บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
5.90
0.05 (0.84%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงเกิดจาก การลดลงของรายได้ และ ผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่มีความผันผวน โดย วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต ประเภท โลหะ เหล็ก ทองแดง มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ซึ่งถือว่ามีนัยสําคัญ นอกจากนี้ยังมีผลกระทบทางสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งทําให้เกิดค่าใช้จ่าย และการทํางานที่ยาก รวมทั้งมีการเลื่อนกําหนดการส่งมอบ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12163 out_tok=2724 at=2026-07-27T08:11:01 -->
# ASEFA Q2/2564 กำไรโตแรง 115% รับส่วนแบ่งกำไรลงทุน-คุมต้นทุน
## รายได้รวมโต 6.22% YoY แม้ขายสินค้าลดลง แต่ได้เงินปันผลลงทุนหนุน ขณะที่ต้นทุนการเงินและค่าใช้จ่ายบริหารลดลง
บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) หรือ ASEFA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 114.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วม และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่ารายได้จากการขายและให้บริการจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ ASEFA ในไตรมาส 2/2564 คือ **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วม (BBF) จำนวน 43.18 ล้านบาท** ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับการ **บริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 3.33 ล้านบาท (YoY)** และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 0.63 ล้านบาท (YoY)** ปัจจัยเหล่านี้ได้เข้ามาช่วยชดเชยผลกระทบจากรายได้จากการขายและให้บริการที่ลดลงเล็กน้อย และการปรับตัวลงของกำไรขั้นต้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ส่วนแบ่งกำไรจาก BBF:** การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วม BBF เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่น โดยในไตรมาส 2/2564 บริษัทได้รับส่วนแบ่งกำไรจำนวน 43.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 26.43 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่ดีของบริษัทร่วมทุนนี้
* **การบริหารต้นทุน:** บริษัทสามารถลดต้นทุนทางการเงินลงได้ 3.33 ล้านบาท (YoY) เนื่องจากภาระหนี้สินเงินกู้ยืมระยะยาวที่ลดลง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังลดลง 0.63 ล้านบาท (YoY) จากการควบคุมค่าใช้จ่ายในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่ออัตรากำไร
* **รายได้จากการขายและบริการ:** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 6.22% (YoY) เป็น 374.92 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขายและให้บริการกลับลดลง 3.55 ล้านบาทในกลุ่ม Manufacturing - Energy และเพิ่มขึ้น 26.37 ล้านบาทในกลุ่ม Manufacturing – Chemicals ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่เปลี่ยนแปลงไป
* **กำไรขั้นต้น:** กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 4.56% (YoY) เป็น 68.34 ล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) กลับลดลงเล็กน้อยจาก 18.52% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 18.23% ในไตรมาสนี้ ซึ่งอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ขาย หรือต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทที่ปรับตัวสูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของ **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วม** หาก BBF ยังคงรักษาผลการดำเนินงานที่ดีไว้ได้ นอกจากนี้ **การควบคุมค่าใช้จ่าย** ยังเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญ ซึ่งหากสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยสนับสนุนผลกำไรได้ อย่างไรก็ตาม **ความไม่แน่นอนของรายได้จากการขายและให้บริการ** ในบางกลุ่มธุรกิจ และ **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ** ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่เติบโต 114.82% YoY** แตะ 30.35 ล้านบาท จาก 26.43 ล้านบาทใน Q2/2563
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.22% YoY** เป็น 374.92 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากกลุ่ม Manufacturing – Chemicals
* **รับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม BBF จำนวน 43.18 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 21.13% YoY** และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 1.26% YoY**
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงเล็กน้อย** จาก 18.52% เป็น 18.23% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งบการเงินรวม ไตรมาส 2/2564:**
* **รายได้จากการขายและให้บริการ:** 374.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.22% (YoY)
* **กำไรขั้นต้น:** 68.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.56% (YoY)
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** 18.23% ลดลงเล็กน้อยจาก 18.52% (YoY)
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่:** 30.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 114.82% (YoY)
**งบการเงินรวม 6 เดือนแรกปี 2564:**
* **รายได้จากการขายและให้บริการ:** 709.78 ล้านบาท ลดลง 1.38% (YoY)
* **กำไรขั้นต้น:** 132.11 ล้านบาท ลดลง 13.46% (YoY)
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** 18.61% ลดลงจาก 21.21% (YoY)
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่:** 2.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.93% (YoY)
## โอกาส
* **การเติบโตของกลุ่มธุรกิจ Manufacturing – Chemicals:** การเพิ่มขึ้นของยอดขายในกลุ่มนี้เป็นสัญญาณที่ดี
* **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** หาก BBF ยังคงมีผลประกอบการที่ดี จะเป็นปัจจัยหนุนกำไรอย่างต่อเนื่อง
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะในกลุ่ม Manufacturing – Chemicals ที่ต้นทุนวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ปรับสูงขึ้นกว่า 50% ทำให้ GPM ลดลงกว่า 10%
* **ความไม่แน่นอนของอุปสงค์:** สถานการณ์ COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าในบางอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน เคมีภัณฑ์ และโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเคมี
* **ปัญหาการผลิต:** โรงงาน PPP ได้รับผลกระทบจาก Associated Gas ไม่เพียงพอ และโรงไฟฟ้าพืชพลังงานแม่แตงมีปัญหา machine breakdown
* **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 80.83 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าตามคำสั่งซื้อที่รอการส่งมอบ แต่ต้องติดตามการส่งมอบและสภาพคล่อง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบเคมีภัณฑ์:** จะส่งผลกระทบต่อ GPM ในกลุ่ม Manufacturing – Chemicals อย่างไร
* **การบริหารจัดการ Associated Gas:** ปัญหาการผลิตที่โรงงาน PPP จะคลี่คลายได้เมื่อใด
* **ผลการดำเนินงานของ BBF:** จะสามารถรักษาการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การส่งมอบสินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นจะสามารถส่งมอบได้ตามแผนหรือไม่
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์:** การกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะส่งผลต่อยอดขายในกลุ่ม Trading และกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ อย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการขายและให้บริการ:** แม้รายได้รวมจะเติบโต YoY แต่รายได้จากการขายและให้บริการในงบการเงินรวมลดลงเล็กน้อย 1.38% ใน 6 เดือนแรกปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของรายได้กลุ่มธุรกิจ Trading (20.25 ล้านบาท) และ Manufacturing - Energy (10.36 ล้านบาท) แต่ได้รับการชดเชยจากการเพิ่มขึ้นของกลุ่ม Manufacturing – Chemicals (20.65 ล้านบาท)
* **กำไรขั้นต้น:** กำไรขั้นต้นรวมลดลง 13.46% YoY ใน 6 เดือนแรกปี 2564 ซึ่งเป็นไปตามรายได้ที่ลดลง และต้นทุนสินค้าในกลุ่ม Manufacturing – Chemicals ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 21.21% เป็น 18.61%
* **สินค้าคงเหลือ:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 80.83 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินค้าตามคำสั่งซื้อที่รอการส่งมอบ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีหากสามารถส่งมอบได้ตามแผน แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้านสภาพคล่องหากการส่งมอบล่าช้า
* **การส่งออก:** มีการเพิ่มยอดขายการส่งออกไปประเทศเวียดนามในกลุ่ม Chemicals ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายตลาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 4.59% เป็น 3,273.97 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 6.35% เป็น 1,602.59 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการออก P/N และ T/R
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 2.94% เป็น 1,671.38 ล้านบาท จากผลกำไรจากการดำเนินงานและการจ่ายเงินปันผล
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** อยู่ที่ 1.02 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.98 เท่า ณ สิ้นปี 2563
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** ติดลบ 125.27 ล้านบาทใน 6 เดือนแรกปี 2564 ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ
* **กระแสเงินสดจากการลงทุน:** เป็นบวก 90.22 ล้านบาท จากการรับเงินปันผลจากบริษัทร่วม
* **กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน:** เป็นบวก 17.00 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นสุทธิกับการจ่ายเงินกู้ยืมระยะยาวและเงินปันผล
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ลดลงสุทธิ 18.17 ล้านบาท เหลือ 58.38 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ASEFA ในไตรมาส 2/2564 โชว์ผลกำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วม BBF ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่ารายได้จากการขายและให้บริการจะเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกและปัญหาการผลิตในบางโรงงาน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นในกลุ่ม Chemicals และการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASEFA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,002.23
ล้านบาท
↑ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
266.54
ล้านบาท
↑ 23.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.59
%
กำไรสุทธิ
69.12
ล้านบาท
↑ 29.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.90
%
D/E Ratio
1.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,002
↑ + 16.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
267
↑ + 23.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
69
↑ + 29.6%
YoY
D/E Ratio
1.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASEFA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.20
ROE (%)
11.27
ROA (%)
7.89
Book Value/หุ้น
4.03
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASEFA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+381
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+141
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASEFA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
381.31
-327.73%
|
-167.44
+39.88%
|
-119.70
-20.96%
|
-151.44
-54.58%
|
-333.41
+232.64%
|
-100.23
-276.99%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
140.99
-39.62%
|
233.52
+5,293.07%
|
4.33
-135.64%
|
-12.15
-35.48%
|
-18.83
+25.62%
|
-14.99
-36.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-174.43
-391.45%
|
59.85
-70.30%
|
201.52
+4.23%
|
193.35
-42.98%
|
339.12
+234.77%
|
101.30
-13,087.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
347.87
+669.11%
|
45.23
-47.50%
|
86.15
-252.18%
|
-56.61
+330.82%
|
-13.14
-5.67%
|
-13.93
-143.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
272.13
+10.04%
|
247.30
+54.27%
|
160.30
+116.84%
|
0.00
-100.00%
|
157.52
+51.33%
|
104.09
+21.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
485.30
+78.33%
|
272.13
+10.04%
|
247.30
+54.27%
|
0.00
-100.00%
|
73.93
-53.07%
|
157.52
+51.33%
|