บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
5.90
0.05 (0.84%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงเกิดจาก การลดลงของรายได้ และ ผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่มีความผันผวน โดย วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต ประเภท โลหะ เหล็ก ทองแดง มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ซึ่งถือว่ามีนัยสําคัญ นอกจากนี้ยังมีผลกระทบทางสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งทําให้เกิดค่าใช้จ่าย และการทํางานที่ยาก รวมทั้งมีการเลื่อนกําหนดการส่งมอบ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5338 out_tok=2793 at=2026-07-25T01:35:39 -->
# ASEFA กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 17% YoY แต่ 6 เดือนแรกโต 38% รับแรงหนุนรายได้รวม
## รายได้รวม Q2/66 เติบโต 3.87% แต่กำไรสุทธิลดลง สวนทาง 6 เดือนแรกที่โตเด่นทั้งรายได้และกำไร
บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) หรือ ASEFA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 795.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 17.05% มาอยู่ที่ 33.22 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิปรับลดลงจาก 5.16% เป็น 4.15% ในขณะที่ภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมเติบโต 27.61% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 38.05%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายผลประกอบการที่แตกต่างกันระหว่างไตรมาส 2 และ 6 เดือนแรกของปี 2566 คือ **การเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบรายได้และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน** โดยในไตรมาส 2 แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่การที่รายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายลดลง 17.10 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการซื้อมาขายต่อเพิ่มขึ้น 45.05 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิโดยรวม ในทางตรงกันข้าม ผลประกอบการ 6 เดือนแรกที่เติบโตโดดเด่น มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการโดยรวมที่แข็งแกร่งกว่า และการบริหารจัดการต้นทุนที่ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากการขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 3.87% โดยมีรายได้ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายลดลง 17.10 ล้านบาท ซึ่งอาจส่งผลต่อ GPM ที่ลดลงเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาขายต่อที่เพิ่มขึ้น 45.05 ล้านบาท และงานบริการที่เพิ่มขึ้น 1.67 ล้านบาท แม้ต้นทุนสินค้าที่ขายและบริการจะเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับยอดขาย แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร 5.94% โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเงินเดือนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับพนักงาน รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 575.36% (จาก 0.39 ล้านบาท เป็น 2.25 ล้านบาท) เป็นปัจจัยกดดันให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ลดลง 17.05%
สำหรับภาพรวม 6 เดือนแรก การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่สูงถึง 27.61% เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 358.92 ล้านบาท ประกอบกับการบริหารต้นทุนสินค้าที่ขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกับรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 25.61% และเมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า (16.07%) ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เติบโตถึง 23.70% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 38.05%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ปรากฏ การเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบรายได้ในไตรมาส 2 อาจเป็นปัจจัยชั่วคราวที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนสินค้าที่ขายและบริการเพิ่มขึ้น "สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น" และอัตรากำไรขั้นต้นยังคงใกล้เคียงเดิม (18.44% เทียบกับ 18.47% ใน Q2/65) บ่งชี้ว่าการดำเนินงานหลักยังคงมีเสถียรภาพ ส่วนการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินอาจเป็นผลมาจากการใช้เงินกู้ยืมเพื่อลงทุนในบริษัทย่อย ซึ่งต้องติดตามผลตอบแทนจากการลงทุนดังกล่าวต่อไป ภาพรวม 6 เดือนแรกที่เติบโตได้ดี สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมและคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีโอกาสต่อเนื่องหากปัจจัยมหภาคยังคงสนับสนุน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/66 เติบโต 3.87%** อยู่ที่ 795.93 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการซื้อมาขายต่อและงานบริการ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 17.05%** อยู่ที่ 33.22 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 5.16% เป็น 4.15%
* **ภาพรวม 6 เดือนแรกปี 66 กำไรสุทธิโต 38.05%** อยู่ที่ 67.51 ล้านบาท รายได้รวมเพิ่มขึ้น 27.61%
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง 575.36%** ใน Q2/66 จาก 0.39 ล้านบาท เป็น 2.25 ล้านบาท
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 59.29 ล้านบาท** ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูปและงานระหว่างทำที่รอส่งมอบ
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 13.27%** จากการใช้เงินกู้ยืมลงทุนสำหรับบริษัทย่อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 795.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.87% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 33.22 ล้านบาท ลดลง 17.05% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 5.16% เป็น 4.15%
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,659.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.61% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 67.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.05% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 3.72% เป็น 4.04%
## โอกาส
* การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการซื้อมาขายต่อและงานบริการ บ่งชี้ถึงการขยายฐานลูกค้าและบริการที่หลากหลาย
* การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือในส่วนของสินค้าสำเร็จรูปและงานระหว่างทำที่รอส่งมอบ สะท้อนถึงปริมาณคำสั่งซื้อที่เข้ามาและคาดว่าจะรับรู้รายได้ในอนาคต
* การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ถาวรจากการซื้อสินทรัพย์ใหม่ อาจเป็นการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* การลดลงของรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายใน Q2/66 อาจส่งผลกระทบต่อ GPM หากไม่สามารถชดเชยด้วยผลิตภัณฑ์อื่นได้
* ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจเป็นภาระต่อผลกำไรในระยะยาว
* อัตราหนี้สินต่อทุนที่เพิ่มขึ้นจาก 0.83 เท่า เป็น 0.98 เท่า อาจจำกัดความสามารถในการกู้ยืมเพิ่มเติมในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่
* ผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทย่อยที่ใช้เงินกู้ยืมมาสนับสนุน
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและภาระดอกเบี้ยจ่าย
* การรับรู้รายได้จากงานระหว่างทำและสินค้าสำเร็จรูปที่อยู่ในคลัง
* แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม และความสามารถในการแข่งขันของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล utilization โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือในส่วนของงานระหว่างทำที่อยู่ในระหว่างการทำงานและรอส่งมอบ อาจบ่งชี้ถึงการทำงานที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล order book โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือในส่วนของงานระหว่างทำและรอส่งมอบ เป็นสัญญาณที่ดี
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ระบุว่าต้นทุนสินค้าที่ขายและบริการเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับยอดขาย
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ใน Q2/66 อยู่ที่ 18.44% ใกล้เคียงกับปีก่อน (18.47%) แต่สำหรับ 6 เดือนแรก GPM อยู่ที่ 17.45% ลดลงจาก 17.73% ในปีก่อน
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 59.29 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นในส่วนของสินค้าสำเร็จรูปและงานระหว่างทำที่อยู่ในระหว่างการทำงานและรอส่งมอบงาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 3,030.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.75% จากสิ้นปี 2565 โดยมีลูกหนี้การค้าลดลง 79.61 ล้านบาท แต่มีลูกหนี้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ (สินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาหมุนเวียน) เพิ่มขึ้น 44.41 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 59.29 ล้านบาท และสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น 22.04 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,514.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.27% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมเพิ่มขึ้น 202.35 ล้านบาท จากการใช้เงินกู้ยืมลงทุนสำหรับบริษัทย่อย และหนี้สินที่เกิดจากสัญญาหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 20.99 ล้านบาท ทำให้อัตราหนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้นจาก 0.83 เท่า เป็น 0.98 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 4.28% มาอยู่ที่ 1,515.93 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล 97.49 ล้านบาท และการซื้อหุ้นคืน 33.73 ล้านบาท แม้จะมีกำไรจากการดำเนินงาน 66.67 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า 3.00 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ASEFA ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงและการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบรายได้ที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 17.05% แม้รายได้รวมจะยังเติบโตได้เล็กน้อย แต่ภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 38.05% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมและการบริหารต้นทุนที่ดี การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังในส่วนของงานระหว่างทำเป็นสัญญาณบวกต่อรายได้ในอนาคต แต่ต้องจับตาความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและแนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASEFA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,002.23
ล้านบาท
↑ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
266.54
ล้านบาท
↑ 23.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.59
%
กำไรสุทธิ
69.12
ล้านบาท
↑ 29.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.90
%
D/E Ratio
1.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,002
↑ + 16.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
267
↑ + 23.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
69
↑ + 29.6%
YoY
D/E Ratio
1.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASEFA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.20
ROE (%)
11.27
ROA (%)
7.89
Book Value/หุ้น
4.03
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASEFA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+381
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+141
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASEFA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
381.31
-327.73%
|
-167.44
+39.88%
|
-119.70
-20.96%
|
-151.44
-54.58%
|
-333.41
+232.64%
|
-100.23
-276.99%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
140.99
-39.62%
|
233.52
+5,293.07%
|
4.33
-135.64%
|
-12.15
-35.48%
|
-18.83
+25.62%
|
-14.99
-36.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-174.43
-391.45%
|
59.85
-70.30%
|
201.52
+4.23%
|
193.35
-42.98%
|
339.12
+234.77%
|
101.30
-13,087.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
347.87
+669.11%
|
45.23
-47.50%
|
86.15
-252.18%
|
-56.61
+330.82%
|
-13.14
-5.67%
|
-13.93
-143.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
272.13
+10.04%
|
247.30
+54.27%
|
160.30
+116.84%
|
0.00
-100.00%
|
157.52
+51.33%
|
104.09
+21.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
485.30
+78.33%
|
272.13
+10.04%
|
247.30
+54.27%
|
0.00
-100.00%
|
73.93
-53.07%
|
157.52
+51.33%
|