https://aio.panphol.com/assets/images/community/293_DNW8G2.png

สรุป วิเคราะห์ คะแนนสอบ นักเรียน ProjectX8 วันที่ 4

P/E YIELD ราคา (%)





วันที่ 4 เราเรียนรู้กันเกี่ยวกับ วิธีอ่านงบการเงิน 1 โดยมีห้วข้อ คือ 

- วิธีการอ่าน และ จับผิด งบกำไรขาดทุน

- วิธีการอ่าน และ ทำความเข้าใจคำอธิบายงบการเงิน

- ตัวอย่างการอ่านงบจาก Excel

โดยส่วนใหญ่คะแนนอยู่ในระดับสูง มีค่าเฉลี่ยที่ 7.92 / 10 หมายความว่าโดยส่วนใหญ่มีความเข้าใจในเนื้อหาของงบกำไรขาดทุนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะมากถึง 34.48% ของจำนวนทั้งหมดได้มากถึง 9 / 10 และ คาดว่าคงจะได้ 10 / 10 ถ้าไม่ผิดข้อแรกของข้อสอบนี้ 



ว่ากันตามตรง ข้อสอบของวันที่ 4 โดยเฉพาะข้อแรก ที่ถามว่า บริษัท มีกำไรสุทธิ 1,500 ล้านบาท หมายถึง ? ผู้ออกข้อสอบมีการวางกับดักไว้ 4 ทาง 

1. มีเงินสดเข้ามา 1,500 ล้านบาท กล่าวถือ ผู้สอนย้ำในประโยคที่ว่า "กำไรสุทธิ ไม่ใช่เงินสด" อยู่บ่อยครั้ง หากผู้เรียนไม่ตั้งใจฟัง จะทำให้เกิดภาพจำเดิมที่ว่า กำไรสุทธิคือ เงินสดที่บริษัททำได้ในรอบบัญชีนั้น แต่อันที่จริงแล้วกำไรสุทธินั้น ยังเป็นรายได้ที่ยังมีการค้างรับ และ หนี้สินค้างจ่าย รวมถึง ดอกเบั้ย และ ภาษี ที่ยังไม่ได้เรียกเก็บ หรือ เรียกเก็บแต่จำนวนมากหรือน้อยกว่าที่แสดงในงบกำไรขาดทุน

2. หากนำกำไรสุทธิ 1,500 ล้านบาท เทียบกับ 10,000 หุ้น ถ้าสังเกตุให้ดีจะเห็นว่าหน่วของกำไรและจำนวนหุ้นไม่เท่ากัน ผลลัพธ์จึงออกมามากกว่า 0.15 บาทหุ้นแน่นอน แปลความหมายได้ว่า บริษัทมีหุ้นอยู่จำนวน 10,000 หุ้น แต่สามารถสร้างกำไรได้ 1,500 ล้านบาท คิดเป็น eps มากถึง 1,500,000,000 / 10,000 = 150,000 บาทต่อหุ้น ไม่ใช่ 0.15 บาทต่อหุ้น

3. "มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่ารายได้" ผู้ออกข้อสอบจงใจไม่ใส่ตัวเลข 1,500 ล้านบาท ที่เกี่ยวกับกำรคำนวณเข้าไป เพื่อให้ผู้ทำข้อสอบเข้าใจง่ายๆ ว่าข้อนี้ไม่ถูกต้อง  แต่หากพิจารณาให้ดีแล้วจะเห็นว่า  มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่ารายได้ ความหมายคือ บริษัทมีกำไรสุทธิ ซึ่งอาจสร้างความลังเลให้กับผู้ทำข้อสอบที่ตัดข้อผิดออกจนหมด ข้อนี้จึงกลายเป็นประเด็นที่ต้องคิดหนักแต่หากดูในความหมายแล้ว รายได้ - ค่าใช้จ่าย จึงเท่ากับบริษัทมีกำไรสุทธิ แน่นอน ต้องปรบมือให้กับความกล้าที่จะตอบข้อนี้ครับ

4. ผิดทุกข้อ ผู้ออกข้อสอบจงใจให้ผู้ทำข้อสอบส่วนใหญ่เลือกข้อนี้ เพราะหากดูจากคำตอบ 2 ข้อแรกจะเห็นว่าหากมีความแม่นยำเรื่องบทเรียน และ เก่งการคำนวณ ก็ไม่ใช่เลือกยากนักที่เห็นได้ว่า เป็นคำตอบที่ผิดทั้งสองข้อ ในขณะที่คำตอบที่ว่า "มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่ารายได้" ผู้ออกข้อสอบจงใจเอาตัวเลขออกไป เพื่อให้เหลือความหมายแค่ว่า  รายได้ - ค่าใช้จ่าย เท่ากับบริษัทมีกำไรสุทธิ  เพื่อย้ำเตือนว่า กำไรสุทธินั้นได้มาอย่างไร


ข้อนี้อยู่ในสไลด์ลำดับแรก ผิดจากที่คาดไปมาก ผู้สอนเองย้ำเรื่องนี้อยู่หลายครั้งในเชิงเปรียบเทียบระหว่าง งบกำไรขาดทุน ไม่ได้บ่งบอกว่าบริษัทมีฐานะที่ดี หรือ รวยในรูปแบบที่เปรียบเทียบระหว่างคนสองคน 

กล่าวคือ ทรัพย์สิน เงินทอง ที่เขาคนนั้นแสดงอยู่ เป็นเพียงสิ่งที่เรามองเห็นในด้านเดียว เปรียบได้กับกำไรสุทธิที่แสดงออกมาเป็นหน้าของบริษัทแต่ไม่ได้หมายความว่า กำไรสุทธิ ก้อนนั้นจะมีกระแสเงินสดที่ดี หรือ มีหนี้สินที่น้อย พื้นฐานแกร่งแต่อย่างไร

ในข้อที่ว่า มีรายได้จาก Passive Income มากกว่ารายจ่าย จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้อง เพราะคำว่า Passive Income คือ รายได้ที่เข้ามาโดยไม่ต้องออกแรง ในขณะที่มากกว่ารายจ่าย แสดงว่าเขาคนนั้นรวยมากเลยทีเดียวครับ



ข้อนี้ในบทเรียนมีการพูดถึง รายได้ปกติ รายได้อื่นๆ และ รายการพิเศษ จากโจทย์จะเห็นว่า รามได้จากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมนั้น ไม่ใช่รายได้พิเศษ แต่เป็นรายได้หลักของอุตสาหกรรมจัดสรรที่ดิน  แต่ในขณะที่เงินชดเชยนั้นจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวที่เกิดเหตุขึ้นเท่านั้น




โพสต์ล่าสุด