บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
4.96
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรเพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่ขึ้นโดยส่งมอบงานโครงการ ขนาดใหญ่หลายโครงการซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ได้งานโครงการในไตรมาสก่อนๆ และดําเนินโครงการมาต่อเนื่อง
ส่วนในช่วง ไตรมาสที่ 2 ปี 2563 เป็นช่วงแรกที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โค วิด-19 ทําให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนวิธีการทํางานส่งผลให้การส่งมอบหรือตรวจรับอุปกรณ์ หรืองานโครงการมีความล่าช้าออกไป
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7778 out_tok=2673 at=2026-07-27T07:55:29 -->
# AIT กำไร Q2/64 พุ่ง 171.6% รับแรงหนุนส่งมอบงานใหญ่
## รายได้โต 75.2% หลังคลายล็อกดาวน์-งานภาครัฐคึกคัก ขณะที่ต้นทุนสูงขึ้นตามการแข่งขัน
บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 2,081.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 136.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 171.6% โดยปัจจัยหลักมาจากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินงานต่อเนื่อง ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาคเอกชนและภาครัฐ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AIT ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินการต่อเนื่องและโครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินการ** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทฯ สามารถส่งมอบงานโครงการสำคัญหลายโครงการที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาจากไตรมาสก่อนๆ เช่น โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่, โครงการระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และโครงการคลาวด์กลางภาครัฐของ กสท โทรคมนาคม นอกจากนี้ ยังมีโครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินการในปี 2564 เช่น โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ระยะที่ 2, โครงการระบบเครือข่ายสื่อสารภายใน (LAN) และโครงการระบบประชุมทางไกล (Video Conference) ของสำนักงานประกันสังคม การส่งมอบงานโครงการเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 77.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563
ในขณะเดียวกัน การเพิ่มขึ้นของรายได้ดังกล่าวช่วยให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายคงที่ได้ดีขึ้น ประกอบกับในไตรมาส 2 ปี 2563 มีการบันทึกค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ) จำนวน 45.6 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้กำไรของปีก่อนต่ำกว่าปกติ การเพิ่มขึ้นของรายได้ในไตรมาสนี้จึงส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 171.6%
อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเติบโต แต่ต้นทุนขายและบริการกลับเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้เล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากสภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น ประกอบกับต้นทุนจริงของบางโครงการสูงกว่าที่ประมาณการไว้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทฯ มีโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการหลายโครงการ เช่น โครงการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ระยะที่ 2, โครงการระบบจำหน่ายตั๋วโดยสาร D-Ticket ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และโครงการปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของผลประกอบการอาจได้รับผลกระทบจากสภาวะการแข่งขันที่ยังคงสูง และความล่าช้าในการเบิกจ่ายของหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมโต 75.2% YoY:** มาจากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินงานต่อเนื่องและโครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินการ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 171.6% YoY:** ได้แรงหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายคงที่ได้ดีขึ้น
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้:** สะท้อนสภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นและต้นทุนจริงที่สูงกว่าประมาณการในบางโครงการ
* **ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 41.6%:** จากการส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่และการเบิกจ่ายที่ล่าช้าของลูกค้า โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 18.7%:** เนื่องจากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 AIT มีรายได้รวม 2,081.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% จากไตรมาส 1 ปี 2564 และเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น 75.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 ซึ่งมีรายได้ 1,187.6 ล้านบาท การเติบโตของรายได้ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 77.4% YoY เป็น 1,137.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินงานต่อเนื่องและโครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินการ ขณะที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 90.2% YoY เป็น 909.4 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 64.8% YoY เป็น 228.0 ล้านบาท
เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 21.3% YoY เป็น 56.9 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 35.2% YoY เป็น 125.6 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของการบันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสำหรับงวด (กำไรสุทธิ) ในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 136.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.6% YoY จาก 50.4 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563
## โอกาส
* **การดำเนินโครงการภาครัฐต่อเนื่อง:** การใช้จ่ายภาครัฐทั้งรายจ่ายประจาและรายจ่ายลงทุน โดยเฉพาะด้านคมนาคม ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
* **โครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินการ:** การได้งานโครงการใหม่ๆ เช่น โครงการระบบเครือข่ายสื่อสารภายใน (LAN) และโครงการระบบประชุมทางไกล (Video Conference) ของสำนักงานประกันสังคม จะช่วยเสริมรายได้ในอนาคต
* **การลงทุนในอุปกรณ์ให้เช่า:** การลงทุนในอุปกรณ์สำหรับให้เช่าที่เพิ่มขึ้น 162.7% สะท้อนถึงโอกาสในการขยายธุรกิจบริการให้เช่าอุปกรณ์
## ความเสี่ยง
* **สภาวะการแข่งขันสูงและต้นทุนที่สูงขึ้น:** การแข่งขันที่ค่อนข้างสูงและต้นทุนจริงของบางโครงการที่สูงกว่าประมาณการ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
* **ความล่าช้าในการเบิกจ่ายของลูกค้า:** โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดและระยะเวลาในการเก็บเงิน
* **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19:** แม้จะมีการคลายล็อกดาวน์ แต่การแพร่ระบาดระลอกใหม่ยังคงส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาคเอกชนและการท่องเที่ยว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการขนาดใหญ่:** ติดตามการส่งมอบงานและรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ เช่น โครงการอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ระยะที่ 2 และโครงการ D-Ticket
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** จับตาแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่สูงและต้นทุนที่ผันผวน
* **การบริหารจัดการลูกหนี้:** ติดตามแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น รวมถึงระยะเวลาในการเก็บเงิน
* **การลงทุนในอุปกรณ์ให้เช่า:** ประเมินโอกาสในการสร้างรายได้และผลกำไรจากการลงทุนในส่วนนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
AIT ในฐานะผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มีการดำเนินงานที่ผูกโยงกับการลงทุนภาครัฐเป็นสำคัญ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การส่งมอบโครงการเหล่านี้เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนรายได้และกำไรของบริษัทฯ ในไตรมาสนี้ การที่บริษัทฯ สามารถส่งมอบงานโครงการใหญ่ได้หลายโครงการสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการที่ซับซ้อน
การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นจากการส่งเสริมการขายจากซัพพลายเออร์ (Supplier) เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมรายได้รวม แม้จะเป็นส่วนที่ไม่ใช่รายได้หลักจากการดำเนินงานก็ตาม
อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้เล็กน้อย เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่สามารถปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
การลงทุนในอุปกรณ์สำหรับให้เช่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการกระจายแหล่งรายได้และมองหาโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจบริการ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่น่าสนใจสำหรับบริษัทเทคโนโลยี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 6,713.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% จากสิ้นปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 41.6% เป็น 3,729.8 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่และการเบิกจ่ายที่ล่าช้า รวมถึงการเพิ่มขึ้นของอุปกรณ์สำหรับให้เช่า 162.7% เป็น 233.0 ล้านบาท ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง 25.7% และสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาลดลง 43.1%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,787.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% จากสิ้นปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 197.8% เป็น 744.6 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน และต้นทุนที่ยังไม่เรียกชำระเพิ่มขึ้น 38.7% เป็น 1,152.0 ล้านบาท สอดคล้องกับการส่งมอบงานโครงการในช่วงปลายไตรมาส
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,925.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4 ล้านบาท จากกำไรจากการดำเนินงานสุทธิจากการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
AIT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 171.6% YoY จากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินงานต่อเนื่องและโครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินการ ซึ่งหนุนรายได้รวมให้เติบโต 75.2% YoY อย่างไรก็ตาม สภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่การบริหารจัดการลูกหนี้และการเบิกจ่ายของภาครัฐยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AIT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,530.36
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
325.45
ล้านบาท
↓ 11.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.27
%
กำไรสุทธิ
140.06
ล้านบาท
↓ 6.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.15
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,530
↓ -11.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
325
↓ -11.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
140
↓ -6.4%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
14.00
ROA (%)
10.75
Book Value/หุ้น
2.59
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+47
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+84
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
47.47
-81.25%
|
253.13
-71.19%
|
878.69
-1,596.66%
|
-58.71
-103.52%
|
1,667.20
-22.50%
|
2,151.18
+57.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
84.12
+1,216.43%
|
6.39
-97.78%
|
287.78
-122.80%
|
-1,262.16
+113.22%
|
-591.94
+1,429.56%
|
-38.70
-244.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
655.76
+523.46%
|
105.18
-278.36%
|
-58.97
-126.33%
|
223.99
-126.32%
|
-850.90
-62.09%
|
-2,244.56
+379.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
787.34
+115.88%
|
364.71
-67.07%
|
1,107.50
-200.97%
|
-1,096.89
-588.85%
|
224.38
-269.87%
|
-132.09
-114.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,901.11
-2.62%
|
1,952.16
+31.32%
|
1,486.59
+292.76%
|
378.50
+85.11%
|
204.47
+7.51%
|
190.18
-84.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,524.58
+32.80%
|
1,901.11
-2.62%
|
1,952.16
+31.32%
|
1,486.59
+292.76%
|
378.50
+85.11%
|
204.47
+7.51%
|