บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
4.96
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรเพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่ขึ้นโดยส่งมอบงานโครงการ ขนาดใหญ่หลายโครงการซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ได้งานโครงการในไตรมาสก่อนๆ และดําเนินโครงการมาต่อเนื่อง
ส่วนในช่วง ไตรมาสที่ 2 ปี 2563 เป็นช่วงแรกที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โค วิด-19 ทําให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนวิธีการทํางานส่งผลให้การส่งมอบหรือตรวจรับอุปกรณ์ หรืองานโครงการมีความล่าช้าออกไป
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10201 out_tok=2851 at=2026-07-25T03:26:10 -->
# AIT กำไรปี 65 โต 2.8% รับรายได้เช่าอุปกรณ์หนุน แม้รายได้รวมหด
## รายได้รวมปี 2565 ลดลง 4.4% แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากกำไรขายเงินลงทุนและรายได้ค่าเช่าอุปกรณ์ที่สูงขึ้น
บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 6,726.6 ล้านบาท ลดลง 4.4% จากปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 541.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% โดยปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตสวนทางกับรายได้มาจากกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท เจเนซิสดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด และรายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์สำหรับให้เช่าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ AIT ในปี 2565 เติบโตได้ แม้รายได้รวมจะลดลง 4.4% มาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ **กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท เจเนซิสดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด จำนวน 108.6 ล้านบาท** และ **รายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์สำหรับให้เช่าที่เพิ่มขึ้น 44.6%** ซึ่งปัจจัยทั้งสองนี้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยชดเชยรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน:** ในเดือนมกราคม 2565 บริษัทฯ ได้ดำเนินการขายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท เจเนซิสดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด ส่งผลให้รับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนจำนวน 108.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลบวกโดยตรงต่อกำไรสุทธิในปีนั้น
* **รายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์สำหรับให้เช่า:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนนี้เป็นผลมาจากการที่บริษัทฯ ได้งานโครงการให้เช่าอุปกรณ์ใหม่ๆ เข้ามาหลายโครงการระหว่างปี 2565 ทำให้รายได้จากส่วนนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องถึง 44.6%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนเป็นรายการพิเศษที่ **มีลักษณะครั้งคราว** และไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในอนาคต ส่วนรายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์สำหรับให้เช่ามีแนวโน้ม **มีโอกาสต่อเนื่อง** หากบริษัทฯ สามารถประมูลงานโครงการให้เช่าอุปกรณ์ใหม่ๆ ได้อย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของรายได้จากการขายและบริการ ซึ่งเป็นรายได้หลัก ยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจ การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และวิกฤตการณ์เซมิคอนดักเตอร์ขาดแคลน ที่ส่งผลต่อการส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565:** 6,726.6 ล้านบาท ลดลง 4.4% จากปีก่อนหน้า
* **กำไรสุทธิปี 2565:** 541.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากปีก่อนหน้า
* **ปัจจัยหนุนกำไร:** กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน 108.6 ล้านบาท และรายได้ค่าเช่าอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 44.6%
* **รายได้ Q4/2565:** 1,729.1 ล้านบาท ลดลง 8.3% จาก Q3/2565 แต่เพิ่มขึ้น 6.7% จาก Q4/2564
* **กำไร Q4/2565:** 111.1 ล้านบาท ลดลง 22.1% จาก Q3/2565 และลดลง 26.8% จาก Q4/2564
* **เงินสดเพิ่มขึ้น:** เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นปี 2565 เพิ่มขึ้น 292.8% เป็น 1,486.6 ล้านบาท จากการได้รับเงินจากการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ AIT-W2 และการถอนเงินฝากระยะสั้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ภาพรวมทั้งปี 2565:** บริษัทฯ มีรายได้รวม 6,726.6 ล้านบาท ลดลง 4.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากในปี 2565 บริษัทฯ ไม่ได้รับงานโครงการขนาดใหญ่หรือมูลค่าสูงเท่ากับปี 2563 และ 2564 ประกอบกับวิกฤตการณ์เซมิคอนดักเตอร์ขาดแคลนทั่วโลกที่ส่งผลให้ต้องชะลอการส่งมอบงานบางส่วน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมลดลงในอัตราที่มากกว่ารายได้เล็กน้อย เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการในปี 2565 สูงกว่าปี 2564 ประกอบกับมีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท เจเนซิสดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด จำนวน 108.6 ล้านบาท และรายได้จากอุปกรณ์สำหรับให้เช่าที่เพิ่มขึ้น 44.6% ส่งผลให้กำไรสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 541.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8%
**ภาพรวมไตรมาส 4 ปี 2565:** บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,729.1 ล้านบาท ลดลง 8.3% จากไตรมาสก่อนหน้า (Q3/2565) เนื่องจากงานโครงการขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ได้ถูกส่งมอบและรับรู้รายได้ไปแล้วในไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (Q4/2564) เนื่องจากมีโครงการขนาดใหญ่ที่ส่งมอบในไตรมาสนี้มากกว่าปีก่อนหน้า แต่กำไรสำหรับงวดลดลง 22.1% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 26.8% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่สูงขึ้น และขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การลงทุนในโครงการอุปกรณ์ให้เช่า:** การที่บริษัทฯ ได้งานโครงการอุปกรณ์ให้เช่าใหม่ๆ หลายโครงการในปี 2565 เป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) และมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการคลายมาตรการ COVID-19:** การที่สถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลงและการเปิดประเทศ ทำให้การปฏิบัติงานและการเข้าพบลูกค้าสะดวกขึ้น ส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจ
* **การเพิ่มทุน:** การได้รับเงินจากการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ AIT-W2 จำนวน 599.0 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่องและฐานะการเงินของบริษัทฯ
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพิงโครงการขนาดใหญ่:** รายได้ของบริษัทฯ ยังคงพึ่งพิงโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งหากไม่ได้รับงานโครงการใหม่ที่มีมูลค่าสูงเท่าเดิม อาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวม
* **วิกฤตการณ์เซมิคอนดักเตอร์ขาดแคลน:** ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งมอบงานบางส่วนตามอุปกรณ์ที่จำเป็น
* **ความผันผวนของอัตรากำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่ส่งมอบในไตรมาส 4 ปี 2565 ต่ำกว่าโครงการที่ส่งมอบในไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรในอนาคต
* **การบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่า:** การบันทึกค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากลูกหนี้บางราย และการบันทึกขาดทุนจากตราสารทุนที่กำหนดให้วัดมูลค่ายุติธรรม ยังคงเป็นรายการที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การประมูลงานโครงการใหม่:** โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูง เพื่อทดแทนโครงการที่ทยอยส่งมอบเสร็จสิ้น
* **แนวโน้มรายได้ค่าเช่าอุปกรณ์:** การเติบโตของรายได้จากส่วนนี้จะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับรายได้ของบริษัทฯ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนขายและบริการ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
* **การเปลี่ยนแปลงของค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้:** โดยเฉพาะผลกระทบจากการปรับปรุงสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
* **การบริหารจัดการลูกหนี้และการตั้งสำรอง:** เพื่อลดผลกระทบจากขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
* **Product Mix:** รายได้หลักยังคงมาจากโครงการซื้อขายและติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงโครงการอุปกรณ์ให้เช่า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายรายได้ไปยังธุรกิจให้เช่าที่เพิ่มขึ้น
* **Recurring Revenue:** รายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์สำหรับให้เช่ามีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Revenue) ที่มีความมั่นคง
* **ลูกค้าหลัก:** ลูกค้าหลักยังคงเป็นหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เช่น สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, การรถไฟแห่งประเทศไทย, บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ, ธนาคารออมสิน, สำนักงานประกันสังคม และภาคเอกชนอย่าง บมจ.เอสวีโอเอ
* **Margin:** อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่ส่งมอบในไตรมาส 4 ปี 2565 สูงกว่าไตรมาส 4 ปี 2564 แต่ต่ำกว่าไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งแสดงถึงความผันผวนของอัตรากำไรตามลักษณะโครงการ
* **การขยายตลาด/พาร์ทเนอร์:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงการขยายตลาดหรือพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ อย่างชัดเจน แต่การได้งานโครงการใหม่ๆ แสดงถึงความสามารถในการแข่งขัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 6,341.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 292.8% เป็น 1,486.6 ล้านบาท จากการได้รับเงินจากการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ AIT-W2 และการถอนเงินฝากระยะสั้น นอกจากนี้ อุปกรณ์สำหรับให้เช่าเพิ่มขึ้น 81.5%
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 2,603.5 ล้านบาท ลดลง 3.2% จากปีก่อนหน้า โดยหนี้สินที่เกิดจากสัญญาลดลง 32.8% และหนี้สินหมุนเวียนอื่นลดลง 50.0% ขณะที่เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 16.5%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 3,737.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.1% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของทุนที่ออกจำหน่ายและชำระเต็มมูลค่าแล้ว 29.0% และส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญ 98.7% จากการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ AIT-W2
## สรุปท้าย
AIT ในปี 2565 สามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้เล็กน้อย แม้รายได้รวมจะลดลง โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนและรายได้ค่าเช่าอุปกรณ์ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงโครงการขนาดใหญ่และการแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี รวมถึงความผันผวนของอัตรากำไรขั้นต้น ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา การเพิ่มขึ้นของเงินสดในมือจากการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ AIT-W2 ช่วยเสริมสภาพคล่อง แต่การบริหารจัดการโครงการใหม่ๆ และการรักษาฐานลูกค้าเดิมจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AIT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,530.36
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
325.45
ล้านบาท
↓ 11.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.27
%
กำไรสุทธิ
140.06
ล้านบาท
↓ 6.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.15
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,530
↓ -11.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
325
↓ -11.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
140
↓ -6.4%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
14.00
ROA (%)
10.75
Book Value/หุ้น
2.59
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+47
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+84
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
47.47
-81.25%
|
253.13
-71.19%
|
878.69
-1,596.66%
|
-58.71
-103.52%
|
1,667.20
-22.50%
|
2,151.18
+57.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
84.12
+1,216.43%
|
6.39
-97.78%
|
287.78
-122.80%
|
-1,262.16
+113.22%
|
-591.94
+1,429.56%
|
-38.70
-244.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
655.76
+523.46%
|
105.18
-278.36%
|
-58.97
-126.33%
|
223.99
-126.32%
|
-850.90
-62.09%
|
-2,244.56
+379.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
787.34
+115.88%
|
364.71
-67.07%
|
1,107.50
-200.97%
|
-1,096.89
-588.85%
|
224.38
-269.87%
|
-132.09
-114.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,901.11
-2.62%
|
1,952.16
+31.32%
|
1,486.59
+292.76%
|
378.50
+85.11%
|
204.47
+7.51%
|
190.18
-84.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,524.58
+32.80%
|
1,901.11
-2.62%
|
1,952.16
+31.32%
|
1,486.59
+292.76%
|
378.50
+85.11%
|
204.47
+7.51%
|