https://aio.panphol.com/assets/images/community/6465_b8acd9.png

CH เผยผลประกอบการ Q1/2568 กำไรลดลงจากผลกระทบค่าเงินบาทแข็งตัว พร้อมเปิดกลยุทธ์รับมือภาษีนำเข้าสหรัฐฯ

P/E 54.37 YIELD 5.68 ราคา 1.76 (0.00%)

CH เผยผลประกอบการ Q1/2568 กำไรลดลงจากผลกระทบค่าเงินบาทแข็งตัว พร้อมเปิดกลยุทธ์รับมือภาษีนำเข้าสหรัฐฯ

สวัสดีครับ ผมศักดา ศรีแสงนาม CEO บริษัท เจริญอุตสาหกรรม

สวัสดีครับ ผม สรกฤต ลาทิม CFO

1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):

Q1 ปี 2568 กำไรสุทธิลดลงประมาณ 20 ล้านบาท

ปัจจัยสำคัญ:

  • ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น: มีส่วนต่างประมาณ 1.6 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ยอดขายหายไปประมาณ 20 กว่าล้านบาท
  • ราคาขาย: ไม่ได้เพิ่มราคาขาย และมีการลดราคาลงในบางส่วน
  • ปริมาณการขาย: ลดลงเล็กน้อย ประมาณ 30 ตัน แต่ยังถือว่าอยู่ในเป้าหมายตามแผน
  • 2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):

    บริษัทกำลังมองหาโอกาสในการขยายตลาดใหม่ และพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด

    3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):

  • สงครามการค้าระหว่างประเทศ: มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าของบริษัท
  • 4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):

    บริษัทมีแผนรับมือผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ดังนี้:

    1. ระยะสั้น: เจรจากับคู่ค้าเพื่อหาทางออกร่วมกัน และแบ่งเบาภาระผลกระทบ
    2. ระยะกลาง:
      • หาตลาดใหม่เพิ่มขึ้น เช่น ยุโรป หรือจีน
      • พัฒนาสินค้าใหม่ที่มีราคาถูกลง แต่คุณภาพใกล้เคียงกับสินค้าเดิม เพื่อให้ผู้บริโภคยังสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่ใกล้เคียงเดิม
    3. ระยะยาว: ศึกษาความเป็นไปได้ในการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่ได้เปรียบทางภาษี
    4. แผนฉุกเฉิน: เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด หากต้องสูญเสียตลาดสหรัฐฯ ไปทั้งหมด

    5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):

    บริษัทมีเป้าหมายในการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าใหม่ และขยายตลาดไปยังต่างประเทศ

    6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): เริ่ม นาทีที่ 40.51

    แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2568 เป็นอย่างไร?

    มีผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา เหมือนกับผู้ผลิตรายอื่น ๆ ที่ส่งออกไปประเทศนี้ คงมีผลกระทบบ้าง แต่ไม่น่าจะทำให้บริษัทเสียอะไรมากมาย ตอนนี้แก้ไขปัญหาไปได้ด้วยดี

    ภาษีนำเข้าในสหรัฐอเมริกากระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทหรือไม่ อย่างไร?

    กระทบมาก แต่ก็ไม่มากจนเกินไป เพราะมีมาตรการรองรับ หากติดตามข่าวสารของบริษัท จะเห็นว่า CEO แถลงว่ามีมาตรการรองรับ ทั้งระยะสั้น กลาง ยาว รวมถึงแผนฉุกเฉิน

  • ระยะสั้น: เจรจากับคู่ค้า เพื่อให้ธุรกิจลื่นไหล หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงวันที่ 2 เมษายน ลูกค้าส่วนใหญ่ระงับการส่งมอบทันที เพื่อดูว่าจะแก้ไขอย่างไร ทำให้บริษัทไม่สามารถส่งของออก และไม่มีการเก็บเงิน บริษัทจึงต้องสร้างแผนรองรับ
  • ระยะกลาง: หาตลาดใหม่ เช่น ยุโรป หรือจีน ในเมื่อสินค้าเดิม ๆ เข้าสหรัฐฯ แล้วโดนภาษีแพงขึ้น ก็ต้องมีสินค้าใหม่ ที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับสินค้าปัจจุบันที่ขายอยู่ แต่ราคาถูกกว่า
  • ระยะยาว: มองหาประเทศที่เสียภาษีนำเข้าน้อยกว่า และย้ายฐานการผลิตไปประเทศเหล่านั้น
  • แผนฉุกเฉิน: กรณีสหรัฐฯ ขึ้นภาษีจริง ๆ ถึง 36% แล้วลูกค้าไม่สามารถรับได้ ถ้าต้องเสียตลาดสหรัฐฯ ไปทั้งหมด จะทำอย่างไร? บริษัทมีแผนรองรับเรียบร้อยแล้ว
  • ปัจจัยบวกในช่วงที่เหลือของปีนี้เป็นอะไรบ้าง?

    มีสินค้าใหม่ที่จะ Launch ออกมา และได้เริ่ม Launch กับลูกค้าไปแล้ว คาดว่าจะปิดออเดอร์ได้

    ทิศทางการดำเนินงานในช่วงปีหลัง บริษัทมีกลยุทธ์อย่างไร?

    ไปหาตลาดเพิ่มขึ้น แนะนำสินค้าใหม่ ๆ ซึ่งราคาถูกลง แต่คุณภาพใกล้เคียงกับของเดิม เพื่อชดเชยภาษี ทำให้ผู้บริโภคยังสามารถบริโภคสินค้าของเราอยู่ ไปเยี่ยมตลาดต่างประเทศ เช่น จีน EU มากขึ้น เพื่อหาตลาดมาทดแทน

    ผลภาพรวมการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 จะดีขึ้นหรือไม่?

    ถ้าฟังจากคำตอบก่อนหน้านี้ คงพอทราบคำตอบแล้วว่า ครึ่งปีหลัง เทียบกับปีที่แล้ว อะไรจะดีกว่ากัน

    ภาพรวมประกอบการปี 2568 หวังว่ารายได้จะเติบโตเท่าไร?

    คงไม่ได้เติบโตเป็นบวก เพราะภาษีสหรัฐฯ

    กลยุทธ์ในการทำตลาดปี 2568 จะมีการออกสินค้าใหม่กี่รายการ?

    มีสินค้าใหม่อยู่เยอะในห้อง R&D ปีนี้คงคว้าออกมาออก 3-4 รายการ

    ปีนี้จะมีการลงทุนเพิ่มอะไรหรือไม่?

    ยังไม่มีการลงทุนเพิ่ม เป็นการลงทุนต่อเนื่องจากปีที่แล้ว คือห้องเย็นที่จะสร้างทั้งในไทย และกัมพูชา เพื่อเก็บสินค้าและวัตถุดิบให้มากขึ้น

    อัปเดตเรื่องห้องเย็นที่กัมพูชา

    สร้างเสร็จแล้ว และเก็บวัตถุดิบได้ตามแผนงานแล้ว ปีนี้เก็บได้ค่อนข้างตามเป้า ในแง่ของปริมาณ คาดว่าหลังจากเอามาผลิตแล้วใน Q2 กับ Q3 จะทำให้ต้นทุนโดยรวมลดลง ส่วนที่เมืองไทยก็ทยอยทำตามแผนอยู่ ซึ่งไม่ค่อยห่วงเพราะควบคุมง่าย

    ประเมินรายได้ปี 2568 จะลดลงเท่าไร?

    บวกลบไม่น่าเกิน 10% หมายถึง 10% ที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะโต อาจจะโตแค่ไม่ถึง 10% อาจจะเหลือแค่ 5%

    ท่านผู้ถือหุ้นพบกันได้ที่งาน ThaiFex ที่เมืองทองธานี ใน Hall Challenger บูธ F15 วันอังคารที่ 27 ถึงวันศุกร์ที่ 30

    โดยสรุปแล้ว ถึงแม้ว่า CH จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกหลายประการ แต่บริษัทก็มีแผนการรับมือที่ชัดเจน และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

    ชื่อหัวข้อที่ถามและคำตอบที่ผู้บริหารตอบในคลิป
  • แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2568
  • ผลกระทบจากภาษีนำเข้าในสหรัฐอเมริกา และมาตรการรองรับ
  • ปัจจัยบวกในช่วงที่เหลือของปี
  • กลยุทธ์การดำเนินงานในช่วงปีหลัง
  • แผนการลงทุนเพิ่ม
  • ประเมินรายได้ปี 2568 ที่จะลดลง

  • โพสต์ล่าสุด