บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
4.96
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรเพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่ขึ้นโดยส่งมอบงานโครงการ ขนาดใหญ่หลายโครงการซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ได้งานโครงการในไตรมาสก่อนๆ และดําเนินโครงการมาต่อเนื่อง
ส่วนในช่วง ไตรมาสที่ 2 ปี 2563 เป็นช่วงแรกที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โค วิด-19 ทําให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนวิธีการทํางานส่งผลให้การส่งมอบหรือตรวจรับอุปกรณ์ หรืองานโครงการมีความล่าช้าออกไป
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9479 out_tok=3096 at=2026-07-25T04:01:08 -->
# AIT กำไรปี 64 โต 33.7% รับแรงหนุนรายได้โครงการใหญ่ - Q4 รายได้หดแต่กำไรโตเล็กน้อย
## รายได้รวมปี 64 เติบโต 4.5% กำไรสุทธิพุ่ง 33.7% ขณะที่ Q4/64 รายได้ลดลง 21.8% แต่กำไรสุทธิยังบวก 3.3% จากต้นทุนที่ลดลง
บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT รายงานผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างน่าพอใจ โดยมีรายได้รวม 7,034.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% และกำไรสุทธิ 527.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 33.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังเปราะบางจากสถานการณ์ COVID-19 แต่การผ่อนคลายมาตรการและการใช้จ่ายภาครัฐช่วยหนุนการดำเนินงาน ขณะที่ในไตรมาส 4/2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,620.3 ล้านบาท ลดลง 21.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากส่งมอบงานโครงการขนาดเล็กกว่า แต่กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้น 3.3% เป็น 151.7 ล้านบาท จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AIT ในปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากโครงการขนาดใหญ่** ที่สามารถรับรู้รายได้และส่งมอบงานได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 4.5% และ **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ** โดยเฉพาะการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ และการลดลงของค่าใช้จ่ายขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน ทำให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นถึง 33.7% ส่วนในไตรมาส 4/2564 แม้รายได้จากการขายและบริการจะลดลง 23.8% เนื่องจากส่งมอบโครงการขนาดเล็กกว่าปีก่อน แต่ **อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นของโครงการที่ส่งมอบ** ประกอบกับการมีรายได้ค่าเช่าใหม่ที่มีอัตรากำไรสูงเข้ามาเสริม ทำให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้เล็กน้อย 3.3%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในปี 2564 มาจากการดำเนินงานใน **โครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ** เช่น โครงการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, อาคารรัฐสภาแห่งใหม่, โครงการคลาวด์กลางภาครัฐของ NT, โครงการของสำนักงานประกันสังคม, โครงการบำรุงรักษาระบบของ กสท โทรคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นต้น โครงการเหล่านี้มีมูลค่าสูงและช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคง นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ มีนโยบายให้พนักงานทำงาน Work from home และการติดต่อลูกค้าที่ลดลง ทำให้ **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานหลายรายการลดลง** เช่น ค่าอบรม ค่ารับรองลูกค้า ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุน ในส่วนของไตรมาส 4/2564 การที่ต้นทุนขายและบริการลดลง 31.8% เป็นผลโดยตรงจาก **อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่ส่งมอบสูงขึ้น** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ประกอบกับการมี **รายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์สำหรับให้เช่าใหม่** ที่มีอัตรากำไรค่อนข้างสูงเข้ามาเสริม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น จากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่าอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการในปี 2564 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และโครงการที่ส่งมอบในไตรมาส 4/2564 มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้หลักยังคง **ขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับงานโครงการขนาดใหญ่ใหม่ๆ** ซึ่งเป็นลักษณะธุรกิจที่ต้องพึ่งพิงการประมูลและการได้รับสัญญาใหม่ๆ เป็นสำคัญ ส่วนรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนรายได้และกำไรได้ต่อเนื่องหากมีงานโครงการให้เช่าใหม่เข้ามาเสริม
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 เติบโต 4.5%** สู่ระดับ 7,034.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้น 33.7%** เป็น 527.1 ล้านบาท จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น
* **ไตรมาส 4/2564 รายได้รวมลดลง 21.8%** เหลือ 1,620.3 ล้านบาท เนื่องจากส่งมอบโครงการขนาดเล็กกว่าปีก่อน
* **กำไรสุทธิไตรมาส 4/2564 เพิ่มขึ้น 3.3%** เป็น 151.7 ล้านบาท แม้รายได้ลดลง จากการบริหารต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น
* **บันทึกขาดทุนจากตราสารทุน 69.0 ล้านบาท** ในปี 2564 จากเงินลงทุนใน Campana Group Pte. Ltd. ที่มีผลประกอบการขาดทุนและโครงการล่าช้า
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น** ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเพิ่มขึ้น 85.1% และมีสินทรัพย์รวมลดลง 10.5% ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 23.2%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 AIT สามารถสร้างการเติบโตของรายได้รวม 4.5% มาอยู่ที่ 7,034.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจบางส่วน และการใช้จ่ายภาครัฐที่ยังคงมีบทบาทสำคัญ ประกอบกับการดำเนินงานในโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการที่รับรู้รายได้ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้นเพียง 2.2% ซึ่งต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้กำไรสำหรับปีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 33.7% เป็น 527.1 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการในปี 2564 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานหลายรายการลดลงจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็น Work from home และการติดต่อลูกค้าที่ลดลง
สำหรับไตรมาส 4/2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,620.3 ล้านบาท ลดลง 21.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการส่งมอบงานโครงการที่มีขนาดเล็กกว่า อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมลดลง 24.7% ทำให้กำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 3.3% เป็น 151.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการขายและบริการที่สูงขึ้น รวมถึงรายได้ค่าเช่าใหม่ที่มีอัตรากำไรค่อนข้างสูงเข้ามาเสริม
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการใช้จ่ายภาครัฐ:** เป็นปัจจัยบวกต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ ในภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
* **โครงการขนาดใหญ่ต่อเนื่อง:** การมีโครงการขนาดใหญ่ที่รับรู้รายได้ในปี 2564 เป็นสัญญาณที่ดี และหากสามารถได้รับงานโครงการใหม่ๆ ที่มีมูลค่าสูงเข้ามา จะเป็นโอกาสในการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **รายได้ค่าเช่าอุปกรณ์:** การมีรายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์สำหรับให้เช่าที่เพิ่มขึ้นและมีอัตรากำไรสูง เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น
* **การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล:** แนวโน้มการลงทุนของภาครัฐและเอกชนในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, Cloud, และระบบดิจิทัลต่างๆ ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ภาคธุรกิจเทคโนโลยีมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **ความล่าช้าของโครงการ:** โครงการขนาดใหญ่อาจมีความเสี่ยงเรื่องความล่าช้าในการดำเนินงานหรือการส่งมอบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความเปราะบาง อาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนในโครงการใหม่ๆ ของลูกค้า
* **การลงทุนในบริษัทร่วมค้า:** การบันทึกขาดทุนจากตราสารทุนที่กำหนดให้วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน สะท้อนความเสี่ยงจากการลงทุนในบริษัทร่วมค้าที่มีผลประกอบการไม่เป็นไปตามคาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การได้รับงานโครงการใหม่:** ความสามารถในการประมูลและได้รับสัญญาโครงการขนาดใหญ่ใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** การรักษาหรือเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่ส่งมอบ จะส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไร
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่อาจเปลี่ยนแปลง
* **ผลประกอบการของ Campana Group Pte. Ltd.:** ความคืบหน้าและผลประกอบการของบริษัทร่วมค้าดังกล่าว จะส่งผลต่อผลขาดทุนจากตราสารทุนที่อาจเกิดขึ้น
* **การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบและเทคโนโลยี:** การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
AIT มีรายได้หลักมาจากงานโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งในปี 2564 โครงการที่สำคัญได้แก่ โครงการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, อาคารรัฐสภาแห่งใหม่, โครงการคลาวด์กลางภาครัฐของ NT, โครงการของสำนักงานประกันสังคม, โครงการบำรุงรักษาระบบของ กสท โทรคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย การพึ่งพิงโครงการขนาดใหญ่ทำให้รายได้อาจมีความผันผวนตามรอบการรับรู้รายได้ของโครงการเหล่านั้น
ในส่วนของรายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์สำหรับให้เช่า มีการเติบโตที่น่าสนใจถึง 36.7% ในปี 2564 และ 77.1% ในไตรมาส 4/2564 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของธุรกิจบริการเช่าอุปกรณ์ ซึ่งเป็นรูปแบบรายได้ที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพและมีอัตรากำไรที่ดี
การบริหารจัดการต้นทุนเป็นจุดแข็งสำคัญ โดยเฉพาะการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ และการลดลงของค่าใช้จ่ายขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงินในปี 2564 ซึ่งช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการบันทึกขาดทุนจากตราสารทุนที่กำหนดให้วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนจำนวน 69.0 ล้านบาทในปี 2564 จากการลงทุนใน Campana Group Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทร่วมค้าที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจและประสบปัญหาความล่าช้าของโครงการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,752.1 ล้านบาท ลดลง 10.5% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 21.4% และสินค้าคงเหลือ 45.2% ซึ่งสอดคล้องกับการส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่ ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 85.1% และมีการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
หนี้สินรวมลดลง 23.2% มาอยู่ที่ 2,690.9 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 100% และเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น 41.0% ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องที่ดีขึ้นจากการเก็บเงินจากลูกหนี้ได้เป็นจำนวนมาก
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.7% เป็น 3,061.2 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการบันทึกกำไรจากการดำเนินงานสำหรับปี 2564 สุทธิกับการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
AIT แสดงผลประกอบการปี 2564 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้เติบโตและกำไรสุทธิพุ่งขึ้นอย่างโดดเด่น จากการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่และควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ไตรมาส 4/2564 จะมีรายได้ลดลง แต่กำไรยังคงเติบโตได้จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นและรายได้ค่าเช่าใหม่ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการลงทุนในบริษัทร่วมค้าและการพึ่งพิงโครงการขนาดใหญ่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา ขณะที่ฐานะการเงินของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่งขึ้นจากการลดลงของหนี้สินและการบริหารสภาพคล่องที่ดี
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AIT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,530.36
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
325.45
ล้านบาท
↓ 11.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.27
%
กำไรสุทธิ
140.06
ล้านบาท
↓ 6.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.15
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,530
↓ -11.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
325
↓ -11.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
140
↓ -6.4%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
14.00
ROA (%)
10.75
Book Value/หุ้น
2.59
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+47
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+84
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
47.47
-81.25%
|
253.13
-71.19%
|
878.69
-1,596.66%
|
-58.71
-103.52%
|
1,667.20
-22.50%
|
2,151.18
+57.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
84.12
+1,216.43%
|
6.39
-97.78%
|
287.78
-122.80%
|
-1,262.16
+113.22%
|
-591.94
+1,429.56%
|
-38.70
-244.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
655.76
+523.46%
|
105.18
-278.36%
|
-58.97
-126.33%
|
223.99
-126.32%
|
-850.90
-62.09%
|
-2,244.56
+379.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
787.34
+115.88%
|
364.71
-67.07%
|
1,107.50
-200.97%
|
-1,096.89
-588.85%
|
224.38
-269.87%
|
-132.09
-114.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,901.11
-2.62%
|
1,952.16
+31.32%
|
1,486.59
+292.76%
|
378.50
+85.11%
|
204.47
+7.51%
|
190.18
-84.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,524.58
+32.80%
|
1,901.11
-2.62%
|
1,952.16
+31.32%
|
1,486.59
+292.76%
|
378.50
+85.11%
|
204.47
+7.51%
|