บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
TOP: กำไร Q1/68 โตตามสต๊อกน้ำมัน, LHS ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ"
P/E 6.41 YIELD 4.44 ราคา 42.75 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ
- กำไร Q1/68 เพิ่มขึ้น QoQ ตามกำไรจากสต๊อกน้ำมัน แต่หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติลดลง
- คาดกำไร Q2/68 ลดลง จากขาดทุนสต๊อกน้ำมัน แม้ GRM จะฟื้นตัว
- TOP ได้รับเงิน 1.5 หมื่นล้านบาทจากการบังคับหลักประกันโครงการ CFP ทำให้ต้นทุนโครงการลดลง 6%
- ราคาหุ้นสะท้อนความกังวล ต่อโครงการ CFP แล้ว
ผลประกอบการ Q1/68
บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ระบุว่า กำไร Q1/68 ของ TOP อยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท (+27% QoQ, -40% YoY) เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน 1.1 พันล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติ (ไม่รวมภาษี) อยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท (-21% QoQ, -70% YoY) สาเหตุหลักมาจาก GRM ที่ลดลง โดย Mkt. GRM ลดลงเป็น $3.5/บาร์เรล (Q4/67: $5.1, Q1/67: $9.0) จากส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินที่ลดลงมากเนื่องจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากโรงกลั่นในจีนและไนจีเรีย
LHS คาดการณ์ว่ากำไร Q2/68 จะลดลง เนื่องจากขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันจำนวนมาก แม้ว่า SG GRM ในช่วงต้นไตรมาส 2 จะอยู่ที่ $5.2/บาร์เรล (+66% QoQ) จากส่วนต่างราคาเบนซินที่ฟื้นตัว
นอกจากนี้ TOP ได้รับเงินจากการบังคับหลักประกันสัญญา EPC โครงการ CFP รวม 1.23 หมื่นล้านบาทใน Q1/68 และจะได้รับเงินเพิ่มเติมอีก 2.7 พันล้านบาทใน Q2/68 ทำให้ต้นทุนก่อสร้างโครงการลดลง 6% จากประมาณ 2.41 แสนล้านบาท (ไม่รวมดอกเบี้ยระหว่างก่อสร้างอีก 3.72 หมื่นล้านบาท)
ข้อสังเกตและการวิเคราะห์
LHS มองว่าราคาหุ้น TOP ได้สะท้อนความกังวลต่อโครงการ CFP ไปแล้ว และการได้รับเงินจากการบังคับหลักประกันทำให้ต้นทุนโครงการลดลง นอกจากนี้ GRM เริ่มฟื้นตัวขึ้น ทำให้คาดว่ากำไรจะโดดเด่นขึ้นในช่วง Q3/68 (ไม่น่ามีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน) อีกทั้งเริ่มมีแรงซื้อจากต่างชาติในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา
ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันที่ผันผวน ค่าการกลั่น ส่วนต่างราคาปิโตรเคมี และอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงความล่าช้าและค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้นของโครงการ CFP
คำแนะนำและราคาเป้าหมาย
LHS ปรับคำแนะนำสำหรับ TOP ขึ้นเป็น "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 34.00 บาท อิงจาก Valuation ที่อยู่ในโซนต่ำมากเพียง P/B 0.4x ซึ่งสะท้อนความกังวลต่อโครงการ CFP แล้ว