เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
DELTA กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 31.3% รับอานิสงส์ AI หนุนยอดขายโครงสร้างพื้นฐาน
ข่าวสาร

DELTA กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 31.3% รับอานิสงส์ AI หนุนยอดขายโครงสร้างพื้นฐาน

DELTA P/E 134.81 YIELD 0.20
87 นาที 07:37 น. 0 ความเห็น

รายได้โตแกร่ง 46.5% จากฐานปีก่อน ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัย AI เป็นโครงสร้างระยะยาว แต่ยังต้องจับตาต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่าย

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตโดดเด่น โดยมีรายได้จากการขาย 65,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 6,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 31.3% จากปีก่อนหน้า ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากอุปสงค์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ส่งผลดีต่อกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ ขณะที่ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี

เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก product mix, recurring revenue, ลูกค้าหลัก, margin, ค่าใช้จ่าย R&D/ขาย, หรือสัญญาใหม่

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ DELTA ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 46.5% YoY สู่ระดับ 65,191 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศที่ได้รับแรงหนุนจากเทรนด์การนำ AI มาใช้งานอย่างแพร่หลาย แม้ว่ากำไรสุทธิจะเติบโต 31.3% YoY แต่ก็เผชิญแรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง 10.3% QoQ และ 31.7% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการตั้งสำรองสินค้าคงคลัง

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การเติบโตของรายได้หลักมาจาก การลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับการประมวลผล AI ซึ่งส่งผลให้มีความต้องการสูงในระบบกำลังไฟ ระบบระบายความร้อน การบริหารจัดการพลังงาน และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายและเทคโนโลยีสารสนเทศ นอกจากนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติภาคอุตสาหกรรมและโซลูชั่นอาคารอัจฉริยะก็มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวลดลง เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ การขาดแคลนวัตถุดิบที่ส่งผลต่อแผนการผลิตและการส่งมอบสินค้าไม่เต็มที่, ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น, การตั้งสำรองสินค้าคงคลังเพิ่มเติม และสัดส่วนการขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรแตกต่างกันเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวม R&D) เพิ่มขึ้น 88.8% YoY เนื่องจากค่าสิทธิบัตรที่สูงขึ้นตามการผลิตและขายสินค้าเทคโนโลยีจากบริษัทแม่, ค่าใช้จ่ายด้านภาษีศุลกากรที่เรียกเก็บคืนจากลูกค้า, ค่าขนส่งที่สูงขึ้นเพื่อรองรับปริมาณสินค้า และการลงทุนด้าน R&D เพื่อขยายขีดความสามารถทางเทคโนโลยี แม้จะมีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์และประมาณการหนี้สินภาษีส่วนเพิ่ม แต่ก็ถูกชดเชยด้วยกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายได้ค่าสิทธิ ทำให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้ดี

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน ฝ่ายจัดการมองว่าอุปสงค์ที่เกี่ยวเนื่องกับ AI เป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เกิดจากการใช้งาน AI ในวงกว้าง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ได้เร่งขยายกำลังการผลิตและเปิดโรงงานใหม่เพื่อรองรับแนวโน้มรายได้ขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและต้นทุนที่สูงขึ้นคาดว่าจะคลี่คลายในไตรมาสถัดไป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว

Highlight สำคัญ

  • รายได้จากการขาย Q2/2569 เติบโต 46.5% YoY แตะ 65,191 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 6.2% QoQ
  • กำไรสุทธิ Q2/2569 อยู่ที่ 6,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3% YoY แต่ลดลง 33.1% QoQ
  • อัตรากำไรขั้นต้น Q2/2569 อยู่ที่ 26.8% เพิ่มขึ้น 57.2% YoY แต่ลดลง 10.3% QoQ
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวม R&D) เพิ่มขึ้น 88.8% YoY เป็น 11,354 ล้านบาท
  • บริษัทฯ ลงทุนขยายกำลังการผลิต เปิดโรงงานใหม่ 2 แห่ง เพื่อรองรับการเติบโตของอุปสงค์ AI
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของรายได้

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2569 DELTA แสดงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายรวม 65,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 46.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.2% จากไตรมาสก่อนหน้า การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กระตุ้นให้เกิดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์เป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้อยู่ที่ 26.8% แม้จะเพิ่มขึ้น 57.2% YoY แต่กลับลดลง 10.3% QoQ ปัจจัยกดดันหลักมาจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งมอบสินค้า รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการตั้งสำรองสินค้าคงคลังเพิ่มเติม ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวมการวิจัยและพัฒนา) ปรับตัวสูงขึ้น 88.8% YoY เป็น 11,354 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าสิทธิบัตร ค่าใช้จ่ายด้านภาษีศุลกากร ค่าขนส่ง และการลงทุนด้าน R&D เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางเทคโนโลยีในระยะยาว

แม้จะมีแรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ดีและการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง 6,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3% YoY คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 9.3% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิลดลง 33.1% QoQ ซึ่งสะท้อนผลกระทบจากปัจจัยกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้

โอกาส

  • การเติบโตของอุตสาหกรรม AI: การนำ AI มาใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลก เป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สร้างโอกาสในการเติบโตระยะยาวให้กับ DELTA ผ่านความต้องการโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน: การลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับการประมวลผลสมรรถนะสูง (High-performance computing) สร้างอุปสงค์ที่แข็งแกร่งสำหรับผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ เช่น ระบบกำลังไฟ ระบบระบายความร้อน และการบริหารจัดการพลังงาน
  • การขยายกำลังการผลิต: การเปิดโรงงานแห่งใหม่สองแห่งที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น และตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การขยายตลาดผลิตภัณฑ์: กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติภาคอุตสาหกรรมและโซลูชั่นอาคารอัจฉริยะมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการกระจายแหล่งรายได้และเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้า
  • การลงทุนด้าน R&D: การเพิ่มการลงทุนในการวิจัยและพัฒนา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีในระยะยาว

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของอุปสงค์ในตลาดโลก: กลุ่มพลังงานยานยนต์ไฟฟ้ายังคงเผชิญสภาวะความผันผวนของอุปสงค์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
  • ปัญหาห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนวัตถุดิบ: การขาดแคลนวัตถุดิบและราคาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อการผลิตและอัตรากำไรของบริษัทฯ
  • ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจมหภาค: แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ อัตราเงินเฟ้อ และราคาพลังงาน อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมอุตสาหกรรมและกำลังซื้อของลูกค้า
  • การเปลี่ยนแปลงกฎหมายภาษี: การบันทึกประมาณการหนี้สินภาษีส่วนเพิ่มตามกฎ Pillar Two model rule ของ OECD แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายภาษีระหว่างประเทศ
  • การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง: ความไม่สมดุลในการผลิตและส่งมอบสินค้าที่เกิดจากการขาดแคลนวัตถุดิบ อาจนำไปสู่การตั้งสำรองสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น: ติดตามการคลี่คลายของปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและต้นทุนที่สูงขึ้น ว่าจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไปอย่างไร
  • การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน: ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานเพื่อบรรเทาสถานการณ์การขาดแคลนวัตถุดิบและรักษาความต่อเนื่องของการผลิต
  • การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ AI-related: การขยายตัวของคำสั่งซื้อในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการเติบโตในอนาคต
  • การใช้กำลังการผลิตของโรงงานใหม่: การเดินเครื่องโรงงานใหม่และการใช้กำลังการผลิตจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น
  • ผลกระทบจากค่าใช้จ่าย R&D และค่าสิทธิบัตร: การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะส่งผลต่อกำไรในระยะสั้นอย่างไร เมื่อเทียบกับผลตอบแทนในระยะยาว
  • สถานการณ์กลุ่มพลังงานยานยนต์ไฟฟ้า: การฟื้นตัวหรือความผันผวนของอุปสงค์ในตลาดนี้ จะส่งผลต่อภาพรวมรายได้ของบริษัทฯ

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)

ในฐานะผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี DELTA ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญที่กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมต่างๆ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับการประมวลผล AI ที่ต้องการพลังงานสูงและระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ เป็นโอกาสทองสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทฯ

การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าอุปสงค์จาก AI เป็น "ปัจจัยเชิงโครงสร้าง" บ่งชี้ว่าแนวโน้มนี้มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปในระยะยาว ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว การขยายกำลังการผลิตและการเปิดโรงงานใหม่จึงเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของอัตรากำไร (Margin) แม้รายได้จะเติบโต แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลง QoQ เป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ไม่สมดุล เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต การที่ฝ่ายจัดการคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในไตรมาสถัดไป เป็นจุดที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าสิทธิบัตรและค่าใช้จ่ายด้าน R&D สะท้อนถึงการลงทุนเพื่อรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจเทคโนโลยี แต่ก็ส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้นเช่นกัน การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 DELTA มีสินทรัพย์รวม 191,938 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5% จากสิ้นปี 2568 โดยมีรายการสำคัญที่เปลี่ยนแปลง ได้แก่ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 10.5% เป็น 18,197 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในเครื่องจักรและโรงงาน รวมถึงการจ่ายเงินปันผล ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 29.1% เป็น 59,325 ล้านบาท สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 53.5% เป็น 53,312 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ด้านหนี้สินรวมอยู่ที่ 86,522 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.7% จากสิ้นปี 2568 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าที่สอดคล้องกับการเติบโตของยอดขาย และการบันทึกประมาณการหนี้สินภาษีส่วนเพิ่มตามกฎ Pillar Two ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 8.9% เป็น 105,417 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรที่เกิดขึ้นระหว่างงวด

การลงทุนในที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 14.0% เป็น 52,076 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในศูนย์วิจัยและพัฒนาและโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

สรุปท้าย

DELTA ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายพุ่งสูงถึง 46.5% YoY ขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ที่ร้อนแรงจากเทรนด์ AI ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง แม้กำไรสุทธิจะเติบโต 31.3% YoY แต่ก็ลดลง QoQ จากปัจจัยดังกล่าว การลงทุนในโรงงานใหม่และการขยายกำลังการผลิตบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นในแนวโน้มการเติบโตระยะยาว แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป

ยังไม่มีความคิดเห็น