69
↑ + 29.6%
YoY
D/E Ratio
1.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASEFA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.20
ROE (%)
11.27
ROA (%)
7.89
Book Value/หุ้น
4.03
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASEFA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+381
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+141
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASEFA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
381.31
-327.73%
|
-167.44
+39.88%
|
-119.70
-20.96%
|
-151.44
-54.58%
|
-333.41
+232.64%
|
-100.23
-276.99%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
140.99
-39.62%
|
233.52
+5,293.07%
|
4.33
-135.64%
|
-12.15
-35.48%
|
-18.83
+25.62%
|
-14.99
-36.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-174.43
-391.45%
|
59.85
-70.30%
|
201.52
+4.23%
|
193.35
-42.98%
|
339.12
+234.77%
|
101.30
-13,087.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
347.87
+669.11%
|
45.23
-47.50%
|
86.15
-252.18%
|
-56.61
+330.82%
|
-13.14
-5.67%
|
-13.93
-143.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
272.13
+10.04%
|
247.30
+54.27%
|
160.30
+116.84%
|
0.00
-100.00%
|
157.52
+51.33%
|
104.09
+21.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
485.30
+78.33%
|
272.13
+10.04%
|
247.30
+54.27%
|
0.00
-100.00%
|
73.93
-53.07%
|
157.52
+51.33%
|