บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
4.96
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรเพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่ขึ้นโดยส่งมอบงานโครงการ ขนาดใหญ่หลายโครงการซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ได้งานโครงการในไตรมาสก่อนๆ และดําเนินโครงการมาต่อเนื่อง
ส่วนในช่วง ไตรมาสที่ 2 ปี 2563 เป็นช่วงแรกที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โค วิด-19 ทําให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนวิธีการทํางานส่งผลให้การส่งมอบหรือตรวจรับอุปกรณ์ หรืองานโครงการมีความล่าช้าออกไป
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7734 out_tok=3601 at=2026-07-25T06:28:40 -->
# AIT กำไร Q2/65 หดตัว 11.2% YoY รับผลโครงการใหญ่ปีก่อนส่งมอบเยอะ
## รายได้รวมวูบ 17.7% แต่ GPM ดีขึ้น ชี้ปัจจัยพิเศษ Q1/65 ฉุดกำไรสุทธิ
บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 1,711.8 ล้านบาท ลดลง 17.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 121.6 ล้านบาท ลดลง 11.2% โดยปัจจัยหลักมาจากฐานรายได้ที่สูงในปีก่อนจากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ และผลกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในไตรมาส 1 ปี 2565
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ AIT ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเปรียบเทียบกับฐานที่สูงผิดปกติในปีก่อนหน้า และผลกระทบจากรายการพิเศษในไตรมาสก่อนหน้า** ซึ่งส่งผลให้ตัวเลขรายได้และกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ดูเหมือนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **รายได้รวมที่ลดลง 17.7% YoY** และ **กำไรสุทธิที่ลดลง 11.2% YoY** แม้ว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 22.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 แต่การลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันผลประกอบการ นอกจากนี้ กำไรสุทธิที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 เกิดจาก **การไม่มีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในไตรมาส 1 ปี 2565
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **รายได้รวมลดลง YoY:** สาเหตุหลักมาจาก **ขนาดของงานโครงการที่ส่งมอบในไตรมาส 2 ปี 2565 มีมูลค่าโดยรวมน้อยกว่าในไตรมาส 2 ปี 2564** เนื่องจากในปีก่อน บริษัทฯ ได้ส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก ซึ่งแตกต่างจากปีนี้ที่โครงการที่ส่งมอบมีขนาดเล็กกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 รายได้รวมเพิ่มขึ้น เนื่องจากมูลค่ารวมของงานโครงการที่ส่งมอบในไตรมาส 2 ปี 2565 มีมากกว่า
* **กำไรสุทธิลดลง YoY:** แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง แต่ **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของโครงการที่ส่งมอบในไตรมาส 2 ปี 2565 สูงกว่าโครงการที่ส่งมอบในไตรมาส 2 ปี 2564** ทำให้การลดลงของกำไรสุทธิ (11.2%) น้อยกว่าการลดลงของรายได้รวม (17.7%)
* **กำไรสุทธิลดลง QoQ:** สาเหตุหลักมาจาก **การไม่มีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท เจเนซิสดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด** ซึ่งมีมูลค่า 108.6 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565 ทำให้แม้รายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 จะสูงกว่าไตรมาส 1 ปี 2565 แต่กำไรสุทธิกลับลดลง
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยที่ทำให้รายได้รวมลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 นั้น เป็นลักษณะของการเปรียบเทียบกับฐานที่สูงผิดปกติในปีที่แล้ว ซึ่งเกิดจากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการพร้อมกัน การที่โครงการในปีนี้มีขนาดเล็กลงเมื่อเทียบกับปีก่อนจึงเป็นปัจจัยชั่วคราวที่ขึ้นอยู่กับจังหวะการส่งมอบโครงการ ส่วนปัจจัยที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 นั้น เกิดจาก **รายการพิเศษ (กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน)** ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียวและไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำในไตรมาสถัดไป ดังนั้น ปัจจัยกดดันหลักที่เห็นในไตรมาสนี้จึงมีแนวโน้มที่จะ **ไม่ต่อเนื่อง** ในลักษณะเดียวกัน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/65 อยู่ที่ 1,711.8 ล้านบาท ลดลง 17.7% YoY** แต่เพิ่มขึ้น 22.3% QoQ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 อยู่ที่ 121.6 ล้านบาท ลดลง 11.2% YoY** และลดลง 26.8% QoQ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของโครงการที่ส่งมอบใน Q2/65 สูงกว่า Q2/64** ทำให้กำไรสุทธิลดลงน้อยกว่ารายได้รวม
* **Q1/65 มีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน 108.6 ล้านบาท** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิ Q2/65 ดูลดลงเมื่อเทียบกับ Q1/65
* **ต้นทุนขายและบริการ Q2/65 มีอัตราการเปลี่ยนแปลงใกล้เคียงกับรายได้** เมื่อเทียบกับ Q1/65 แต่ลดลงในอัตราที่สูงกว่ารายได้เมื่อเทียบกับ Q2/64
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q2/65 เพิ่มขึ้น 20.0 ล้านบาท** จากผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุนในบริษัท Campana Group Pte. Ltd.
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 92.3%** จากการรับเงินจากการจำหน่ายหน่วยลงทุนและรับชำระจากลูกหนี้
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 51.7%** จากการดำเนินงานโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการที่เพิ่งได้งาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT มีรายได้รวม 1,711.8 ล้านบาท ลดลง 369.4 ล้านบาท หรือ 17.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/64) ซึ่งมีรายได้รวม 2,081.2 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากขนาดของงานโครงการที่ส่งมอบในปีนี้มีมูลค่าน้อยกว่าปีก่อนที่ได้ส่งมอบโครงการขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 (Q1/65) รายได้รวมเพิ่มขึ้น 312.6 ล้านบาท หรือ 22.3% จาก 1,399.2 ล้านบาท เนื่องจากมูลค่ารวมของงานโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสนี้สูงกว่า
ในส่วนของต้นทุนขายและบริการ มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกับรายได้ โดยใน Q2/65 ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 1,366.0 ล้านบาท ลดลง 363.9 ล้านบาท หรือ 21.0% YoY แต่เพิ่มขึ้น 350.6 ล้านบาท หรือ 34.5% QoQ อัตราการลดลงของต้นทุนเมื่อเทียบกับปีก่อนสูงกว่ารายได้ เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่ในปีก่อนมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า
ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 121.6 ล้านบาท ลดลง 15.3 ล้านบาท หรือ 11.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/64) ที่มีกำไร 136.9 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสนี้จะสูงกว่าปีก่อนก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 (Q1/65) ซึ่งมีกำไร 166.2 ล้านบาท กำไรสุทธิลดลง 44.6 ล้านบาท หรือ 26.8% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการไม่มีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท เจเนซิสดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด จำนวน 108.6 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นในไตรมาสก่อนหน้า
ค่าใช้จ่ายในการบริหารใน Q2/65 อยู่ที่ 95.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาท หรือ 2.0% QoQ และเพิ่มขึ้น 14.5 ล้านบาท หรือ 17.8% YoY โดยส่วนใหญ่มาจากการบันทึกผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในบริษัท Campana Group Pte. Ltd. ประมาณ 20.0 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** การที่เศรษฐกิจไทยปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลดีต่อภาคการค้าและบริการ และการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการได้รับงานโครงการใหม่ๆ จากภาครัฐและเอกชน
* **การลงทุนในโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีการลงทุนในงานโครงการใหม่ๆ ที่เข้ามามาก โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ในระหว่างการดำเนินงาน เช่น โครงการพัฒนาระบบติดตามขบวนรถไฟ, โครงการขยายบริการ GDCC (VM), โครงการก่อสร้างอาคารศูนย์สารสนเทศที่ดิน, โครงการพัฒนาเครือข่ายการศึกษาแห่งชาติระยะที่ 4 ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ในอนาคต
* **รายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์ที่เติบโต:** รายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์สำหรับให้เช่าเพิ่มขึ้น 60.9% YoY เนื่องจากมีการติดตั้งและส่งมอบอุปกรณ์ให้เช่าสำหรับโครงการใหม่ในปี 2565 ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพิงลูกค้าภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ:** รายได้ส่วนใหญ่มาจากลูกค้าที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี:** อุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีการแข่งขันสูง ทั้งในด้านราคาและเทคโนโลยี ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะยาว
* **ความผันผวนของโครงการขนาดใหญ่:** การพึ่งพิงโครงการขนาดใหญ่ในการสร้างรายได้ อาจทำให้ผลประกอบการมีความผันผวนตามจังหวะการส่งมอบโครงการ
* **ผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรม:** การบันทึกผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในบริษัท Campana Group Pte. Ltd. ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการบริหาร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การได้รับงานโครงการใหม่:** ความสามารถในการประมูลและได้รับงานโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **ความคืบหน้าของโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน:** การติดตามความคืบหน้าของโครงการขนาดใหญ่ที่ได้งานมาใหม่ เช่น โครงการพัฒนาระบบติดตามขบวนรถไฟ, โครงการขยายบริการ GDCC (VM) จะช่วยประเมินรายได้ในอนาคต
* **อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการใหม่:** การรักษาหรือเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่ประมูลได้ใหม่ จะส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไร
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนขายและบริการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของรายได้เป็นสิ่งสำคัญ
* **ผลกระทบจากรายการพิเศษ:** การประเมินผลกระทบของรายการพิเศษ เช่น กำไรจากการขายเงินลงทุน หรือผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรม ต่อผลประกอบการที่แท้จริง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
AIT ดำเนินธุรกิจหลักในการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยมีรายได้หลักมาจากการขายและบริการโครงการต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 1,641.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.9% QoQ แต่ลดลง 18.7% YoY การที่รายได้ลดลง YoY เป็นผลมาจากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ในปี 2564 ที่มีมูลค่าสูงกว่าโครงการที่ส่งมอบในปีนี้
ต้นทุนขายและบริการมีการเปลี่ยนแปลงใกล้เคียงกับรายได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากโครงการที่ส่งมอบในช่วง 2 ไตรมาสนี้มีหลายโครงการที่ทยอยส่งมอบต่อเนื่องกัน และงานโครงการใหม่ที่ประมูลได้ก็มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ค่อนข้างสูงกว่าโครงการขนาดใหญ่ในปี 2563-2564 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีรายได้จากค่าเช่าอุปกรณ์สำหรับให้เช่า ซึ่งเติบโตได้ดีถึง 60.9% YoY โดยมีต้นทุนอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น
ในด้านค่าใช้จ่ายในการบริหาร มีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนและปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการบันทึกผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในบริษัท Campana Group Pte. Ltd. ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 6,282.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 92.3% จากการรับเงินจากการจำหน่ายหน่วยลงทุนและรับชำระจากลูกหนี้ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 51.7% และอุปกรณ์สำหรับให้เช่า 70.5% ซึ่งสะท้อนถึงการลงทุนในโครงการใหม่และการเตรียมพร้อมสำหรับโครงการที่กำลังจะดำเนินการ ขณะเดียวกัน สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นลดลง 100% เนื่องจากมีการถอนเงินฝากระยะสั้นมาใช้หมุนเวียนในโครงการ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,242.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.5% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น 70.9% ซึ่งเกิดจากการลงทุนในงานโครงการต่างๆ ที่ยังไม่ครบกำหนดการจ่ายค่าสินค้าและบริการ และต้นทุนที่ยังไม่เรียกชำระเพิ่มขึ้น 11.2% นอกจากนี้ ยังมีการทำสัญญาเช่าทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 3,039.5 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.7% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผลประจำปี
## สรุปท้าย
AIT ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้รวมที่ลดลง YoY เนื่องจากเปรียบเทียบกับฐานที่สูงผิดปกติจากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ในปีที่แล้ว ประกอบกับการไม่มีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในไตรมาสก่อนหน้า ทำให้กำไรสุทธิลดลงทั้ง YoY และ QoQ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสนี้ปรับตัวดีขึ้น และการลงทุนในโครงการใหม่ๆ รวมถึงการเติบโตของรายได้ค่าเช่าอุปกรณ์ เป็นปัจจัยที่น่าจับตาสำหรับโอกาสในการเติบโตในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงยังคงอยู่ที่การพึ่งพิงลูกค้าภาครัฐและความผันผวนของโครงการขนาดใหญ่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AIT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,530.36
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
325.45
ล้านบาท
↓ 11.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.27
%
กำไรสุทธิ
140.06
ล้านบาท
↓ 6.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.15
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,530
↓ -11.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
325
↓ -11.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
140
↓ -6.4%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
14.00
ROA (%)
10.75
Book Value/หุ้น
2.59
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+47
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+84
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
47.47
-81.25%
|
253.13
-71.19%
|
878.69
-1,596.66%
|
-58.71
-103.52%
|
1,667.20
-22.50%
|
2,151.18
+57.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
84.12
+1,216.43%
|
6.39
-97.78%
|
287.78
-122.80%
|
-1,262.16
+113.22%
|
-591.94
+1,429.56%
|
-38.70
-244.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
655.76
+523.46%
|
105.18
-278.36%
|
-58.97
-126.33%
|
223.99
-126.32%
|
-850.90
-62.09%
|
-2,244.56
+379.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
787.34
+115.88%
|
364.71
-67.07%
|
1,107.50
-200.97%
|
-1,096.89
-588.85%
|
224.38
-269.87%
|
-132.09
-114.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,901.11
-2.62%
|
1,952.16
+31.32%
|
1,486.59
+292.76%
|
378.50
+85.11%
|
204.47
+7.51%
|
190.18
-84.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,524.58
+32.80%
|
1,901.11
-2.62%
|
1,952.16
+31.32%
|
1,486.59
+292.76%
|
378.50
+85.11%
|
204.47
+7.51%
|