https://aio.panphol.com/assets/images/community/6637_EE4BE1.png

BCPG: โอกาสเติบโตระยะยาวจากโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ หนุนกำไร Q2/2568

P/E 71.81 YIELD 4.00 ราคา 7.00 (0.00%)

Krungsri Securities (KSS) ยังคงแนะนำ "Buy" สำหรับ BCPG โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 8.0 บาท อิงจากวิธี DCF (Discounted Cash Flow) โดยมี WACC ที่ 8% และ Terminal growth ที่ 0%

ไฮไลท์สำคัญ

  • KSS มองว่าการประชุมนักวิเคราะห์เป็นไปในทิศทาง text-primary บวกเล็กน้อย จากโครงการที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ตามกำหนด
  • ความเป็นไปได้ที่ราคา Capacity ในตลาด PJM (Pennsylvania-New Jersey-Maryland Power Pool) ในระยะยาวปี 2569-2570 อาจสูงกว่าที่ KSS ประเมินไว้แบบ Conservative ที่ 175 ดอลลาร์/MW
  • คาดการณ์กำไรปกติในไตรมาส 2/2568 จะ text-primary เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) จากฐานที่ต่ำในไตรมาส 2/2567

การเติบโตและปัจจัยสนับสนุน

KSS คาดการณ์การเติบโตของกำไรที่โดดเด่นในช่วงปี 2568-2570 ที่ 28% CAGR (Compound Annual Growth Rate) จากการทยอย COD โรงไฟฟ้าใน Pipeline อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่มีความเสี่ยงต่ำจากนโยบายลดค่าไฟในประเทศไทย เนื่องจากกว่า 90% เป็น Equity MW จากโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ

  • โครงการที่คาดว่าจะ COD ตามแผน:
    • โครงการลม Monsoon ในลาว ขนาด 290 Equity MW (ทยอย COD เฟส 1-2 ในเดือนมิถุนายน และเฟส 3-4 ในเดือนกรกฎาคม 2568)
    • โครงการโซลาร์ในไต้หวัน (100 MW แรกภายในปี 2568)
    • โครงการลมในเวียดนาม ขนาด 99 Equity MW (สามารถ Secured PPA บนราคาขั้นต่ำ 3.18 US cent และคาดว่าจะ COD ได้ภายในปี 2568)
  • แนวโน้ม Capacity price ในตลาด PJM: บริษัทฯ ประเมินทิศทาง Capacity price ของตลาด PJM ปี 2569-2570 ในกรอบบน 270 ดอลลาร์/MW+ ทรงตัวสูงจาก Demand ไฟฟ้าที่เร่งขึ้นจาก Data center และ EV ซึ่งคาดว่าจะเติบโตราว 2% CAGR ไปจนถึงปี 2050 ประกอบกับ Supply ที่หายไป 40 GW จากโรงไฟฟ้าเก่าที่หมดอายุ และยังไม่มี Capacity ทดแทน
  • ปัจจัยบวกในครึ่งปีหลัง 2568:
    • การ COD โรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ในลาว ขนาด 290 Equity MW และโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม ขนาด 99 Equity MW
    • ค่าความพร้อมจ่าย Capacity Payment ในสหรัฐฯ ที่ปรับตัว text-primary เพิ่มขึ้น y-y (จาก 29 ดอลลาร์/MW-day เป็น 270 ดอลลาร์/MW-day)

ข้อสังเกต

  • CAPEX ปี 2568: รวม 3.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น Project ใน Pipeline เดิม 1.3 หมื่นล้านบาท และ Project ใหม่อีก 1.9 หมื่นล้านบาท (ยังไม่รวมในประมาณการ) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาโดยมีตลาด Renewable ในสหรัฐฯ, ฟิลิปปินส์, และออสเตรเลียเป็น Potential ที่มองไว้
  • กำไร Q2/2568: คาด text-primary เพิ่มขึ้น y-y จาก i) ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซใน US ที่ปรับตัว text-primary เพิ่มขึ้น y-y ii) ปริมาณน้ำในเขื่อน Nam San 3 ในลาวที่ text-primary เพิ่มขึ้น y-y ตามทิศทางสภาพอากาศที่เข้าสู่ ENSO-Neutral หรือ La Niña

สรุป

KSS ยังคงชอบ BCPG จากการเติบโตของกำไรที่โดดเด่นในช่วงปี 2568-2570 และเป็นโรงไฟฟ้าที่มีความเสี่ยงต่ำจากนโยบายลดค่าไฟในประเทศไทย โดยราคาเป้าหมายที่ 8.0 บาท อิง DCF คิดเป็น PER25F ที่ 13.3 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง -1.5SD

โพสต์ล่าสุด