บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
HENG Leasing เติบโตอย่างยั่งยืน! สรุป Oppday ไตรมาส 1 ปี 2568 พร้อมเจาะลึกทุกประเด็นสำคัญ
P/E 27.43 YIELD 5.59 ราคา 0.94 (0.00%)
HENG Leasing เติบโตอย่างยั่งยืน! สรุป Oppday ไตรมาส 1 ปี 2568 พร้อมเจาะลึกทุกประเด็นสำคัญ
สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับนักลงทุนทุกท่านเข้าสู่กิจกรรม Opportunity Day ของบริษัท HENG Leasing and Capital จำกัด (มหาชน) ในไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2568 วันนี้เราจะมาพูดคุยถึงภาพรวมธุรกิจ กลยุทธ์ของบริษัท และเรื่องการเงิน รวมถึงเปิดโอกาสให้นักลงทุนสอบถามข้อมูลต่างๆ
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview)
บริษัท HENG Leasing ยังคงมุ่งเน้นการให้บริการสินเชื่อ โดยหลักยังคงเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 97% โดยส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อรถยนต์มือสอง ซึ่งมีการแยกย่อยออกเป็นรูปแบบของการทำเช่าซื้อและจำนำทะเบียนรถ บริษัทพยายามลดการทำเช่าซื้อลง และไปเพิ่มในส่วนของการจำนำทะเบียนรถให้มากขึ้น นอกจากนี้ ในหมวดนี้ก็ยังมีในเรื่องของสินเชื่อที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ส่วนอีก 3% จะเป็นส่วนของสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ สินเชื่อส่วนบุคคลสำหรับมนุษย์เงินเดือน ซึ่งส่วนนี้ไม่ได้เติบโตมากนัก บริษัทจึงไปเน้นที่สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ โดยเน้นลงไปในรายละเอียดของกลุ่มลูกค้าที่เป็นเกษตรกร ซึ่งกลุ่มนี้มีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการให้บริการทางด้านของประกัน ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ซึ่งตัวเลขยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยยะสำคัญ
จำนวนสาขาที่ให้บริการ จากสิ้นปี 2567 มีทั้งสิ้น 1,018 สาขา แต่ด้วยนโยบายและกลยุทธ์ใหม่ในปี 2568 บริษัทมีการปิดสาขาไปประมาณ 140-142 สาขา และมีการเปิดสาขาใหม่ด้วย โดยมีกลยุทธ์ที่จะย้ายไปในทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพและมีประสิทธิภาพ คํานึงถึงตัวบุคลากรในพื้นที่เป็นหลัก ตอนนี้มีอยู่ทั้งหมด 928 สาขา กระจายไปทั่วทุกภูมิภาค โดยหลักๆ จะอยู่ในภาคอีสาน 36% และภาคเหนือ 24% ภาคกลาง 23%
บริษัทดำเนินธุรกิจบนความมีมาตรฐาน โดยให้ความสำคัญกับเรื่อง ESG ในปี 2566 ได้รับการประเมินที่ระดับ A และในปี 2567 ได้รับการประเมินเป็นระดับ 2A ซึ่งคาดว่าจะทำได้ดีกว่าเดิมในปีนี้ นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น CG ในระดับ 5 ดาว และได้รับการประเมิน 100 คะแนนเต็มในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นมาอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่สำคัญที่สุดที่บริษัทโฟกัสคือเรื่องของ ESG ซึ่งทำต่อเนื่องมาทุกปี โดยให้ความสำคัญทั้ง 3 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ ซึ่งในปีนี้บริษัทน่าจะมีการขยายในรายละเอียดด้านกลยุทธ์มากยิ่งขึ้น
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities)
บริษัทมองว่าด้วยเศรษฐกิจของประเทศที่ยังไม่ดีนัก และมีปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยภายนอก ทั้งในระดับมหภาคหรือระดับโลก ซึ่งมากระทบกับธุรกิจ ทำให้พอร์ตของบริษัทไม่ได้โตขึ้นมากนัก แต่จะเน้นรักษาพอร์ตที่มีอยู่ และปล่อยสินเชื่อใหม่ด้วยคุณภาพที่สูง ด้วยการเข้มงวดในการ KYC และคํานึงถึงด้านความเสี่ยงต่างๆ
ผลิตภัณฑ์ที่เน้นในปีนี้ คือการขยายสินเชื่อไปในธุรกิจนาโน ซึ่งได้ผลตอบแทนเป็นอย่างดี และหนี้เสียค่อนข้างน้อย นั่นคือสินเชื่อเพื่อการเกษตร ซึ่งได้ให้บริการที่มากขึ้นในรูปแบบของสินเชื่อใหม่ เมื่อเทียบสัดส่วนกันแล้วก็เป็นสัดส่วนที่มากขึ้น มีนัยยะสำคัญ โดยขยายกลุ่มเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นพวกที่ทำการปลูกพืชไร่ พืชสวน ไปจนถึงเรื่องของปศุสัตว์ และสินค้าประเภทต่างๆ ของชนิดของพืช ไม่ว่าผักหรือผลไม้ ก็มีการเพิ่มเติมในการให้บริการและตอบโจทย์กับกลุ่มเกษตรกร
อีกอันหนึ่งที่พยายามทำใหม่ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ใหม่ในตัวของสินเชื่อกลุ่มใหม่ คือการเริ่มต้นในการทำเรื่องของสินเชื่อเกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งจะตามมาในอนาคต ตอนนี้ได้ทำเรื่องของเครื่องปรับอากาศไปก่อน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา
องค์กรได้ปฏิบัติตามหลัก ESG อย่างเป็นปกติวิสัยอยู่แล้ว และกำลังจะทำในสเกลที่ใหญ่ขึ้น โดยจะคํานึงถึงว่า จะให้สินเชื่อกับกลุ่มลูกค้าที่คํานึงถึงเรื่อง ESG ด้วย เช่น เกษตรกร ก็จะคํานึงถึงเรื่องการให้สิทธิพิเศษบางส่วน หรือมีส่วนลดในเรื่องของค่า เข้าเกณฑ์ของ ESG ในกลุ่มลูกค้า ซึ่งจะทำให้สามารถทำเรื่องนี้ได้สเกลที่ใหญ่ขึ้น เช่น เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ หรือไม่มีการเผาพืชไร่ที่ก่อให้เกิดคาร์บอน ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น
กลยุทธ์ที่ทำในปีนี้แล้วประสบผลสำเร็จ ซึ่งสะท้อนออกมาถึงงบการเงินของไตรมาส 1 คือ การควบคุมและเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน และลดค่าใช้จ่ายในด้านของการบริหารลงได้ค่อนข้างมาก
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges)
ความเสี่ยงหลักที่บริษัทกำลังเผชิญอยู่คือ สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยและปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation)
บริษัทแก้ไขปัญหาโดยการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ลดค่าใช้จ่าย และปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
- การคัดเลือกและลดสาขาที่ไม่มีคุณภาพ: ปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรและย้ายไปยังทำเลที่มีศักยภาพมากขึ้น
- การพัฒนาบุคลากร: ฝึกฝนให้พนักงานมีความรู้ความสามารถหลากหลายด้าน (Multi-skill)
- การจัดกลุ่มสาขา: รวมสาขาใกล้เคียงกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
- การใช้เทคโนโลยี: นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends)
แนวโน้มของธุรกิจในอนาคตจะเน้นการเติบโตอย่างระมัดระวัง โดยมุ่งเน้นการรักษาคุณภาพของสินทรัพย์และการบริหารความเสี่ยง
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session) [เริ่ม Q&A นาทีที่ 30:19]
-
Q: ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 จะดีกว่าไตรมาส 1 หรือไม่?
A: ผลกำไรในไตรมาส 1 มากกว่าปีก่อนหน้าประมาณ 50 ล้านบาท ทิศทางของนโยบายและกลยุทธ์ที่ใช้จะนำพาไปสู่ตัวเลขที่ดีในไตรมาส 2 โดยรวมแล้วเป็นไปตามแผนธุรกิจที่วางไว้ และไม่มีสถานการณ์ใดที่น่ากังวล
-
Q: จำนวนสาขาในไตรมาส 1 ลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 90 สาขา เกิดจากสาเหตุใด?
A: เกิดจากการเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่าย โดยเลือกคัดสรรในการลดสาขาที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และเกิดจากการย้ายสาขาไปยังพื้นที่และทำเลใหม่ที่มีความพร้อมมากขึ้น ปัจจุบันปิดไปแล้ว 142 สาขา และเปิดใหม่ 84 สาขา ทำให้ในไตรมาส 1 มีจำนวน 928 สาขา ในไตรมาส 2 จะมีตัวเลขของสาขาที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับการปิดเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งตัวเลขยังไม่นิ่ง
-
Q: ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อลดลงจากปีก่อน เกิดจากสาเหตุใด?
A: เป็นไปตามเป้าหมายและกลยุทธ์ของบริษัท เนื่องจากสัญญาเช่าซื้อมีหน่วยงานของรัฐควบคุมเรื่องของอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 15% ในขณะที่สินเชื่อจำนำทะเบียนสามารถทำอัตราดอกเบี้ยได้ถึง 24% กลยุทธ์จึงลดการให้เช่าซื้อลง และมุ่งเน้นพอร์ตของจำนำทะเบียนรถเพิ่มขึ้นมาทดแทน
-
Q: บริษัทมีแผนการเติบโตของสินเชื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินเชื่อเกษตรอย่างไรบ้าง?
A: จะทำด้วยความระมัดระวังและค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากสินเชื่อแอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งได้ทดลองทำและถึงดิวครบกำหนดชำระงวดแรกเรียบร้อยแล้ว โดยกลุ่มลูกค้าที่ถึงดิวครบกำหนดชำระได้เข้ามาชำระเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 100% ทำให้ค่อนข้างมั่นใจที่จะขยายตัวนี้ออกไปอีก ส่วนสินเชื่อการเกษตรจะตั้งเป้าไว้ว่าจะอยู่ในกลุ่มของนาโน และต้องการขยายสเกลออกไปให้ได้ประมาณ 5% ของพอร์ต ซึ่งจะเป็นตัวที่ yield สูง และใช้เงินทุนที่ต่ำกว่าสินเชื่อรถยนต์มือสอง
-
Q: เปอร์เซ็นต์ ECL Stage 3 ของลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพิ่มสูงขึ้นในปี 2567 มาจากสาเหตุใด?
A: เป็นผลมาจากตัว NPL ที่เพิ่มขึ้นมาจาก 6.3% เป็น 7.4% ซึ่งหนี้เสียยังมีการไหลลงมาอยู่เช่นกัน แต่ก็ถือว่าเป็นในอัตราส่วนที่ไม่มากเมื่อเทียบกับปีก่อน สํารองเปอร์เซ็นต์ก็เลยตั้งสูงขึ้นตามตัว NPL ที่เพิ่มขึ้น บริษัทก็ยังอยู่ในการบริหารจัดการ NPL อยู่ โดยการที่จะมีการให้ส่วนลดแก่ลูกหนี้ปิดบัญชีไปมากขึ้น รวมไปถึงอาจจะมีการพิจารณาตัวจำหน่ายขายหนี้ออกไป เพื่อลดสัดส่วนตรงนี้ให้ลงมา
-
Q: สาเหตุของการลดลงของผลขาดทุนจากการด้อยค่าและจำหน่ายสินทรัพย์ คือเรื่องใด?
A: สาเหตุหลักคือมีราคาขายที่ดีขึ้นจากการที่ตัวฝ่ายประมูลได้มีการทำการตลาดเพื่อเรียบผู้ประมูลเข้ามา ร่วมประมูลมากขึ้น ก็จะมีการแข่งขันราคากันมากขึ้น ได้ราคาที่ดีขึ้น จึงเป็นผลทำให้ตัวขาดทุนจากการด้อยค่ามีสัดส่วนที่ลดลง อีกประเด็นหนึ่งคือ ถ้าสิ้นปีก่อนมีปริมาณคันในสต็อกเยอะ แต่พอเริ่มมีการทำการตลาด ได้มากขึ้น ขายได้มากขึ้น ก็เลยมีการระบายตัวรถออกไปได้มากขึ้น นอกจากราคาดีแล้ว จำนวนคันที่คงเหลืออยู่ใน รอบไตรมาส 1 ก็จะน้อยกว่าเมื่อเทียบกับปีก่อน
วันนี้มีคำถามจากนักลงทุนและทางบริษัทได้มีการตอบคำถามไปส่วนหนึ่งแล้ว หากท่านใดมีคำถามเพิ่มเติม สามารถส่งอีเมลมาสอบถามได้ที่ ir_heng@hengleasing.co.th และบริษัทจะรวบรวมไว้ที่เว็บไซต์ IR ของบริษัท สำหรับวันนี้ขอขอบพระคุณทุกๆ ท่านที่สนใจและติดตาม พบกันใหม่ในไตรมาสหน้า