บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
4.96
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรเพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่ขึ้นโดยส่งมอบงานโครงการ ขนาดใหญ่หลายโครงการซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ได้งานโครงการในไตรมาสก่อนๆ และดําเนินโครงการมาต่อเนื่อง
ส่วนในช่วง ไตรมาสที่ 2 ปี 2563 เป็นช่วงแรกที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โค วิด-19 ทําให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนวิธีการทํางานส่งผลให้การส่งมอบหรือตรวจรับอุปกรณ์ หรืองานโครงการมีความล่าช้าออกไป
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7611 out_tok=2996 at=2026-07-25T09:12:42 -->
# AIT กำไร Q3/64 หดตัว 14.6% รับแรงกดดันจากงานโครงการขนาดเล็กลง
## รายได้-กำไร ปรับตามขนาดโครงการที่ส่งมอบ ฝ่ายจัดการชี้แจงปัจจัยการเปลี่ยนแปลง พร้อมเผยการบริหารจัดการหนี้สินและลูกหนี้
ในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT รายได้รวมอยู่ที่ 1,509.1 ล้านบาท ลดลง 27.5% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 32.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 117.2 ล้านบาท ลดลง 14.4% จากไตรมาสก่อน และลดลง 14.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากขนาดของโครงการที่ส่งมอบลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ AIT ในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 คือ **การลดลงของรายได้จากการขายและบริการ** ซึ่งเป็นผลโดยตรงมาจากการที่ **งานโครงการส่วนใหญ่ได้ครบกำหนดส่งมอบแล้วในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2564** ทำให้โครงการที่เข้ามาใหม่ในไตรมาสนี้มีขนาดมูลค่างานโครงการที่เล็กลง ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 27.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 32.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรสำหรับงวดจะลดลงน้อยกว่าอัตราการลดลงของรายได้ แต่ภาพรวมกำไรสุทธิก็ปรับตัวลดลงตามรายได้ที่หดตัว
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การลดลงของรายได้จากการขายและบริการในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 เกิดจากการที่ **โครงการขนาดใหญ่หลายโครงการที่ดำเนินงานต่อเนื่องมาจากไตรมาสก่อนๆ ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นและส่งมอบงานไปแล้วในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2564** ทำให้การส่งมอบโครงการในไตรมาสที่ 3 มีขนาดเล็กลง ตัวอย่างโครงการที่ส่งมอบไปแล้ว เช่น โครงการซื้อขายพร้อมติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ฯ และโครงการก่อสร้างปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าฯ ในขณะที่โครงการใหม่ที่เริ่มส่งมอบในไตรมาสนี้มีมูลค่าไม่สูงเท่าโครงการเดิม เช่น โครงการขาย Advanced Service สำหรับระบบ Hybrid CSOC ให้แก่บริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ **ต้นทุนขายและบริการ** แม้จะลดลงตามรายได้ แต่ **อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 สูงกว่าอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสที่ 2 ปี 2564** ซึ่งช่วยลดทอนผลกระทบจากการลดลงของรายได้ได้บางส่วน แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ปี 2563 อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสนี้กลับต่ำกว่า ทำให้ต้นทุนลดลงในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้
นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังชี้แจงถึง **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ที่ลดลงจากไตรมาสที่ 3 ปี 2563 อย่างมีนัยสำคัญ (ลดลง 49.7%) เนื่องจากในปีก่อนได้มีการบันทึกค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับลูกหนี้ค้างนาน และมีค่าใช้จ่ายบำเหน็จกรรมการที่จ่ายล่าช้ากว่าปีนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะกลับมาดีขึ้นเมื่อมีโครงการใหม่ที่มีมูลค่าสูงเข้ามาทดแทนโครงการเดิมที่ส่งมอบเสร็จสิ้นไปแล้ว ฝ่ายจัดการระบุว่ามีโครงการใหม่ที่เริ่มส่งมอบในไตรมาสนี้ และมีโครงการขนาดใหญ่อยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น โครงการซื้อขายพร้อมติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศฯ ของอาคารรัฐสภาฯ ระยะที่ 2, โครงการจ้างพัฒนาระบบ D-Ticket ของการรถไฟฯ และโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์สารสนเทศของกรมที่ดิน ซึ่งหากโครงการเหล่านี้สามารถดำเนินการและส่งมอบได้ตามแผน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันรายได้และผลประกอบการในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/64 อยู่ที่ 1,509.1 ล้านบาท ลดลง 27.5% QoQ และ 32.7% YoY**
* **กำไรสุทธิ Q3/64 อยู่ที่ 117.2 ล้านบาท ลดลง 14.4% QoQ และ 14.6% YoY**
* **อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่ส่งมอบใน Q3/64 สูงกว่า Q2/64 แต่ต่ำกว่า Q3/63**
* **ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 29.2% จากการทำงานที่บ้าน (WFH) ของหน่วยงานภาครัฐ ทำให้กระบวนการตรวจรับและเบิกจ่ายล่าช้า**
* **เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 260% เพื่อเสริมสภาพคล่องจากการที่ลูกหนี้ภาครัฐเบิกจ่ายล่าช้า**
* **อุปกรณ์สำหรับให้เช่าเพิ่มขึ้น 145.1% จากการลงทุนในโครงการให้เช่าใช้ระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลเพื่อบริการงานประกันสังคม**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT มีรายได้รวม 1,509.1 ล้านบาท ลดลง 27.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2564 และลดลง 32.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ปี 2563 สาเหตุหลักมาจากการส่งมอบงานโครงการที่มีขนาดเล็กลงกว่าช่วงก่อนหน้า
ต้นทุนขายและบริการปรับตัวลดลงตามรายได้ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสนี้สูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า แต่ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 23.9% QoQ และ 32.0% YoY ตามการลดลงของรายได้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 14.1% QoQ แต่ลดลงถึง 49.7% YoY เนื่องจากปีก่อนมีรายการพิเศษ เช่น ค่าเผื่อผลขาดทุนฯ และค่าบำเหน็จกรรมการ
ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 อยู่ที่ 117.2 ล้านบาท ลดลง 14.4% QoQ และ 14.6% YoY
## โอกาส
* **การเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** มีโครงการใหม่ที่เริ่มส่งมอบงานในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 เช่น โครงการขาย Advanced Service สำหรับระบบ Hybrid CSOC และโครงการขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับรองรับการให้บริการ Cloud for Critical Information Infrastructure
* **โครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ:** โครงการสำคัญที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ เช่น โครงการซื้อขายพร้อมติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศฯ ของอาคารรัฐสภาฯ ระยะที่ 2, โครงการจ้างพัฒนาระบบ D-Ticket ของการรถไฟฯ และโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์สารสนเทศของกรมที่ดิน ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ในอนาคต
* **การเติบโตของรายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์:** รายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์สำหรับให้เช่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 69.4% QoQ และ 70.9% YoY จากการเริ่มมีรายได้จากโครงการเช่าใช้ระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลเพื่อบริการงานประกันสังคม
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพิงโครงการขนาดใหญ่:** ผลประกอบการมีความผันผวนตามขนาดและช่วงเวลาการส่งมอบโครงการ หากโครงการใหม่มีขนาดเล็กกว่าโครงการเดิม อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
* **ความล่าช้าในการเบิกจ่ายของภาครัฐ:** สถานการณ์การทำงานที่บ้าน (WFH) ของหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ส่งผลให้กระบวนการตรวจรับและเบิกจ่ายล่าช้า ซึ่งกระทบต่อกระแสเงินสดและอาจต้องพึ่งพาเงินกู้ยืมระยะสั้นมากขึ้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี:** แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรงในเอกสาร แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ:** โดยเฉพาะโครงการอาคารรัฐสภาฯ ระยะที่ 2, โครงการ D-Ticket และโครงการกรมที่ดิน ว่าจะสามารถส่งมอบงานและรับรู้รายได้ได้ตามแผนหรือไม่
* **การบริหารจัดการลูกหนี้การค้า:** การติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายจากหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เพื่อลดระยะเวลาการถือครองลูกหนี้
* **การบริหารต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น:** การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ แม้จะมีการส่งมอบโครงการที่มีขนาดแตกต่างกัน
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การติดตามภาระดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น และแผนการชำระคืนหนี้สินภายใต้สัญญาการจัดการทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
* **Product Mix:** รายได้หลักยังคงมาจากงานโครงการขายและติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แม้ว่าจะมีรายได้จากค่าเช่าอุปกรณ์สำหรับให้เช่าที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **Recurring Revenue:** รายได้ค่าเช่าจากอุปกรณ์สำหรับให้เช่า ถือเป็นรายได้ที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ (recurring) ซึ่งเริ่มมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากการได้งานโครงการใหม่
* **ลูกค้าหลัก:** ลูกค้าหลักยังคงเป็นหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งส่งผลต่อรอบการเบิกจ่ายที่อาจล่าช้ากว่าภาคเอกชน
* **Margin:** อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสนี้มีการเปลี่ยนแปลง โดยสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า แต่ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงลักษณะของโครงการที่ส่งมอบ
* **การขยายตลาด/พาร์ทเนอร์:** มีการเริ่มส่งมอบงานโครงการขาย Advanced Service สำหรับระบบ Hybrid CSOC และโครงการขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับรองรับการให้บริการ Cloud for Critical Information Infrastructure ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการขยายบริการไปยังกลุ่มลูกค้าที่ต้องการโซลูชันด้านคลาวด์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 6,578.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากสิ้นปี 2563 โดยมี **ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 29.2%** เนื่องจากความล่าช้าในการเบิกจ่ายของภาครัฐ ขณะที่ **สินค้าคงเหลือลดลง 40.5%** จากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,679.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% จากสิ้นปี 2563 โดยมี **เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 260%** เพื่อเสริมสภาพคล่องจากการที่ลูกหนี้ภาครัฐเบิกจ่ายล่าช้า และ **เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 43.0%** จากการจ่ายชำระค่าสินค้าและบริการ
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,898.3 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.9% จากสิ้นปี 2563 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ AIT ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการลดลงของรายได้จากการขายและบริการ อันเป็นผลมาจากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ที่เสร็จสิ้นไปแล้วในช่วงก่อนหน้า ทำให้โครงการใหม่ที่เข้ามามีมูลค่าเล็กลง แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่ส่งมอบจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ก็ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยที่ต้องจับตาคือความคืบหน้าของโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และการบริหารจัดการลูกหนี้ภาครัฐที่อาจส่งผลต่อกระแสเงินสดและความจำเป็นในการพึ่งพาเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ค่าเช่าอุปกรณ์และโครงการใหม่ๆ ที่เริ่มส่งมอบ เป็นสัญญาณบวกที่อาจช่วยชดเชยผลกระทบจากการลดลงของรายได้โครงการหลักได้ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AIT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,530.36
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
325.45
ล้านบาท
↓ 11.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.27
%
กำไรสุทธิ
140.06
ล้านบาท
↓ 6.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.15
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,530
↓ -11.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
325
↓ -11.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
140
↓ -6.4%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
14.00
ROA (%)
10.75
Book Value/หุ้น
2.59
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+47
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+84
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
47.47
-81.25%
|
253.13
-71.19%
|
878.69
-1,596.66%
|
-58.71
-103.52%
|
1,667.20
-22.50%
|
2,151.18
+57.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
84.12
+1,216.43%
|
6.39
-97.78%
|
287.78
-122.80%
|
-1,262.16
+113.22%
|
-591.94
+1,429.56%
|
-38.70
-244.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
655.76
+523.46%
|
105.18
-278.36%
|
-58.97
-126.33%
|
223.99
-126.32%
|
-850.90
-62.09%
|
-2,244.56
+379.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
787.34
+115.88%
|
364.71
-67.07%
|
1,107.50
-200.97%
|
-1,096.89
-588.85%
|
224.38
-269.87%
|
-132.09
-114.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,901.11
-2.62%
|
1,952.16
+31.32%
|
1,486.59
+292.76%
|
378.50
+85.11%
|
204.47
+7.51%
|
190.18
-84.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,524.58
+32.80%
|
1,901.11
-2.62%
|
1,952.16
+31.32%
|
1,486.59
+292.76%
|
378.50
+85.11%
|
204.47
+7.51%
|