บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
AURA พุ่งทะยาน! หยวนต้าชี้เป้า 21.50 บาท เล็งทองมาเงินไปเป็นเส้นเลือดใหญ่
P/E 13.03 YIELD 3.23 ราคา 13.00 (0.00%)
มุมมองเชิงบวกต่อแผนการเติบโต
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น AURA พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 21.50 บาท จากราคาปิดล่าสุดที่ 16.80 บาท (21 เม.ย. 2568) คิดเป็น upside 28% นักวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวกต่อแผนการเติบโต 3 ปีของบริษัท โดยเฉพาะธุรกิจ "ทองมาเงินไป" ที่คาดว่าจะกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงผลกำไรในอนาคต หากบริษัททำได้ตามเป้าหมาย กำไรสุทธิในอีก 3 ปีข้างหน้าจะสูงกว่าที่หยวนต้าคาดการณ์ไว้ถึง 50%
ทองมาเงินไป: หัวใจหลักของการเติบโต
AURA ตั้งเป้าขยายสาขารวมทุกแบรนด์ให้ไม่น้อยกว่า 1,000 สาขาภายในปี 2027 โดยเฉพาะ "ทองมาเงินไป" ที่ตั้งเป้าไว้ถึง 650 สาขา (จาก 210 สาขา ณ สิ้นปี 2024) หรือคิดเป็นการเติบโตเฉลี่ย 46% ต่อปี นอกจากนี้ บริษัทยังปรับเป้ายอดลูกหนี้ขายฝากทอง (AR) สิ้นปี 2025 ขึ้นเป็น 7,500 ล้านบาท สูงกว่าที่หยวนต้าคาดการณ์ไว้ 23% โดยคาดว่ากำไรจากทองมาเงินไปจะเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของกำไรบริษัทในอนาคต อีกทั้งยังมีแผนแยกทองมาเงินไปออกมาเป็นบริษัทย่อยเพื่อเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจนี้มีเงินทุนในการขยายตัวได้อีกมาก
AURA ยังเพิ่มช่องทางการทำธุรกรรมของทองมาเงินไปด้วยบริการ Delivery ที่ลูกค้าสามารถตรวจสอบราคาและอัตราดอกเบี้ยผ่านแอปพลิเคชัน จากนั้นบริษัทจะส่งเจ้าหน้าที่ไปรับทองและกำหนดราคาให้ถึงบ้าน ซึ่งสะดวกกว่าการเดินทางไปร้าน และยังให้ LTV ที่สูงกว่า พร้อมดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าร้านรับจำนำ
ค้าปลีกทองคำและกลยุทธ์เสริมแกร่ง
ธุรกิจค้าปลีกทองคำอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มธุรกิจหลอมทอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรขั้นต้นและลดการพึ่งพาเงินทุนหมุนเวียน นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าเจรจาผู้ค้าส่งเพื่อขอขยายเครดิตเทอมยาวขึ้น เพื่อลดภาระเงินกู้ระยะสั้น รวมถึงการขึ้นค่ากำเหน็จทองคำที่จะเริ่มในช่วง 3Q25 ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอีก 5% ต่อปี ธุรกิจ Jewelry ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ก็มีแผน JV กับแบรนด์ในประเทศ
ผลประกอบการ 1Q25 สดใส
หยวนต้าคาดการณ์ว่าผลประกอบการ 1Q25 อาจทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง จากกำไรที่ดีของธุรกิจค้าปลีกทองคำและการเติบโตของทองมาเงินไป อย่างไรก็ตาม 2Q25 จะเข้าสู่ช่วง Low season นักวิเคราะห์แนะนำ "ซื้อ" เพื่อเก็งกำไรผลประกอบการ 1Q25 และขายทำกำไรก่อนงบออก เพื่อเลี่ยงการถูก Sell on fact และสะสมอีกครั้งหลังงบ 2Q25 ออกไปแล้ว
วิธีการประเมินมูลค่า (Valuation Methodology): อิงจาก PER ที่ 22 เท่า