เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
LALIN เผยกำไร Q2/2569 แตะ 96.36 ล้านบาท รับแรงกดดันตลาดอสังหาฯ ชะลอตัว
ข่าวสาร

LALIN เผยกำไร Q2/2569 แตะ 96.36 ล้านบาท รับแรงกดดันตลาดอสังหาฯ ชะลอตัว

LALIN P/E 9.19 YIELD 6.82
83 นาที 08:46 น. 0 ความเห็น

รายได้-กำไรปรับตัวตามภาวะตลาด แต่บริหารจัดการต้นทุน-ค่าใช้จ่ายได้ดีเยี่ยม พร้อมสัญญาณฟื้นตัวรายไตรมาส

บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 96.36 ล้านบาท ลดลง 25.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่ปรับตัวลดลงตามทิศทางของภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ในระดับสูงถึง 38.12% และมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้รายได้จากการขายในไตรมาสนี้เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวปรับเพิ่มขึ้น 9.24% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 คือการปรับตัวลดลงของรายได้จากการขายตามภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ แต่บริษัทสามารถรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ไว้ได้สูงถึง 38.12% ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ

สาเหตุหลักเกิดจากยอดขายที่ลดลง 20.02% YoY มาอยู่ที่ 658.20 ล้านบาท ตามทิศทางของตลาดโดยรวมที่ยังคงมีความท้าทาย อย่างไรก็ดี บริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้อย่างรัดกุม โดยปรับลดลงถึง 20.93% YoY ซึ่งเป็นการลดลงที่มากกว่าอัตราการลดลงของรายได้ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อยอดขายปรับลดลงมาอยู่ที่ 16.15% ช่วยประคองกำไรสุทธิไม่ให้ปรับตัวลดลงรุนแรงไปกว่านี้

สำหรับแนวโน้มในอนาคต จากข้อมูลในเอกสารระบุว่ารายได้จากการขายเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวปรับเพิ่มขึ้น 9.24% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการกระตุ้นยอดโอนและบริหารจัดการโครงการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของการฟื้นตัวยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดตามภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในภาพรวม

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ: อยู่ที่ 96.36 ล้านบาท ลดลง 25.13% YoY
  • รายได้จากการขาย: อยู่ที่ 658.20 ล้านบาท ลดลง 20.02% YoY แต่ฟื้นตัว 9.24% QoQ
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): รักษาความแข็งแกร่งได้ที่ 38.12% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม
  • การบริหารค่าใช้จ่าย: ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 20.93% YoY สะท้อนการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
  • ต้นทุนทางการเงิน: ปรับตัวลดลง 12.22% YoY มาอยู่ที่ 7.39 ล้านบาท

ภาพรวมผลประกอบการ

ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงความท้าทายของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่รายได้รวมปรับตัวลดลงตามภาวะตลาด แต่บริษัทสามารถรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นได้ดี และมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย ทำให้แม้กำไรสุทธิจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ในเชิงการดำเนินงานรายไตรมาสเริ่มเห็นทิศทางของการฟื้นตัว (QoQ)

โอกาส

การที่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ 38.12% แม้ในภาวะตลาดชะลอตัว แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการและผลิตภัณฑ์ที่ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด รวมถึงการที่รายได้เริ่มฟื้นตัว QoQ เป็นสัญญาณบวกของการปรับตัวเข้าสู่สมดุลของดีมานด์และซัพพลาย

ความเสี่ยง

ความเสี่ยงหลักที่ฝ่ายจัดการระบุคือ "ภาวะตลาดโดยรวมที่ชะลอตัว" ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายและรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่บริษัทต้องบริหารจัดการผ่านกลยุทธ์การขายและการเปิดโครงการที่แม่นยำ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  1. ความต่อเนื่องของการฟื้นตัวของรายได้จากการขายในไตรมาสถัดไป (QoQ)
  2. การรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้คงระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมต่อไปได้หรือไม่
  3. การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ให้สอดคล้องกับยอดขายอย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)

บริษัทเน้นการบริหารจัดการรายได้จากการขายเป็นหลัก โดยในไตรมาสนี้มุ่งเน้นการปรับตัวให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่ชะลอตัว การที่บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้มากกว่ายอดขายที่ลดลง สะท้อนถึงการปรับตัวของโครงสร้างต้นทุนที่ยืดหยุ่น (Flexible Cost Structure) ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน

สรุปท้าย

LALIN ผ่านไตรมาส 2/2569 ด้วยผลประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว ทำให้รายได้และกำไรลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม จุดแข็งสำคัญคือการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่โดดเด่นและการบริหารค่าใช้จ่ายที่รัดกุม ประกอบกับสัญญาณการฟื้นตัวของรายได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ทำให้บริษัทมีความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายในรอบถัดไป โดยต้องจับตาดูว่าการฟื้นตัวของยอดขายจะสามารถรักษาความต่อเนื่องได้มากน้อยเพียงใดท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน

ยังไม่มีความคิดเห็น