บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
4.96
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรเพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่ขึ้นโดยส่งมอบงานโครงการ ขนาดใหญ่หลายโครงการซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ได้งานโครงการในไตรมาสก่อนๆ และดําเนินโครงการมาต่อเนื่อง
ส่วนในช่วง ไตรมาสที่ 2 ปี 2563 เป็นช่วงแรกที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โค วิด-19 ทําให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนวิธีการทํางานส่งผลให้การส่งมอบหรือตรวจรับอุปกรณ์ หรืองานโครงการมีความล่าช้าออกไป
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8365 out_tok=2555 at=2026-07-25T05:59:57 -->
AIT กำไร Q3/2565 พุ่ง 21.8% รับแรงหนุนโครงการใหญ่
รายได้-กำไรโตตามเศรษฐกิจฟื้น ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากโครงการมูลค่าสูง-อัตรากำไรดีขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มจากการตั้งสำรองหนี้เสีย
บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 1,886.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 25.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 142.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 21.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตดังกล่าวสอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคบริการและการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AIT ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงและมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น** ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการดำเนินงานโครงการต่างๆ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การที่รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและปีก่อน เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19 ทำให้การดำเนินโครงการต่างๆ สะดวกขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังได้ส่งมอบโครงการสำคัญหลายโครงการ เช่น โครงการระบบ GDCC ของ NT, โครงการคอมพิวเตอร์แม่ข่ายของสำนักงานประกันสังคม, โครงการครุภัณฑ์เพื่อการศึกษาของกระทรวงอุดมศึกษาฯ, โครงการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอาคารรัฐสภาแห่งใหม่, โครงการแพลตฟอร์มดิจิทัลประกันสังคม และโครงการพัฒนาระบบติดตามขบวนรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย
ประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่ออัตรากำไรคือ ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวสูงขึ้น** เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสนี้มีอัตรากำไรที่ดีกว่า
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 72.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และ 136.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก **การบันทึกค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากลูกหนี้ค้างนาน และผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในตราสารทุน** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
มี **โอกาสต่อเนื่อง** ในแง่ของรายได้จากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น เนื่องจากมาตรการผ่อนคลาย COVID-19 ยังคงอยู่ และบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีกหลายโครงการ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เกิดจากการตั้งสำรองหนี้เสียและผลขาดทุนจากเงินลงทุนนั้น **มีลักษณะเป็นครั้งคราว** ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของลูกหนี้และการประเมินมูลค่าเงินลงทุนในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโตแข็งแกร่ง:** ไตรมาส 3 ปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 1,886.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2% QoQ และ 25.0% YoY
* **กำไรสุทธิพุ่ง 21.8% YoY:** กำไรสุทธิอยู่ที่ 142.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% QoQ และ 21.8% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายบริหารพุ่งสูง:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากรายการตั้งสำรองหนี้เสียและผลขาดทุนเงินลงทุน
* **เงินสดเพิ่มขึ้นจากการใช้สิทธิวอร์แรนต์:** เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 261.2% จากการรับเงินจากการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ AIT-W2
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 AIT มีรายได้รวม 1,886.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 174.7 ล้านบาท หรือ 10.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 และเพิ่มขึ้น 377.4 ล้านบาท หรือ 25.0% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 การเติบโตของรายได้มาจากโครงการที่มีมูลค่าสูงกว่าในไตรมาสนี้ ประกอบกับการดำเนินงานที่สะดวกขึ้นหลังการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้นตามรายได้ โดยมีอัตราการเปลี่ยนแปลงใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นสูงขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน
ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 142.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.1 ล้านบาท หรือ 17.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 และเพิ่มขึ้น 25.5 ล้านบาท หรือ 21.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 โดยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนมาจากปัจจัยที่ไม่มีส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการเดินทางและการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น สนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัท
* **โครงการขนาดใหญ่:** การส่งมอบโครงการมูลค่าสูงหลายโครงการในไตรมาสนี้ บ่งชี้ถึงศักยภาพในการรับงานและส่งมอบโครงการขนาดใหญ่
* **การลงทุนในอุปกรณ์ให้เช่า:** การลงทุนในโครงการอุปกรณ์ให้เช่าใหม่ที่ทยอยส่งมอบในปี 2565 เป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้
* **การใช้สิทธิวอร์แรนต์:** การได้รับเงินจากการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ AIT-W2 ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของค่าใช้จ่ายบริหาร:** การบันทึกค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน อาจส่งผลกระทบต่อกำไรในแต่ละไตรมาส
* **การพึ่งพิงโครงการภาครัฐ:** การใช้จ่ายภาครัฐที่หดตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน อาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนในโครงการใหม่ๆ ของภาครัฐ
* **ความเสี่ยงด้านเครดิต:** การตั้งสำรองหนี้เสียสะท้อนถึงความเสี่ยงในการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้บางราย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการส่งมอบโครงการ:** ติดตามการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ที่เหลือและโครงการใหม่ที่จะเข้ามา
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** จับตาการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้องกับการตั้งสำรอง
* **ผลประกอบการจากธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์:** ประเมินการเติบโตและผลกำไรจากธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของหนี้สินรวมและการบริหารจัดการหนี้ภายใต้สัญญาการจัดการทางการเงิน
* **การใช้สิทธิ AIT-W2:** ติดตามผลกระทบจากการใช้สิทธิแปลงสภาพวอร์แรนต์ต่อโครงสร้างผู้ถือหุ้นและเงินทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** เติบโตโดดเด่นจากการส่งมอบโครงการใหญ่หลายโครงการ สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศขนาดใหญ่
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในโครงการที่ส่งมอบ
* **รายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์:** มีการเติบโตจากการทยอยส่งมอบโครงการอุปกรณ์ให้เช่าใหม่
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย:** เพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของรายได้และกิจกรรมส่งเสริมการขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากรายการพิเศษ เช่น การตั้งสำรองหนี้เสีย และผลขาดทุนจากเงินลงทุน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 6,246.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 261.2% จากการรับเงินจากการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ AIT-W2 และการถอนเงินฝากระยะสั้นเพื่อใช้หมุนเวียนในโครงการ
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 8.5% จากการส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่และรายได้ค้างรับ ขณะที่สินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาและสินค้าคงเหลือมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,620.3 ล้านบาท ลดลง 2.6% จากสิ้นปี 2564 โดยเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 24.6% จากการลงทุนในโครงการใหม่ๆ ขณะที่ต้นทุนที่ยังไม่เรียกชำระและหนี้สินที่เกิดจากสัญญาปรับตัวลดลง
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 18.5% เป็น 3,626.6 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินรับล่วงหน้าค่าหุ้นจากการใช้สิทธิ AIT-W2 จำนวน 599.0 ล้านบาท แม้ว่ากำไรสะสมจะลดลงเล็กน้อยจากการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
AIT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 แข็งแกร่งด้วยรายได้และกำไรที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการส่งมอบโครงการเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่สร้างอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากรายการพิเศษ และประเมินโอกาสในการเติบโตจากโครงการใหม่ๆ และธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์ ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต เพื่อให้เห็นภาพการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AIT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,530.36
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
325.45
ล้านบาท
↓ 11.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.27
%
กำไรสุทธิ
140.06
ล้านบาท
↓ 6.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.15
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,530
↓ -11.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
325
↓ -11.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
140
↓ -6.4%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
14.00
ROA (%)
10.75
Book Value/หุ้น
2.59
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+47
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+84
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
47.47
-81.25%
|
253.13
-71.19%
|
878.69
-1,596.66%
|
-58.71
-103.52%
|
1,667.20
-22.50%
|
2,151.18
+57.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
84.12
+1,216.43%
|
6.39
-97.78%
|
287.78
-122.80%
|
-1,262.16
+113.22%
|
-591.94
+1,429.56%
|
-38.70
-244.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
655.76
+523.46%
|
105.18
-278.36%
|
-58.97
-126.33%
|
223.99
-126.32%
|
-850.90
-62.09%
|
-2,244.56
+379.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
787.34
+115.88%
|
364.71
-67.07%
|
1,107.50
-200.97%
|
-1,096.89
-588.85%
|
224.38
-269.87%
|
-132.09
-114.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,901.11
-2.62%
|
1,952.16
+31.32%
|
1,486.59
+292.76%
|
378.50
+85.11%
|
204.47
+7.51%
|
190.18
-84.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,524.58
+32.80%
|
1,901.11
-2.62%
|
1,952.16
+31.32%
|
1,486.59
+292.76%
|
378.50
+85.11%
|
204.47
+7.51%
|