บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
OSP: หยวนต้าคงคำแนะนำ "ซื้อ" คาดกำไร Q2/69 โตต่อเนื่อง
P/E 12.83 YIELD 5.26 ราคา 15.20 (0.00%)
text-primary คงเป้าเดิม 20 บาท มองข้ามผลกระทบต้นทุน มุ่งสินค้าใหม่ดันกำไร
text-primary ไฮไลท์สำคัญ
บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ บมจ.โอสถสภา (OSP) และคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมีราคาเป้าหมายเดิมที่ 20.00 บาท แม้จะมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่คาดว่าผลประกอบการจะยังคงเติบโตได้จากการออกสินค้าใหม่และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
text-primary คาดการณ์ผลประกอบการ Q2/69
หยวนต้าคาดการณ์กำไรปกติใน Q2/69 เบื้องต้นที่ 1,050-1,150 ล้านบาท ทรงตัว QoQ แต่ยังเติบโต YoY แม้รายได้จะถูกกดดันจากการลดลงของรายได้จากเมียนมาและปัญหาการขนส่งในอินโดนีเซีย แต่รายได้จากธุรกิจในประเทศยังคงเติบโตได้ดี จากการออกสินค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า Premium ที่เน้น Health and Wellness เช่น Sparkling M-150 (สูตรไม่มีน้ำตาล)
นอกจากนี้ คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 42.0% ขยายตัวต่อเนื่อง YoY จากการรวมศูนย์การผลิตในอยุธยาและการยกเลิกรับจ้างผลิตขวดแก้ว แม้ว่าราคาต้นทุนการผลิตจะปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน แต่บริษัทได้ล็อคราคาสินค้าไว้แล้วจนถึงปลายไตรมาส ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าปีก่อน นอกจากนี้ สัดส่วน SG&A เทียบกับรายได้คาดยังลดลงต่อเนื่อง YoY
text-primary ข้อสังเกตและปัจจัยหนุน
อุปสงค์สินค้าของบริษัทในเมียนมา (Shark และ M-150) ยังขยายตัวต่อเนื่อง และปัญหา Import License เริ่มคลี่คลายลงแล้ว คาดว่าจะกลับเข้าสู่ระดับปกติได้ในเดือนมิถุนายน 2569 นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเพิ่มเครื่องจักรสำหรับบรรจุเครื่องดื่มในเมียนมา เพื่อเตรียมผลิตสินค้ากลุ่มขวดแก้วในประเทศ โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ช่วงกลางปี 2070
ใน 2H69 คาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่กรอบ 800-850 ล้านบาทต่อไตรมาส ขยายตัวต่อเนื่อง YoY แม้จะรับรู้ผลของราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับขึ้นเต็มไตรมาสตั้งแต่ Q3/69 อย่างไรก็ตาม คาดว่า NPM ยังสามารถขยายตัวได้ผ่านการเน้นออกสินค้าใหม่ที่มีอัตรากำไรสูง และการเร่งเปลี่ยนวัสดุบรรจุภัณฑ์เพื่อลดต้นทุน
text-primary สรุป
หยวนต้ายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2069 ที่ 3,636 ล้านบาท (+3.8% YoY) และมองว่าประมาณการนี้ยังมี Upside จากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” และปรากฏการณ์เอลนีโญ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PER26 เพียง 12.4 เท่า ยัง Laggard บริษัทที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกันอย่าง CBG ที่ 15.6 เท่า ในขณะที่แนวโน้มผลประกอบการแข็งแกร่งกว่าและมีปันผลที่สูงกว่า
เชิงพื้นฐานจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยอิงราคาเหมาะสมเดิมที่ 20.00 บาท