สรุปภาพรวมผลการดำเนินงาน LHHOTEL ไตรมาส 1 ปี 2569
ไฮไลท์สำคัญ: ปรับกลยุทธ์รับมือความผันผวน
LHHOTEL เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,933 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากปัจจัยภายนอกที่กระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ทั้งเหตุการณ์สงครามอิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์ และผลกระทบต่อเนื่องจากแผ่นดินไหวในปี 2568 อย่างไรก็ตาม กองทรัสต์ยังคงรักษาสภาพคล่องด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ (Debt-to-Asset Ratio) ที่ระดับ 43% พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างค่าเช่าแปรผันจาก 85% เป็น 90% เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยในระยะยาว
"การปรับโครงสร้างค่าเช่าใหม่เป็น 90% คือกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของผลตอบแทนให้กับนักลงทุน แม้ในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง"
เจาะลึกผลการดำเนินงานและตัวชี้วัด
ในไตรมาสนี้ แม้อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ในกรุงเทพฯ จะปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 86% (จาก 82%) แต่ในพัทยากลับลดลงเหลือ 88% (จาก 91%) ประกอบกับค่าเฉลี่ยรายได้ต่อห้อง (AI) ที่ปรับตัวลดลงทั้งในกรุงเทพฯ (4,789 บาท) และพัทยา (440,700 บาท) ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิ (NII) อยู่ที่ประมาณ 432 ล้านบาท ลดลงจาก 468 ล้านบาทในปีก่อน ทั้งนี้ กองทรัสต์ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลที่ 0.295 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายในวันที่ 12 มิถุนายน 2569
ข้อสังเกตและปัจจัยท้าทาย
ความท้าทายหลักมาจากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลางและเอเชียกลางที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในพื้นที่พัทยา อย่างไรก็ตาม กองทรัสต์ได้รับอานิสงส์จากอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว (Floating Rate) ซึ่งหากดอกเบี้ยในตลาดลดลง จะส่งผลบวกต่อต้นทุนทางการเงินของกองทันที นอกจากนี้ การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่เริ่มกลับมาเป็นสัญญาณบวกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนรายได้ในไตรมาสที่ 3 และ 4 ให้กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง
สรุปทิศทางและแผนการดำเนินงาน
LHHOTEL มุ่งเน้นการบริหารจัดการหนี้สินอย่างรัดกุม โดยมีเงินสดสำรองประมาณ 400 ล้านบาท สำหรับชำระคืนเงินกู้ที่ครบกำหนด พร้อมเจรจาลดภาระดอกเบี้ยในโครงการเทอร์มินอล 21 และรัฐอำริต สำหรับแผนการลงทุนในอนาคต เช่น โครงการฟุตอคอยสุรวงศ์ กองทรัสต์ยืนยันว่าจะพิจารณาจากอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ที่ต้องไม่ต่ำกว่าการลงทุนเดิม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างยั่งยืน
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- การบริหารหนี้: กองมีแผนชำระคืนเงินกู้จากโครงการที่ครบกำหนดในปี 2568 โดยใช้เงินสดสำรอง 400 ล้านบาท และพร้อมเจรจาลดดอกเบี้ยหากผลประกอบการดีกว่าคาด
- ผลกระทบจากดอกเบี้ย: เนื่องจากสัญญาเงินกู้ส่วนใหญ่เป็น Floating Rate กองจะได้รับประโยชน์โดยตรงหากอัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวลดลง
- แนวโน้มการท่องเที่ยว: คาดว่านักท่องเที่ยวจีนและเกาหลีจะฟื้นตัวชัดเจนในไตรมาส 3 ช่วยชดเชยการลดลงของกลุ่มตะวันออกกลาง
- โครงการใหม่: โครงการฟุตอคอยสุรวงศ์ผ่านช่วงวิกฤตแล้ว โดยรายละเอียด DPU จะเผยแพร่ในหนังสือเชิญประชุมวันที่ 8 มิถุนายน 2569