บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
5.90
0.05 (0.84%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงเกิดจาก การลดลงของรายได้ และ ผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่มีความผันผวน โดย วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต ประเภท โลหะ เหล็ก ทองแดง มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ซึ่งถือว่ามีนัยสําคัญ นอกจากนี้ยังมีผลกระทบทางสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งทําให้เกิดค่าใช้จ่าย และการทํางานที่ยาก รวมทั้งมีการเลื่อนกําหนดการส่งมอบ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5120 out_tok=2832 at=2026-07-25T11:17:51 -->
# ASEFA กำไร Q1/65 ดิ่ง 77.9% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งฉุด GPM
## รายได้-กำไร Q1/65 หดตัวแรง เหตุต้นทุนโลหะพุ่งกว่า 50% ฝ่ายจัดการเร่งปรับราคา-บริหารสต็อกสู้
บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) หรือ ASEFA รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 533.85 ล้านบาท ลดลง 14.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 8.86 ล้านบาท ลดลงถึง 77.92% ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิหดตัวจาก 6.36% เหลือเพียง 1.64% โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ ASEFA ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตประเภทโลหะ เหล็ก ทองแดง และอุปกรณ์ไฟฟ้า ปรับราคาเพิ่มขึ้นมากกว่า 50%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนสินค้าที่ขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) ลดลง 40.50 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงจาก 20.70% เหลือ 16.67% หรือลดลง 4.03% แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะลดลง 14.66% แต่แรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่บั่นทอนผลกำไร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็กและทองแดง ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตสินค้าของบริษัทฯ ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าที่ขายและบริการของ ASEFA ในไตรมาส 1 ปี 2565 เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (จาก 496.05 ล้านบาท เป็น 444.88 ล้านบาท) แม้ว่าบริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการโดยการปรับราคาสินค้าและบริการบางส่วนให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงการวางแผนการขายและการผลิตโดยการสั่งจองวัตถุดิบล่วงหน้าเพื่อบริหารต้นทุนและราคาขาย แต่การปรับราคาอาจไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการลงทุนของภาครัฐและเอกชนที่ยังคงซบเซา ส่งผลให้ปริมาณการขายโดยรวมลดลง และกระทบต่อรายได้จากการขายและบริการโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากเอกสารระบุว่าราคาวัตถุดิบมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง และบริษัทฯ มีการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบโดยการปรับราคา การสั่งจองล่วงหน้า และการควบคุมต้นทุน อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่า "ราคาวัตถุดิบมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมากกว่า 50%" และ "สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย การลงทุนของภาครัฐและเอกชนยังคงชะลอตัว" ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยกดดันเหล่านี้ยังคงมีอยู่และอาจส่งผลต่อเนื่องไปในอนาคต การจะประเมินความต่อเนื่องได้ชัดเจนขึ้น ต้องติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบในตลาดโลก และทิศทางการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายของบริษัทฯ ในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 77.92% YoY:** จาก 39.90 ล้านบาท ใน Q1/64 เหลือ 8.86 ล้านบาท ใน Q1/65
* **รายได้รวมลดลง 14.66% YoY:** จาก 625.52 ล้านบาท ใน Q1/64 เหลือ 533.85 ล้านบาท ใน Q1/65
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** จาก 20.70% ใน Q1/64 เหลือ 16.67% ใน Q1/65 คิดเป็นการลดลง 4.03%
* **ต้นทุนวัตถุดิบหลักพุ่งกว่า 50%:** โดยเฉพาะเหล็กและทองแดง เป็นสาเหตุหลักกดดัน GPM
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 3.48%:** จาก 85.94 ล้านบาท เหลือ 82.96 ล้านบาท โดยหลักมาจากการตั้งสำรองที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 533.85 ล้านบาท ลดลง 91.67 ล้านบาท หรือ 14.66% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ที่ลดลงมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทผลิตและจำหน่ายเป็นหลัก (ลดลง 78.43 ล้านบาท) รองลงมาคือรายได้จากการซื้อมาจำหน่ายต่อ (ลดลง 10.64 ล้านบาท) และรายได้จากงานบริการ (ลดลง 2.61 ล้านบาท) ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 8.86 ล้านบาท ลดลง 31.24 ล้านบาท หรือ 77.92% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 6.36% ในปีก่อน เป็น 1.64% ในไตรมาสนี้
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนและราคา:** บริษัทฯ มีการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยการปรับราคาสินค้าและบริการบางส่วน การวางแผนการขายและการผลิต การสั่งจองวัตถุดิบล่วงหน้า และการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย ซึ่งหากทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยบรรเทาแรงกดดันต่ออัตรากำไรได้
* **การรับชำระหนี้ตามกำหนด:** การรับชำระหนี้ตามกำหนดระยะเวลาส่งผลให้ลูกหนี้การค้าลดลง และการได้รับชำระหนี้บางส่วนจากการให้กู้ยืมเงิน แสดงถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องที่ดี
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็กและทองแดง มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% และมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **สภาวะเศรษฐกิจถดถอยและการลงทุนชะลอตัว:** การลงทุนของภาครัฐและเอกชนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจยังคงชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณคำสั่งซื้อและความต้องการสินค้าและบริการในอนาคต
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าสำเร็จรูปและงานระหว่างทำ ซึ่งอยู่ในระหว่างการทำงานและรอส่งมอบ อาจมีความเสี่ยงหากการส่งมอบล่าช้ากว่าแผน หรือหากความต้องการของตลาดเปลี่ยนแปลงไป
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** ทิศทางราคาเหล็ก ทองแดง และอุปกรณ์ไฟฟ้าในตลาดโลก จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนของบริษัทฯ
* **ประสิทธิภาพการปรับราคาขาย:** ความสามารถของบริษัทฯ ในการปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น โดยไม่กระทบต่อปริมาณคำสั่งซื้อ
* **การบริหารจัดการ Backlog:** สถานะและมูลค่าของงานในมือ (Backlog) และความคืบหน้าในการส่งมอบงาน
* **การฟื้นตัวของการลงทุนภาครัฐและเอกชน:** สัญญาณการกลับมาลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะส่งผลต่อปริมาณคำสั่งซื้อในระยะกลางถึงยาว
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การลดระดับสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โดยตรง แต่การลดลงของรายได้จากการขายและบริการ และการเพิ่มขึ้นของสินค้าสำเร็จรูปและงานระหว่างทำ อาจบ่งชี้ถึงความท้าทายในการบริหารจัดการการผลิตให้สอดคล้องกับอุปสงค์
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าของคำสั่งซื้อในมือ (Order Book) โดยตรง แต่การที่บริษัทฯ มีการสั่งจองวัตถุดิบล่วงหน้าเพื่อบริหารต้นทุนและราคาขาย อาจสะท้อนถึงการวางแผนการผลิตตามคำสั่งซื้อที่มีอยู่
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาโลหะ เหล็ก ทองแดง และอุปกรณ์ไฟฟ้า เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 20.70% เป็น 16.67% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกโดยเฉพาะ
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 74.81 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูปและงานระหว่างทำ ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการและรอส่งมอบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,411.70 ล้านบาท ลดลง 60.13 ล้านบาท (2.43%) จากสิ้นปี 2564 โดยมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 11.05 ล้านบาท, ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นลดลง 129.73 ล้านบาท จากรายได้ที่ลดลงและการรับชำระหนี้, สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 74.81 ล้านบาท และเงินให้กู้ยืมระยะสั้นและยาวแก่กิจการอื่นลดลง 13.57 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 795.78 ล้านบาท ลดลง 63.87 ล้านบาท (7.43%) โดยเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นลดลง 100 ล้านบาท, เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นลดลง 20.34 ล้านบาท และหนี้สินที่เกิดจากสัญญาหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 55.17 ล้านบาท จากเงินมัดจำรับล่วงหน้าในงานโครงการใหม่ๆ
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,615.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.74 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า 4.50 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน 8.24 ล้านบาท อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลงจาก 0.53 เท่า เป็น 0.48 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ของ ASEFA ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากต้นทุนวัตถุดิบหลักที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 50% ซึ่งบั่นทอนอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้บริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการด้วยการปรับราคาและวางแผนการผลิต แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลให้รายได้รวมลดลง กำไรสุทธิจึงหดตัวลงอย่างมาก นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบ ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและราคาขาย รวมถึงการฟื้นตัวของการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งด้วยอัตราหนี้สินต่อทุนที่อยู่ในระดับต่ำ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASEFA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,002.23
ล้านบาท
↑ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
266.54
ล้านบาท
↑ 23.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.59
%
กำไรสุทธิ
69.12
ล้านบาท
↑ 29.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.90
%
D/E Ratio
1.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,002
↑ + 16.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
267
↑ + 23.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
69
↑ + 29.6%
YoY
D/E Ratio
1.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASEFA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.20
ROE (%)
11.27
ROA (%)
7.89
Book Value/หุ้น
4.03
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASEFA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+381
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+141
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASEFA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
381.31
-327.73%
|
-167.44
+39.88%
|
-119.70
-20.96%
|
-151.44
-54.58%
|
-333.41
+232.64%
|
-100.23
-276.99%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
140.99
-39.62%
|
233.52
+5,293.07%
|
4.33
-135.64%
|
-12.15
-35.48%
|
-18.83
+25.62%
|
-14.99
-36.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-174.43
-391.45%
|
59.85
-70.30%
|
201.52
+4.23%
|
193.35
-42.98%
|
339.12
+234.77%
|
101.30
-13,087.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
347.87
+669.11%
|
45.23
-47.50%
|
86.15
-252.18%
|
-56.61
+330.82%
|
-13.14
-5.67%
|
-13.93
-143.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
272.13
+10.04%
|
247.30
+54.27%
|
160.30
+116.84%
|
0.00
-100.00%
|
157.52
+51.33%
|
104.09
+21.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
485.30
+78.33%
|
272.13
+10.04%
|
247.30
+54.27%
|
0.00
-100.00%
|
73.93
-53.07%
|
157.52
+51.33%
|