บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
4.96
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรเพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่ขึ้นโดยส่งมอบงานโครงการ ขนาดใหญ่หลายโครงการซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ได้งานโครงการในไตรมาสก่อนๆ และดําเนินโครงการมาต่อเนื่อง
ส่วนในช่วง ไตรมาสที่ 2 ปี 2563 เป็นช่วงแรกที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โค วิด-19 ทําให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนวิธีการทํางานส่งผลให้การส่งมอบหรือตรวจรับอุปกรณ์ หรืองานโครงการมีความล่าช้าออกไป
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7319 out_tok=3385 at=2026-07-25T00:49:48 -->
# AIT กำไร Q2/66 โต 1.2% รับรายได้โครงการใหญ่หนุน แต่ GPM หดตัว
## รายได้รวมใกล้เคียงปีก่อน เพิ่มขึ้นจาก Q1/66 ขณะที่ต้นทุนสูงขึ้นส่งผลกำไรสุทธิเติบโตจำกัด
บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 1,703.0 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1,711.8 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 31.3% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 123.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เติบโต 27.1% จากไตรมาสก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
หัวใจกำไรของ AIT ในไตรมาส 2 ปี 2566 มาจากการ **เพิ่มขึ้นของรายได้รวมจากการส่งมอบโครงการที่มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันกำไรให้เติบโตได้
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการที่เติบโตถึง 35.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า** โดยมีมูลค่าโครงการที่ส่งมอบสูงกว่าไตรมาส 1 ปี 2566 อย่างไรก็ตาม แม้รายได้รวมจะใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิกลับเติบโตเพียง 1.2% เนื่องจาก **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ของโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสนี้ค่อนข้างต่ำกว่าโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสก่อนหน้า** อันเป็นผลมาจากการแข่งขันที่สูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจาก **มูลค่ารวมของงานโครงการที่ส่งมอบในไตรมาส 2 ปี 2566 มีขนาดใหญ่กว่าในไตรมาส 1 ปี 2566** โดยโครงการสำคัญที่ส่งมอบ ได้แก่ โครงการจัดหาและพัฒนาสารสนเทศภูมิศาสตร์ของสำนักงานประกันสังคม, โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มภาครัฐของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลฯ, โครงการขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของ SVOA, โครงการขาย CAT-IIG ของ NT และโครงการพัฒนาปรับปรุงระบบเครือข่ายของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ส่วนสาเหตุที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลง มาจาก **โครงการที่ส่งมอบในช่วงไตรมาส 2 ปี 2566 หลายโครงการเป็นงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างต่ำกว่าโครงการที่ส่งมอบในไตรมาส 1 ปี 2566** ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจาก **การแข่งขันที่สูงขึ้น** ทำให้บริษัทฯ ต้องเสนอราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่ารายได้รวมใกล้เคียงกับไตรมาส 2 ปี 2565 แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากไตรมาสก่อนหน้าเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเนื่องจากการแข่งขันที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานเพื่อรักษาระดับอัตรากำไรในอนาคตได้หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวตามลักษณะของโครงการที่ส่งมอบในแต่ละช่วง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/66 อยู่ที่ 1,703.0 ล้านบาท ใกล้เคียง Q2/65 ที่ 1,711.8 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 31.3% จาก Q1/66**
* **กำไรสุทธิ Q2/66 อยู่ที่ 123.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จาก Q2/65 และเพิ่มขึ้น 27.1% จาก Q1/66**
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงใน Q2/66 เมื่อเทียบกับ Q1/66 เนื่องจากโครงการที่ส่งมอบมีอัตรากำไรต่ำกว่าจากการแข่งขันที่สูงขึ้น**
* **รายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์สำหรับให้เช่าเพิ่มขึ้น 46.6% เมื่อเทียบกับ Q2/65 จากงานโครงการใหม่ที่เข้ามา**
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 15.7% เมื่อเทียบกับ Q2/65 เนื่องจากปีก่อนมีบันทึกผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุน**
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 28.0% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่จากการลงทุนในที่ดินเพื่อโครงการปลูกป่าและการขายคาร์บอนเครดิต**
* **ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 21.8% จากสิ้นปี 2565 ตามการส่งมอบงานที่เพิ่มขึ้น**
* **บริษัทฯ ได้รับเงินจากการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant) จำนวน 100.3 ล้านบาท ทำให้ทุนจดทะเบียนและส่วนเกินมูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้น**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 2 ปี 2566 บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT มีรายได้รวม 1,703.0 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1,711.8 ล้านบาท แต่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น 31.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q1/66) ที่ 1,296.7 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลมาจากมูลค่ารวมของงานโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสนี้มีขนาดใหญ่กว่าในไตรมาสแรก
ในส่วนของต้นทุนการดำเนินงานรวม อยู่ที่ 1,554.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.3% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลงเล็กน้อย 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุนในไตรมาสนี้สูงกว่ารายได้เล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่า
ส่งผลให้กำไรสำหรับงวด (กำไรสุทธิ) ในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 123.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.1% จากไตรมาสก่อนหน้า (Q1/66) ที่ 96.8 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/65) ที่ 121.6 ล้านบาท การเติบโตของกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มากกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุน แต่การเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าค่อนข้างจำกัด เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง
## โอกาส
* **การส่งมอบโครงการภาครัฐขนาดใหญ่:** โครงการที่ส่งมอบในไตรมาสนี้ เช่น โครงการของสำนักงานประกันสังคม, สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลฯ, การทางพิเศษแห่งประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการรับงานโครงการขนาดใหญ่ของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของบริษัทฯ
* **การเติบโตของรายได้ค่าเช่าอุปกรณ์:** รายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์สำหรับให้เช่ามีการเติบโตที่แข็งแกร่งถึง 46.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการมีงานโครงการอุปกรณ์ให้เช่าที่เข้ามาใหม่ในช่วงปลายปี 2565 ซึ่งเป็นรายได้ที่มีลักษณะ recurring
* **การลงทุนในที่ดินเพื่อโครงการปลูกป่าและขายคาร์บอนเครดิต:** การซื้อที่ดินเพื่อดำเนินโครงการปลูกป่าเชิงเศรษฐกิจและขายคาร์บอนเครดิต เป็นการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้และผลกำไรในอนาคต
* **การระดมทุนผ่านการใช้สิทธิ Warrant:** การได้รับเงินจากการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของส่วนของผู้ถือหุ้น และเพิ่มทุนจดทะเบียน ซึ่งอาจนำไปสู่การขยายธุรกิจในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี:** ฝ่ายจัดการระบุว่าการแข่งขันที่สูงขึ้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสนี้ลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวหากไม่สามารถบริหารจัดการได้
* **ความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลต่อการลงทุนภาครัฐ:** การรอความชัดเจนทางการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาลอาจส่งผลให้โครงการด้านไอทีขนาดใหญ่ของหน่วยงานภาครัฐล่าช้าออกไป ซึ่งกระทบต่อการรับรู้รายได้ของบริษัทฯ
* **การลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** เงินสดลดลง 28.0% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในที่ดินและค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งต้องติดตามสภาพคล่องของบริษัทฯ ในระยะต่อไป
* **การพึ่งพิงลูกค้าภาครัฐ:** การที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากลูกค้าที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ทำให้บริษัทฯ มีความเสี่ยงหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หรือการชะลอการลงทุนของภาครัฐ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** การแข่งขันที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อ GPM อย่างไรในไตรมาสถัดไป และบริษัทฯ มีกลยุทธ์ในการบริหารจัดการอย่างไร
* **ความคืบหน้าของโครงการไอทีภาครัฐ:** การจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะส่งผลต่อการเร่งเบิกจ่ายและการอนุมัติโครงการไอทีขนาดใหญ่หรือไม่
* **การเติบโตของรายได้ค่าเช่าอุปกรณ์:** แนวโน้มการเติบโตของรายได้ recurring จากธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์จะเป็นอย่างไร
* **การดำเนินงานโครงการปลูกป่าและขายคาร์บอนเครดิต:** ความคืบหน้าและผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจใหม่นี้
* **การบริหารจัดการลูกหนี้การค้า:** การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าสอดคล้องกับการส่งมอบงานหรือไม่ และมีแนวโน้มการเรียกเก็บเงินอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**รายได้จากการขายและบริการ:** รายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากลูกค้าหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ โดยในไตรมาส 2 ปี 2566 มีการส่งมอบโครงการสำคัญหลายโครงการ ซึ่งช่วยผลักดันรายได้ให้เติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ ทำให้ GPM ลดลง
**รายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์สำหรับให้เช่า:** มีการเติบโตที่น่าสนใจ 46.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากโครงการใหม่ที่เข้ามา ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของรายได้ที่มีลักษณะประจำ (recurring revenue)
**ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย:** เพิ่มขึ้น 26.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากมีการปรับโครงสร้างพนักงานบางส่วนจากฝ่าย Service มาดูแลด้าน Presale ซึ่งทำงานร่วมกับฝ่ายขาย ทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้น
**ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 15.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีการบันทึกผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุนในบริษัท Campana Group Pte. Ltd. ประมาณ 20.0 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 6,444.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% จากสิ้นปี 2565 การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 28.0%** เนื่องจากมีการลงทุนในที่ดินสำหรับโครงการปลูกป่าและขายคาร์บอนเครดิต รวมถึงการจ่ายค่าบำรุงรักษาล่วงหน้า ในขณะที่ **ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 21.8%** สอดคล้องกับการส่งมอบงานที่เพิ่มขึ้น และ **สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 40.4%** จากค่าบำรุงรักษาจ่ายล่วงหน้าและภาษีมูลค่าเพิ่มที่ยังไม่เรียกชำระ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 125.9% จากการซื้อที่ดินเพื่อโครงการปลูกป่า
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,529.6 ล้านบาท ลดลง 2.8% จากสิ้นปี 2565 โดย **เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 18.5%** จากการรับใบแจ้งหนี้จาก Supplier ที่ยังไม่ครบกำหนดชำระ ในขณะที่ **ต้นทุนที่ยังไม่เรียกชำระลดลง 18.7%** จากการที่ Supplier ได้ออกใบแจ้งหนี้เรียกเก็บเงิน หนี้สินตามสัญญาการจัดการทางการเงินลดลงรวม 69.9 ล้านบาท จากการจ่ายชำระตามงวด
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,914.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการ **เพิ่มขึ้นของทุนออกจำหน่ายและชำระเต็มมูลค่า (100.3 ล้านบาท) และส่วนเกินมูลค่าหุ้น (100.2 ล้านบาท)** จากการที่ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามใบสำคัญแสดงสิทธิ ในขณะที่กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรลดลงเล็กน้อย 1.7% เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลและสำรองตามกฎหมาย
## สรุปท้าย
AIT ในไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวมที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ แต่ความสามารถในการทำกำไรถูกกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเนื่องจากการแข่งขันที่สูงขึ้น แม้กำไรสุทธิจะยังคงเติบโตเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่การบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตรากำไรจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในอนาคต ควบคู่ไปกับการติดตามความคืบหน้าของโครงการภาครัฐ และการเติบโตของรายได้จากธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจใหม่ด้านคาร์บอนเครดิต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AIT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,530.36
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
325.45
ล้านบาท
↓ 11.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.27
%
กำไรสุทธิ
140.06
ล้านบาท
↓ 6.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.15
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,530
↓ -11.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
325
↓ -11.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
140
↓ -6.4%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
14.00
ROA (%)
10.75
Book Value/หุ้น
2.59
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+47
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+84
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
47.47
-81.25%
|
253.13
-71.19%
|
878.69
-1,596.66%
|
-58.71
-103.52%
|
1,667.20
-22.50%
|
2,151.18
+57.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
84.12
+1,216.43%
|
6.39
-97.78%
|
287.78
-122.80%
|
-1,262.16
+113.22%
|
-591.94
+1,429.56%
|
-38.70
-244.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
655.76
+523.46%
|
105.18
-278.36%
|
-58.97
-126.33%
|
223.99
-126.32%
|
-850.90
-62.09%
|
-2,244.56
+379.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
787.34
+115.88%
|
364.71
-67.07%
|
1,107.50
-200.97%
|
-1,096.89
-588.85%
|
224.38
-269.87%
|
-132.09
-114.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,901.11
-2.62%
|
1,952.16
+31.32%
|
1,486.59
+292.76%
|
378.50
+85.11%
|
204.47
+7.51%
|
190.18
-84.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,524.58
+32.80%
|
1,901.11
-2.62%
|
1,952.16
+31.32%
|
1,486.59
+292.76%
|
378.50
+85.11%
|
204.47
+7.51%
|